รวบคู่รักทำคอนเทนต์ลามก ขายผ่านแอป X มีผู้ติดตาม 4 แสนบัญชี

25 ก.ค.2567 - พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกับสืบ Top G จับกุม น.ส.วิชาดา อายุ 22 ปี และนายสุรศักดิ์ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ถ่ายทำสื่อลามกฯ จับกุมได้ที่ บริเวณห้องนอนชั้นสามภายในบ้าน ซอยรามคำแหง 54 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้,เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก,ผลิต มีไว้ซึ่งสื่อลามกเพื่อการค้าเพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน,ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น”

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส3 บก.สส.บช.น ได้พบประกาศขายสื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์ม X ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 400,000 บัญชี ต่อมา สายลับติดต่อผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อสอบถามหากสนใจต้องทำอย่างไร และให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร จากนั้น สายลับได้โอนเงิน 699 บาท และบัญชีผู้ใช้ “X” ได้อนุมัติให้เข้าติดตาม บัญชี “X” ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัว และพบว่าเจ้าของบัญชี “X” ร่วมกับผู้อื่นในการผลิตและถ่ายทำวิดีโอลามกอนาจาร ซึ่งมีภาพสื่อลามกอนาจารจำนวนมาก

ต่อมา ศาลอาญาได้อนุมัติหมายค้นที่ 708/2567 ลงวันที่ 23 ก.ค.2567 ให้ตรวจค้นบ้านที่พักอาศัยของเจ้าของบัญชี “X” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นภายในห้องนอนชั้นสามของบ้าน โดย น.ส.วิชาดา และ นายสุรศักดิ์ ยินยอมสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น และผลการตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่ใช้ถ่ายทำวิดีโอลามกอนาจาร ซึ่งเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี โดยทั้ง น.ส.วิชาดา และ นายสุรศักดิ์ รับว่าเป็นบุคคลทั้งสองในคลิปวิดีโอที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบในโทรศัพท์มือถือและในบัญชี X ดังกล่าวจริง โดย น.ส.วิชาดา และ นายสุรศักดิ์ รับว่าได้ร่วมกันผลิตและถ่ายทำวิดีโอลามกอนาจารที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ

สอบสวน นางสาววิชาดา ให้การว่า เดิมมีอาชีพรับจ้างถ่ายแบบและเป็นอินฟลูฯ ในแพลตฟอร์ม TikTok และมีผู้ติดตามอยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว จนเมื่อประมาณปี 2565 ได้มีผู้ติดตามของตนเชียร์ว่าให้เปิดแอคล็อค (หรือ Sex Contents) ผ่านแพลตฟอร์ม Twitter หรือ X นางสาววิชาดา จึงได้ผันตัวมาเป็น Sex Creator และมีผู้ติดตามกว่า 400,000 บัญชี โดยในช่วงแรกนั้น นางสาววิชาดา ได้นำเข้าฯ ในลักษณะสำเร็จความใคร่เพียงคนเดียว

ต่อมาไม่นานได้คบหากับ นายสุรศักดิ์ โดย นายสุรศักดิ์ รับได้ว่า นางสาววิชาดา เป็น Sex Creator และเริ่มที่จะทำคอนเทนต์ด้วยกัน ผู้ต้องหาทั้งสองคนจึงได้ลองอัดคลิปวิดิโอขณะมีเพศสัมพันธ์ของตนเองลงในแอคเค้าท์ของนางสาววิชาดา บนแพลตฟอร์ม Twitter หรือ X โดยใช้วิธีเก็บค่าสมาชิก โดยมีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท บางเดือนอาจจะ 70,000 บาท

ในชั้นจับกุม ทั้งสองยังให้ข้อคิดหรือคำเตือนมายังผู้ที่คิดจะทำผิดว่า เรื่องที่ทั้งสองทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ควรทำตาม และไม่อยากให้คนอื่นทำผิดเหมือนตน โดยทั้งสองยังบอกอีกว่าปัจจุบัน พบว่ามีสื่อลามกเกี่ยวกับเด็กอายุไม่ถึง 20 ปีเพิ่มขึ้นมาก และมีเด็กอายุ 14-16 มาขอร่วมงานกับทั้งสอง แต่ก็ต้องปฏิเสธไปเนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังมีการว่าจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดหรือพนันออนไลน์ ซึ่งทั้งสองก็ปฏิเสธไปเนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

พล.ต.ต.ธีรเดช มีความห่วงใย เด็กวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ในเรื่องในเรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้ปกครองและทุกฝ่ายต้องช่วยกันระมัดระวัง หมั่นตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของบุตรหลานของท่าน ว่ามีความผิดปกติน่าสงสัยหรือไม่ ส่วนเรื่อง sex creator แม้พฤติการณ์ดังกล่าวในหลายประเทศอาจถือว่าไม่เป็นความผิด แต่สำหรับประเทศไทย กฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นความผิดอย่างชัดเจน จึงขอให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายด้วย กรณีผู้ที่ปรากฏในสื่อลามกเป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป) เพื่อประสงค์แห่งการค้าฯ นำเข้า ผลิต เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 287(1) และข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดบทลงโทษ 'คอนเทนต์ขยะ' ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ เอาผิดทั้งคนทำและส่งต่อ

เตือนหยุดสร้าง หยุดแชร์ “คอนเทนต์ขยะ“ อาจถูกดำเนินคดี เผยเคสอ้างใช้ยาแนวประแป้งสงกรานต์ ยังไม่พบผู้ได้รับผลกระทบเข้าแจ้งความ

‘อธิบดีปกครอง’ ลงดาบฟ้องหมิ่น ‘สมชัย-2กูรูไอที’

กกต.เชิญนักกฎหมายมหาชนเป็นพยานสู้คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด “อธิบดี ปค.” แจ้งความฟัน “สมชัย-2 ผู้เชี่ยวชาญไอที” บอกกรมการปกครองถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านชื่อรั่วไหล

อธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความเอาผิด 'อ.สมชัย-2 กูรูไอที' กล่าวเท็จ ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านชื่อรั่วไหล

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายจีราวัฒน์ พรหมเหมา ผู้รับมอบอำนาจ แจ้งความดำเนินคดี ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา บอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดที่มีโทษทางอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง

สืบนครบาล ปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต รวบหัวขโมยงัดบ้านตำรวจระดับ ผกก. 3 ครั้ง

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2,  พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. 

โดนอีกคดี! ศาลสั่งจำคุก 30 ปี 'โจ้ พฤทธิกร' ทีมงานส้มหมิ่นเบื้องสูง รวมโทษคดี 112 เป็น 50 ปี

ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้องนายพฤทธิกร สาระกุล หรือ โจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

นานเป็นปี! บช.ภ.9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดีเว็บพนัน 'ชนนพัฒฐ์' อสส. ทวงถามแล้ว 2 ครั้ง

1 ปีกว่า ผบช.ภ. 9 ยังไม่ส่งผลสอบเพิ่มคดี เว็บพนัน "ชนนพัฒฐ์" กลับมาให้ อสส.ชี้ขาดความเห็นเเย้ง เผยเคยมีหนังสือเตือนไป 2 ครั้ง เเต่ยังเฉย