17 ก.พ.2567 - เมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.อ.เสกสรรค์ อุดมทรัพย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดเหตุ สามีภรรยา ทะเลาะกัน ก่อนที่ สามีจะทำร้ายร่างกายภรรยา และใช้อาวุธมีดจ่อคอภรรยา เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 77 บ.หนองดู่ ม.3 ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น , พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเผชิญเหตุพร้อมอุปกรณ์ระงับเหตุ เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุพบว่า เป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างต่อเติมเป็นห้องนอน มีเสียงเอะอะโวยวายในบ้าน และเสียงร้องขอความช่วยเหลือ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบุกเข้าไปในบ้าน เพื่อจะระงับเหตุ แต่ปรากฏว่า คนก่อเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายทองสุข สมอหอม อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว และนางบัวหวาน สมีกลาง อายุ 48 ปีภรรยาและเป็นประธาน อสม.ประจำหมู่บ้าน ได้ขังตัวเองอยู่ในห้องนอน โดยมีเสียงภรรยาร้องขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ได้เวลาเกลี้ยกล่อมสามีแต่ไม่เป็นผล จึงพังประตูบุกเข้าในห้องนอนประชิดตัวและคุมตัวสามีเอาไว้ได้ โดยพบว่าภรรยา ถูกปาดคอเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายทองสุข พร้อมมีดปลายแหลมเปื้อนเลือด 1 เล่ม มาสอบสวนที่สภ.บ้านไผ่
พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า จากการสอบลูกของคนก่อเหตุ ทราบว่า พ่อแม่ทะเลาะกันจากปัญหาส่วนตัว โดยที่ลูกไม่รู้รายละเอียดมากนักและพบว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันประจำ ในครั้งนี้ พ่อแม่ทะเลาะกันตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเช้ามืด จนกระทั่งช่วงที่ผู้ตายลุกขึ้นมานึ่งข้าว พ่อได้ถือมีด มาจ่อที่คอแม่ และลากตัวแม่จากในครัว เข้าไปในห้องนอน และล็อคประตูห้องไว้ จากนั้นก็ทะเลาะตบตีกันเสียงดัง ลูกๆจึงขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาช่วยแม่ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องนอนเพื่อช่วยเหลือ จากนั้นจึงแจ้งตำรวจ มาระงับเหตุ
"เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ระงับเหตุ เข้าควบคุมตัวนายทองสุขเอาไว้ได้ พร้อมอาวุธมีดที่เปื้อนเลือด ในเบื้องต้นให้การว่า หึงหวงภรรยา กลัวภรรยานอกใจ จึงพูดคุยเคลียร์กับภรรยา แต่ภรรยาปฏิเสธทุกเรื่อง โมโหเลือดขึ้นหน้า จึงใช้มีดปาดคอเมียตัวเองตายในห้องนอน จึงได้แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จากนั้นจะทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติดในร่างกายว่ามีหรือไม่ ถ้ามีก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม แต่ขณะนี้ยังไม่พบประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน
จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว
เทศบาลขอนแก่น ยันวัดป่าอดุลยารามไม่อยู่ในข่ายชำระภาษีที่ดิน เพราะใช้ประโยชน์ทางศาสนา
นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ดิน 21-3-61 ตรว.ในปี 2533 กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของนายเฮียง พิมพ์ศรี การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ใช้ประโยชน์ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่
ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม
ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง
ตร.ขอนแก่น จ่อหมายเรียก 'ป้าดา' พร้อมพวก ปิดทางเข้า-ออก ปมทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกป้าดา พร้อมพวก รับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกวัด
ผู้ว่าฯขอนแก่น พร้อมเป็นคนกลางคุย 'ป้าดา' หาข้อสรุปปมทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เผยไม่กังวลใจ อนุโมทนาขอบคุณญาติโยมที่ห่วงใย ขณะที่ผู้ว่าฯ พร้อมเป็นคนกลางในการหาข้อสรุป ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายรอศาลตัดสิน
ตร.ขอนแก่น จัดกำลังรับมือปมร้อน 'ป้าดา' ขู่ทุบกำแพงทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยามราม
ตำรวจเมืองขอนแก่นจัดกำลังสายตรวจแสดงกำลังเชิงป้องกัน หลังปรากฏกระแสข่าวเกี่ยวกับการขู่ทุบกำแพงวัด

