
ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค 1 ตั้งทีมคลี่คดี ยิงหัวชาวต่างชาติหมกศพในสนามบินได้ ขีดเส้น 5 วัน ล่าสุดพบเบาะแสจากรอยสักเป็นชาวไต้หวัน
25 ก.พ.2567 – จากกรณีที่ไปพบศพชายชาวต่างชาติซึ่งตอนแรกคาดการณ์ไว้ว่าอาจเป็นชาวจีนหรือชาวญี่ปุ่น ซึ่งถูกจ่อยิงสองนัดอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะนำศพมาหมกไว้ในร้านค้าร้างริมถนนสุวรรณภูมิสาย 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุและสภาพศพอีกครั้ง ก่อนจะเรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ขณะเดียวกันหลังจากที่เพจข่าวสารเมืองปราการได้ลงข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะรอยสักของผู้ตาย ปรากฏว่ามีช่างสักลายคนหนึ่ง ซึ่งจำหน้าตาและรอยสักของตนเองที่ลงมือสักให้กับผู้ตายรายนี้ได้เป็นอย่างดี ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่าผู้ตายเป็นชาวไต้หวัน ไม่ทราบชื่อ แต่จำรอยสักนี้ได้พร้อมทั้งส่งรูปถ่ายใบหน้าและรอยสักมาเทียบกับผู้ตาย ซึ่งปรากฏว่าเป็นรอยสักเดียวกันจริง ซึ่งสักมาจากร้านย่านพัทยา จังหวัดชลบุรี
พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ในส่วนของทะเบียนรถต้องสงสัยที่ก่อเหตุนั้น คือมาสด้า สีแดง ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนทราบหมายเลขทะเบียนและชื่อผู้ครอบครองแล้วเป็นหญิงชาวจังหวัดปทุมธานี ส่วนเส้นทางก่อนพบศพและหลังจากเจอศพนั้น พบว่ารถคันดังกล่าวขับใช้ถนนสายลาดกระบังมุ่งหน้าเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สาย 4 ตรงไปยังจุดเกิดเหตุ โดยมีการขับเข้ามาวนดูพื้นที่ก่อนช่วงตี 3 ที่ผ่านมาก่อนจะมาทิ้งศพหรืออาจจะลงมือฆ่าในจุดดังกล่าวช่วงเช้าที่ผ่านมา
พล.ต.ท.จิรสันต์ ระบุว่า หลังก่อเหตุใช้เส้นทางผ่านสนามบินขึ้นมอเตอร์เวย์ออกร่มเกล้ามุ่งหน้ามีนบุรี ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามเส้นทางหลบหนีของรถคันดังกล่าวแล้ว ส่วนผู้ตายหลังจากที่ร้านสักออกมาให้ข้อมูลจากการตรวจสอบทราบว่าเป็นชาวไต้หวัน แต่ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลที่ชัดเจน อยู่ระหว่างให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบอัตลักษณ์ตัวบุคคล โดยตนเองมั่นใจฝีมือของ ท่านพล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีฝีมือด้านสืบสวนเชิงลึกอยู่แล้ว โดยมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมคลี่คลายคดีนี้ และตั้งชุดสืบสวนทั้งตำรวจภูธรจังหวัด สืบสวนภาค 1 สืบสวนตม. สืบสวนท่องเที่ยว และสืบสวนพื้นที่ บูรณาการตอนนี้กำลังแบ่งงานเร่งหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้
“ส่วนประเด็นสังหารนั้นยังไม่สามารถให้น้ำหนักเรื่องใดได้จนกว่าจะทราบตัวผู้ตาย ยืนยันว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซ่าตามที่หลายคนตั้งคำถามไว้ มั่นใจจะสามารถปิดคดีนี้ได้ไม่เกิน 3-5 วัน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน” พล.ต.ท.จิรสันต์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง
“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้
'พาณิชย์'ยกระดับสกัดนอมินี สั่งยื่น Bank Statement ก่อนจดบริษัท เริ่ม 1 ส.ค.นี้
พาณิชย์ยกระดับสกัดนอมินี ขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน Bank Statement มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป
'ทูตนอกแถว' โพสต์ขอโทษ ปมแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ แต่ไม่วายเหน็บไทยเป็นมณฑลหนึ่งของใคร
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อท่านทูตจีนออกมาบอกว่านายกไทยร้องเพลงเถียนมี่มี่ในงานเลี้ยงกับนายกจีนทำให้สัมพันธ์ไทย-จีนหวานชื่น
ไทยย้ำ‘จีนเดียว’ ปัดชี้แจงไต้หวัน ยันไม่กระทบศก.
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง
'อนุทิน' ไม่หวั่นแถลงการณ์ไต้หวันลั่นไทยมีนโยบายจีนเดียวชัดเจน!
นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่า-แรงงานไทย ย้ำสัมพันธ์สองชาติเข้าใจกันดี ไม่ต้องชี้แจงท่าทีไทย
'ทูตนอกแถว' ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า 'เถียนมี่มี่'
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า

