คนร้ายดักซุ่มยิง 'แวอาลี คอปเตอร์' อดีตแกนนำ BRN ร่างพรุนดับคาสวนยางที่รือเสาะ

3 ก.พ.2567 - เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตเป็นชาย ในป่าสวนยางพารา บริเวณบ้านปูโปะ ซึ่งเป็นบ้านย่อยของบ้านปลายนา หมู่ 2 ต.รือเสาะออก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานหน่วยทหารพราน ฉก.46 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พร้อมสภาพศพนอนนจมกองเลือด

ตรวจสอบทราบชื่อคือ นายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/17 หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนยาวชนิด เอ็ม16 และเอเค 47 หรือ ปืนอาก้า กระสุนถูกยิงบริเวณลำตัวและใบหน้าพรุนทั้งร่าง ในที่เกิดเหตุพบยานพหนะ เป็นรถจจย.ของผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กธข 457 ปัตตานี ล้มตะแคงอยู่ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นรูจำนวนหลายจุด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยังพบปลอกกระสุนปืนของคนร้าย จำนวน 3 จุดเป็นปลอกกระสุนปืนเอ็ม16 จำนวน 15 ปลอก และจุดที่ 3 พบปลอกกระสุนปืน อาก้า จำนวน 8 ปลอก รวมทั้งสิ้น 23 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสอบสวนทราบว่า ในเวลาหลังเช้ามืด ประมาณ 05.20 น. ผู้ตายคือ นายแวฮาลีคอปเตอร์ ประกอบพิธีละหมาดซุปฮี ได้นำรถจักรยายนต์ เพื่อจะไปกรีดยางพาราที่สวนเป็นปกติ หลังเสร็จกรีดยาง ระหว่างได้ขี่ จยย. เพื่อจะกลับบ้านพัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ดักซุ่มยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม หลายชุด จนเป็นให้นายแวอาลีคอปเตอร์ ถูกกระสุนปืนคนร้ายเสียชีวิตคาที่ จนชาวบ้านได้ยินเสียงปืน แจ้งเจ้าหน้าที่และตรวจสอบดังกล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน เป็นฝีมือการกระทำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ สมาชิกผู้หลังจากนายแวอาลีคอปเตอร์ ได้กลับเข้าสู่การรายงานตัว มอบตัวเป็นทางการ ตามโครงการพาคนกลับบ้าน ส่วนสาเหตุอื่นๆอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ในส่วนประวัติ นายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ หรือชื่อจัดตั้ง หรือ เจ๊ะอาลี เป็นอดีตผู้ก่อความไม่สงบคนสำคัญ ทางการได้ตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท ในฐานะตัวการใหญ่ พฤติกรรมในการร่วมวางแผนและสั่งการให้แกนนำระดับปฏิบัติการนำกำลังบุกปล้นอาวุธปืนที่กองพันพัฒนา 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย ได้ปืนสงครามไปถึง 413 กระบอก และต่อมาวันที่ 11 ก.ย.2555 นายแวอาลีคอปเตอร์ ได้เข้าร่วมโครงการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการนำผู้หลงผิด จำนวน 100 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศเพื่อนบ้าน เข้าเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตามแผน “พาคนกลับบ้าน” ของโครงการประสานใจเพื่อสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านกลุ่มแรกของโครงการในปี 2555 ในยุค พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 (ครองยศและตำแหน่งในขณะนั้น) โดยมีจดหมายเปิดผนึกในนาม Badan Penyelarasan Wawasan Baru Melayu Patani หรือกลุ่มปลดปล่อยความขัดแย้งเขตปกครองใหม่มลายูปัตตานี

สำหรับนายแวอาลีคอปเตอร์ เดิมเป็นคนพื้นที่ บ้านกูแว หมู่ 4 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังมอบตัว ยุติการต่อสู้และได้เข้าร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ย้ายไปอาศัยอยู่บ้านภรรยา ประกอบอาชีพกรีดยาง ในพื้นที่ บ้านปูโป๊ะ หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาสตลอดมา จนถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว นายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ กรณีถูกผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบยิงเสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

โดยกล่าวว่า เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิง นายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ อายุ 67 ปี ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 100 สีฟ้า บริเวณเส้นทางภายในสวนยางพารา บ้านปูโป๊ะ หมู่ที่ 1 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นอดีตแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ได้แสดงเจตนารมณ์ขอยุติการใช้ความรุนแรงเป็นสันติวิธีรายงานตัวเข้าโครงการพาคนกลับบ้าน (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโครงการสานใจสู่สันติ) เมื่อปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้เห็นต่างจากรัฐที่ต้องการยุติการใช้ความรุนแรง หรือผู้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ให้กลับมาต่อสู้ตามแนวทางของสันติวิธีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของนายแวอาลีคอปเตอร์ วาจิ ณ โอกาสนี้ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลัด มท. รุดลงพื้นที่คนร้ายลอบวางระเบิดท่อลอดถนนตากใบ เร่งเยียวยานักท่องเที่ยวมาเลย์เจ็บ 2

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดท่อลอดถนนใกล้สามแยกสะปอม ขาเข้าอำเภอตากใบ พื้นที่บ้านไพรวัน ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายศักระ กปิลกาญจน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสหรัฐ

'สีหศักดิ์' เร่งสอบข้อเท็จจริง ปมหน่วยงานมั่นคงดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ รองประธาน คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ร่วมกันให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้

คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจชุด นปพ.ปัตตานี เจ็บ 5 นาย คาดฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ

พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก.สภ.มายอ รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการกองร้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี บริเวณถนนชลประทาน บ.ควนหยี ม. 3 ต.ปะโด อ.มายอ จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที

คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ อส. ขณะนำผู้ป่วยส่ง รพ. เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1

ร.ต.อ.เริงศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสาย 4017 บ้านกลาง–บ้านนอก หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พ

รู้แล้ว! โจรใต้กลุ่มไหนบึ้มรถนอภ.-อส. คาดแก้แค้นวิสามัญหัวหน้าแก๊ง

จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ จ.ปัตตานี ขณะเดินทางกลับจากเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ จังหวัดปัตตานี

อุกอาจ! คนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถนายอำเภอมายอ บาดเจ็บ 6 คน

พ.ต.อ.​ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ ขณะเดินทางกลับจากเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอาการหูอื้อ จำนวน 6 นาย