7 ก.พ.2567 - พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5, พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ มีอยู่ รอง ผกก.3 บก.สอท.5 สั่งการให้ พ.ต.ต.ธีรวัฒน์ สมศิริ สว.กก.3 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันตรวจค้นจับกุมนายนันทวุฒิ หรือเต้ อายุ 42 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช แอดมินเพจจำหน่ายแผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม พร้อมด้วยของกลางแผ่นป้ายทะเบียนปลอม 176 แผ่น
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ สืบทราบว่ามีคนร้ายลักลอบปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถ โดยโพสต์ข้อความโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กในกลุ่มลับว่า รับทำป้ายทะเบียนรถทุกชนิดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มเพื่อรวบรวมข้อมูล จากนั้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลให้มิจฉาชีพ หรือ คนร้ายสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่อเหตุอาชญากรรมได้
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 จึงได้ติดต่อขอซื้อป้ายทะเบียนรถ พบว่าคนร้ายได้รับทำและจำหน่ายในราคาแผ่นละ 600-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของยานพาหนะ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแผ่นป้ายทะเบียนที่สั่งซื้อ จึงส่งตรวจพิสูจน์ต่อกรมการขนส่งทางบก พบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนต่อ จนสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า นายนันทวุฒิ หรือเต้ อายุ 42 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราชเป็นแอดมินเพจออนไลน์ดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายค้นและหมายจับในเวลาต่อมา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 คือ บ้านพักของนายเต้ ในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สามารถจับกุมนายเต้ บุคคลตามหมายจับ พร้อมของกลางแผ่นป้ายทะเบียนปลอมประเภทต่างๆ จำนวน 67 แผ่นและ จุดที่ 2 คือ ห้องพักของตึกแถว ในพื้นที่ ม.9 ต.สะพานยาว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่นายเต้เปิดเป็นร้านรับทำป้ายทะเบียนปลอม ตรวจค้นพบแผ่นป้ายทะเบียนปลอมประเภทต่างๆ จำนวน 109 แผ่น ที่เตรียมจัดส่งให้แก่ลูกค้าจากทั่วประเทศ
เบื้องต้น นายเต้ สารภาพว่าเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กรับทำป้ายทะเบียนปลอมจริง โดยประมาณปี 2562 ได้เปิดร้านทำกรอบป้ายกันน้ำให้แก่ลูกค้าในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาประมาณปี 2564 ได้เริ่มเห็นช่องทางการสร้างรายได้ทางออนไลน์ จึงได้สร้างเฟซบุ๊กแฟนเพจและกลุ่มลับเพื่อรับทำป้ายปลอม โดยคิดค่าจัดทำแผ่นป้ายทะเบียนปลอมจากลูกค้าที่สนใจ ในราคาแผ่นละ 600 – 1,000 บาท โดยในแต่ละเดือนมีลูกค้าจากทั่วประเทศติดต่อเข้ามาสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรายได้ ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท ต่อเดือน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา "ปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการฯ โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ" นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด พนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท. 5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยผู้สูงอายุ คนจีนทำเป็นญาติสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนสูญเงินหมื่น
เตือนภัยผู้สูงอายุ ถูกมิจฉาชีพคนจีนทำเป็นญาติคนสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนควักเงินกว่าหมื่นบาทให้ไป
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท

