ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาฎีกา จำคุก 50 ปี อดีตรองอธิบดีฯฮั้วปรับปรุงตึกกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

21 พ.ค.2567 -ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่ 5234-5238/2566 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ กับ น.ส.ประไพศรี เผ่าพันธุ์ หรือภคภร เรขะกมลพร อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 36 คน ในคดีทุจริตการดำเนินโครงการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมสระน้ำ ถนน อาคารสถานที่ ของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่างปี 2543-2545 จำนวน 201 สัญญา รวมวงเงินทั้งสิ้น 331,317,086 บาท

ศาลฎีกา มีคำพิพากษาแก้เฉพาะบทความผิดในการลงโทษ ส่วนโทษของจำเลยส่วนใหญ่ยังยืนหรือไม่แก้ คงเป็นไปคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขณะที่ จำเลยที่ 21 ที่ 27 ที่ 29 ที่ 30 ที่ 34 และที่ 36 ยกฟ้องโจทก์

โดยในส่วนของ น.ส.ประไพศรี เผ่าพันธุ์ หรือน.ส.ภคภร เรขะกมลพร จำเลยที่ 1 เดิมศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ,157 (เดิม), 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 90 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 161 กระทง จำคุก 805 ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม), 161(เดิม)ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 10 กระทง จำคุก 50 ปี

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3)

ศาลฎีกา พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ส่วนจำเลยรายอื่นๆ นั้น นางสุวารี หาญตนศิริกุล หรือศักดิ์เวคิน จำเลยที่ 2 ก่อนหน้าที่โดนลงโทษ รวม 4 กระทงเป็นจำคุก 4 ปี ศาลฎีกา พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม)ประกอบมาตรา 83, 46 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ขณะที่ จำเลยที่ 3 ถึงที่ 12 และที่ 33 ศาลฎีกา พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83, 46 และเฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ถึงที่ 12 และที่ 33 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย

จำเลยที่ 20 ที่ 22 ถึงที่ 26 ที่ 28 และที่ 31 ศาลฎีกา พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86, 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

จำเลยที่ 35 ศาลฎีกา พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86, 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86

ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงโทษ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 20 ที่ 22 ถึงที่ 26 ที่ 28 ที่ 31 ที่ และที่ 35 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86

ส่วนจำเลยที่ได้ยกฟ้องในชั้นฎีกา คือ นายฮาซัน หรือคมศักดิ์ หนักแน่น จำเลยที่ 21 น.ส.พรปวีร์ หรือดวงใจ พงษ์นอนิล จำเลยที่ 27 นายสุชาติ แจ้งจิต จำเลยที่ 29 หจก.แสงสีนิลก่อสร้าง จำเลยที่ 30 และจำเลยที่ 34 และจำเลยที่ 36

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

คดีดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2558 และส่งอัยการสูงสุดฟ้องดำเนินคดีนางประไพศรี อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, ข้าราชการในกรมและเอกชน รวมกว่า 30 รายร่วมกันทุจริตดำเนินโครงการจัดซื้อต้นไม้ ปรับแต่งภูมิทัศน์ และอาคารสถานที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่างปีงบประมาณ 2543 - 2545 จำนวน 201 งานจ้าง หรือ 201 สัญญา เป็นเงินทั้งสิ้น 311,317,086 บาท ซึ่งมีพฤติการณ์ช่วยเหลือเอกชนรายใดรายหนึ่งให้เป็นคู่สัญญารับจ้างทำงานปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ด้วยการอนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะจ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่จะจ้างโดยวิธีประกวดราคา เป็นโดยวิธีสอบราคา และเพื่อให้อำนาจสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไป จากที่เป็นอำนาจของอธิบดี ให้เป็นอำนาจของตนเองแทน โดยไม่มีการดำเนินการสอบราคาและแข่งขันเสนอราคากันจริง ทั้งได้ทำเอกสารดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาเป็นเท็จ ปลอมและใช้เอกสารใบเสนอราคาของเอกชนรายอื่นมาเป็นหลักฐานแข่งขันเสนอราคากับเอกชนรายที่ได้เลือกให้เป็นผู้รับจ้างทำงานนั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา

รัฐบาลชวนอัปสกิล เปิด 'One Platform' รวม 967 หลักสูตรพัฒนาทักษะ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ประชาชน

'นิพิฏฐ์' ออกโรง! สนับสนุน 'สนธิ' หากตายจะเป็นคนหนึ่งที่ไปร่วมส่งดวงวิญญาณ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุน คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ว่าจะเรียกว่า ลงถนน,นอนบนถนน,ปิดถนน หรือ อะไรที่หลายคนเหยียดหยัน ผมก็สนับสนุน คุณสนธิ ลิ้มทองคุณ

ปราบโกง…จับคนแล้วต้องจับทาง

จดหมายที่รอเปิดยังมีอยู่หลายฉบับครับ แต่วันนี้ขอพักไว้ก่อนสักวัน พอดีเมื่อวาน 6 กันยายน เป็น “วันต่อต้านคอร์รัปชัน” ของไทย เลยมีเรื่องอยากชวนคุยเสียหน่อย

เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิง 'รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' จับตาเต็งหนึ่งคว้าเก้าอี้

เปิดโผ 12 แคนดิเดต ชิงดำเก้าอี้ "รองอธิบดีดีเอสไอ" พบ 4 รายถอยทัพ เตรียมเกษียณ เหลือ 8 ราย ผอ.กองคดีกัดฟันสู้

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. บี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น สาวถึง 'บิ๊กการเมือง'

'ปชป.' บุก ป.ป.ช. ทลายระบบอุปถัมภ์ จี้ใช้ ม.131-135 กันพยานคดีโกงสอบท้องถิ่น ลั่นอย่าตัดตอนแค่ปลาซิวปลาสร้อย สาวให้ถึง 'บิ๊กการเมือง'