รอง ผบ.ตร. ระบุ “ลุงเปี๊ยก”สามารถไปร้องดีเอสไอได้หากรู้สึกไม่เป็นธรรม ยันไม่เสียหน้าพร้อมเดินหน้าสืบสวนต่อและไม่ช่วยเหลือหากพบตำรวจมีความผิด ชี้หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบยิ่งทำให้เกิดความโปร่งใส
26 ม.ค.2567 - ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เตรียมสอบสวนคดีที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว บังคับสอบปากคำลุงเปี๊ยกให้รับสารภาพในการเสียชีวิตของนางสาวบัวผัน ตันสุ หรือ ป้ากบ ว่าเข้าข่ายพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่ผู้เสียหายสามารถไปร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษได้หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ในเรื่องดังกล่าวทางฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงพื้นที่และมอบหมายให้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มีอำนาจเต็มในการควบคุมกำกับการสืบสวนในกรณีดังกล่าว หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ จริงก็จะดำเนินการโดยไม่มีการช่วยเหลือกัน
ส่วนขั้นตอนหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับสืบสวนกรณีดังกล่าวในฐานะคดีพิเศษแล้วนั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็จะดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการจากหลายส่วนมาร่วมตรวจสอบร่วมกัน ซึ่งสามารถให้พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ดำเนินการสืบสวนไปเบื้องต้นแล้วเข้าร่วมด้วยได้ และหากคณะกรรมการเห็นชอบร่วมกันให้โอนสำนวนคดีนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการฝ่ายเดียวก็สามารถทำได้เช่นกัน
พล.ต.อ.ธนา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการทำให้ตำรวจเสียหน้าหรือแย่งงานกัน แต่มองว่าเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเมื่อมีผู้มาร้องเรียน โดยเฉพาะในคดีสำคัญที่สังคมยังคลางแคลงและให้ความสนใจ เช่นเดียวกับกรณีที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วได้ส่งหนังสือไปยังอัยการจังหวัดสระแก้วเพื่อให้ร่วมดำเนินการสอบสวนในการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ฯอุ้มหายนั้น ก็ถือเป็นการดำเนินการร่วมกันในรูปแบบคณะทำงานที่อาจหารือกัน เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ ความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าพฤติการณ์ของตำรวจที่สอบสวนลุงเปี๊ยกซึ่งจะเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ นั้นคืออะไรบ้าง ต้องขอให้สอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงก่อน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ส่วนกรณีการสอบปากคำลุงเปี๊ยก ที่กำลังบำบัดรักษาอาการสุราเรื้อรังนั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คาดว่าชุดสอบสวนจะสามารถเข้าสอบปากคำได้ตามระยะเวลาที่วางไว้คือ 7 วันหลังจากเข้ารับการบำบัดตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSI จ่อเชือด 'ไอ้โม่ง' กักตุนน้ำมัน!
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศ
'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ
ดีเอสไอ สอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือขนส่ง ปมน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร
โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69
ทีมสุดซอย นำหลักฐานยื่นดีเอสไอ พบพิรุธใบขนส่ง 166 ฉบับ คลังน้ำมัน 6 แห่งส่อกักตุน
"ฐิติภัสร์" พร้อมทีมกฎหมาย หอบหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ กว่า 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดระยองและชลบุรี ร้อง “ดีเอสไอ" ดำเนินคดีเอาผิด เหตุ ส่อปิดบังรายละเอียดสำคัญช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน
DSI ผนึกกำลังเครือข่าย จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 2.8 ล้านเม็ด
ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด (ยาบ้า) ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 23 อ.เมือง จ.สกลนคร
ดีเอสไอ เผยเรือขนน้ำมัน อ้างปัญหาร่องน้ำ เครื่องจักรเสีย แจงขนส่งล่าช้าก็เสียผลประโยชน์
“ดีเอสไอ” เผย พนักงานสอบสวนสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปแล้วทั้งสิ้น 5 เจ้า จากทั้งหมด 8 เจ้า ช่วงบ่ายนัดสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 เจ้า และอีก 2 บริษัทเจ้าของเรือขอเลื่อนให้ปากคำในฐานะพยานไปเป็นสัปดาห์

