อัยการนำตัว "พล.ต.อ.สมยศ" กับพวกรวม 8 คน ส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เผยข้อกล่าวหาหลัก ม.157 ไม่ค้านประกันตัวเพราะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อดีต ผบ.ตร.ยอมรับขึ้นศาลย่อมต้องรู้สึกกังวลและไม่สบายใจ
29 ส.ค.2567 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเรียบรางรถไฟศาลอาญาคดีทุจริต นายสุเวช จอมพงค์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 นำสำนวนที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายเนตร นาคสุข อดีต รองอัยการสูงสุดกับพวกรวม 8 คน มายื่นฟ้องต่อศาลในคดีเปลี่ยนเเปลงความเร็วจนเป็นเหตุกลับคำสั่งไม่ฟ้อง คดี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ที่ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2555
โดยในวันนี้จำเลยทยอยเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ
พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า วันนี้ตัวเองได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามขั้นตอน
เมื่อถามว่ามั่นใจในพยานหลักฐาน ที่นำมาก่อนหน้านี้ไหม พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยว่า พยายามทำดีที่สุดแล้วยอมรับว่ากังวล และไม่สบายใจ สำหรับทุกคนที่มีเรื่องต้องต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อพิสูจน์ความจริง
ในการต่อสู้คดีเพราะ ทุกคนหากเมื่อถูกดำเนินคดี ก็เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีความกังวล แต่ทุกอย่าง ก็จะต้องพิสูจน์ ในชั้นศาล ซึ่งเรื่องทั้งหมดกำลังจะเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลตนเองไม่ขอ วิพากษ์วิจารณ์หรือคอมเม้นใดๆ เนื่องจากเป็นการก้าวก่ายและเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ส่วนหลักฐานที่ต่อสู้กันมาในชั้นสอบสวนตนเองไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด
นายสุเวช จอมพงค์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 กล่าวว่า ในวันนี้นำสำนวนที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง พล.ต.อ.สมยศกับพวกรวม 8 คนมายื่นฟ้องต่อศาล โดยข้อหาหงักที่ฟ้องคือความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยวันนี้ไม่ได้มีการคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เพราะทุกคนก็มีที่อยู่เป็นหลักเเหล่ง ขอให้เป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งทราบว่าจำเลยน่าจะมาครบ ซึ่งทางสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็นประเด็น ส่วนแรกคือการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการ เปลี่ยนแปลงความเร็วรถ อีกส่วนคือการดำเนินคดีกับอดีตรองอัยการสูงสุดในเรื่องการสั่งคดี และผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นพยานของคดีนี้ ซึ่งคดีดังกล่าว ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด หากอัยการสูงสุดเห็นด้วยและมีคำสั่งฟ้องอัยการสูงสุดก็จะเป็นโจทก์ฟ้องเอง
สำหรับกระบวนการในวันนี้อัยการจะตรวจสำนวนทั้งหมดว่าจำเลยมาครบทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามาครบทุกคนอัยการก็จะยื่นฟ้องทันที แต่หากมาไม่ครบก็ต้องแยกสำนวนในการฟ้องภายหลัง เมื่อฟ้องแล้วศาลจะนัดสอบคำให้การของผู้ต้องหา หลังจากนั้นจะนัดตรวจพยานหลักฐานเพื่อนัดวันสืบพยานและกำหนดตัวพยาน ซึ่งตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการฟ้อง จะต้องมีการไต่สวนพยานของแต่ละฝ่าย ซึ่งในขั้นตอนนี้ศาลสามารถเรียกสอบพยานและหลักฐานมาไต่สวนเพิ่มเติมได้เนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตฯเป็นระบบไต่สวน
สำหรับคดีนี้เป็นคดีแรกที่ตนเข้ามารับผิดชอบ แต่จะเป็นการฟ้องอดีต ผบ.ตร.คนแรกในรอบหลายสิบปีหรือไม่ตนไม่ทราบ และหากกระบวนการในชั้นศาลสิ้นสุดและมีผลเป็นลบต่อจำเลยเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี การติดตามตัวก็จะเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอัยการ ส่วนการประกันตัวทราบว่ามีถิ่นที่อยู่และเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี
ในส่วนที่ ปปช.ยื่นสำนวนมาเเละมีการทำข้อไม่สมบูรณ์เป็นกระบวนการเพราะทางอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตฯเรามองว่ามีข้อไม่สมบูรณ์ก็ส่งให้อัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณา เเม้อัยการปราบปรามการทุจริตฯจะทำข้อไม่สมบูรณ์ไปก็เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด โดยคำฟ้องในวันนี้มี19 หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง8 ในวันนี้ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ,พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข , พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี , นายเนตร นาคสุข, นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม, นายธนิต บัวเขียว , นายชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร, รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครบ 10 ปีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยืนหยัดหลักนิติธรรม ปราบคอร์รัปชันเชิงรุก
มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของศาลยุติธรรม ในส่วนของ”ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ”ในโอกาสครบรอบสิบปี โดยวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
‘ท็อดด์ แบลนช์’ อดีตทนายของทรัมป์ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุด
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันสองคนได้ถอนการคัดค้านอดีตทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันจันทร์ หลังจากที่ท็อดด์ แบลนช์ยอมประนีประนอมในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง คณะกรรมการตุลาการวุฒิสภามีกำหนดลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับแบลนช์ในวันอังคารนี้ ตามด้วยการลงคะแนนเสียงโดยวุฒิสภาทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้
'อดีตปลัดภูเก็ต' ลุยฟ้องกลับเจ้าสัวที่ดินแจ้งเท็จรีดเงิน 1 ล้าน ชี้คำสั่งให้ออกจากราชการ เร่งรัดผิดสังเกต
อดีตปลัดภูเก็ต ฟ้องกลับเจ้าสัวที่ดินหมื่นล้าน แจ้งความเท็จกลั่นแกล้ง ปมเรียกรับเงิน 1 ล้าน แก้ไขเอกสิทธิ์ที่ดิน ส่วนคดีไล่ออก ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ฟ้องกลับศาลคดีทุจริตฯ เเล้ว
นิติบุคคลหมู่บ้านต้องอ่าน! คดีบ้านๆ ที่เจอคุก 11 ปีไม่รอลงอาญา
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ฝากขัง 'ศตพร' จิ๊กซอว์สำคัญคดี 'โกงสอบท้องถิ่น' ทำหน้าที่ประสานงานในแต่ละพื้นที่
กองปราบคุมตัว "ศตพร" ฝากขังคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบเป็นระดับปฏิบัติการประสานงานในแต่ละพื้นที่
'วัชรินทร์' ตั้งคณะอัยการร่วมสอบสวน ปมคลิปเสียงจัดฉากสินบนทองคำ หลัง อสส.รับเป็นคดีนอกราชฯ
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า เรื่องนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามส่งสํานวนมาที่อัยการสอบสวน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ซึ่งเมื่อได้รับสำนวน ตนมีความเห็นเสนอไปยังอัยการสูงสุด ว่าคดีนี้มีการกระทําส่วนหนึ่งเกิดในประเทศไทยเเละ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นที่สถานทูตกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามหลักเกณฑ์เเล้วต้องเป็นคดีนอกราชอาณาจักรตาม ป.วิอาญามาตรา 20 ซึ่งเป็นอำนาจอัยการสูงสุด

