DSI เปิดโปงขบวนการซากสุกร 460 ล้าน เอี่ยว 'จนท.-นายทุน' ส่ง ป.ป.ช. 11 คดี

ดีเอสไอ เผยผลสอบสวนขบวนการลักลอบนำเข้าซากสุกรผิดกฎหมายช่วงปี 2563–65 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 460 ล้านบาท พบพัวพันเจ้าหน้าที่รัฐ-นักการเมือง-นายทุนทั้งไทยและต่างชาติ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้ว 11 คดี พร้อมประสาน 7 ประเทศขยายผล

24 เมษายน 2568 - ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารเอ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินคดีกับขบวนการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ประเภทสุกรแช่แข็งโดยผิดกฎหมาย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 460 ล้านบาท ในช่วงปี 2563–2565

การสอบสวนเริ่มต้นจากการร้องเรียนของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ต่อสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ก่อนที่ DSI จะรับเรื่องดำเนินการสอบสวนขยายผล ซึ่งพบว่ามีการนำเข้าสุกรแช่แข็งผิดกฎหมายจำนวน 161 ตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 460,105,947 บาท เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560, พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และบัญชีท้ายประกาศ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565

พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค เผยว่า DSI ได้จำแนกการสอบสวนออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือกรณีสินค้าคงค้างอยู่ที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง จำนวน 161 ตู้ ดำเนินคดีแล้ว 10 สำนวน พบมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องทุกคดี และส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว

กลุ่มที่สองคือกรณีสินค้าหลุดรอดออกสู่ตลาดแล้ว โดยพบใบขนสินค้าถึง 2,385 รายการ มูลค่านำเข้ารวมกว่า 1,566 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 7 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก, บราซิล, ฮ่องกง และสิงคโปร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือทางอาญาข้ามแดน และเป็นคดีพิเศษที่ 126/2566

ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นคดีเกี่ยวกับการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้าซากสัตว์ โดยมีการปลอมแปลงเอกสารทางศุลกากรเพื่อนำเข้าส่งออก มีผู้ต้องหา 14 ราย รวมถึงข้าราชการประจำและนักการเมืองบางราย DSI ได้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. แล้วเมื่อ 9 กันยายน 2567

รวมทั้งหมด ขณะนี้ DSI ได้ดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษรวม 12 คดี ซึ่งเสร็จสิ้นแล้ว 11 คดี และได้ส่งสำนวนทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยมีผู้เกี่ยวข้องทั้งในภาคเอกชน รัฐ และการเมืองรวมประมาณ 30 ราย สำหรับอีก 1 คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนร่วมกับต่างประเทศ

พ.ต.ต.ณฐพล ยืนยันว่า DSI ไม่ได้ล่าช้า แต่ต้องดำเนินการภายใต้ขั้นตอนระหว่างประเทศ ซึ่งบางประเทศยืนยันแล้วว่าไม่มีการส่งออกสินค้าประเภทที่สำแดง เช่น กรณีอิตาลีและบราซิล ที่ระบุว่าไม่เคยส่งปลาแซลมอนมายังไทย แต่มีการสำแดงว่าเป็นปลาแซลมอนในการนำเข้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ พบพิรุธเรือขนส่งน้ำมันไปสุราษฎร์ เพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยว สอบคดีกักตุนน้ำมัน

โฆษกดีเอสไอ เผยวงประชุมร่วม ธุรกิจพลังงาน-สรรพสามิต พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยวจาก 96 เที่ยว เหลือนำข้อมูลมากระทบยอดกับจำนวนเรือทั้งหมด แง้ม พบความผิดปกติส่วนใหญ่ของเรือขนส่งน้ำมันมักมาจากภาคตะวันออกก่อนลงสู่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี

'ดีเอสไอ' รับลูก ฟันผู้ค้า 'กักตุนน้ำมัน' รอมติบอร์ดเคาะเหมาคดีปลีกย่อยหรือเฉพาะคลังน้ำมันรายใหญ่

ดีเอสไอ เตรียมชงคดีบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่กักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดกรรมการคดีพิเศษเร็ว ๆ นี้ ฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ ระบุ “ดีเอสไอ” ต้องประมวลคดีปลีกย่อยเกี่ยวกับน้ำมันที่ผิดปกติในเดือน มี.ค.69 ทั้งทางบก - ทางทะเลเสนอบอร์ดฯ ก่อนรอมติบอร์ดฯ

ร้อง อสส. เร่งดีเอสไอสอบ 'ฮั้ว สว.' เตือน กกต. คิดให้ดีก่อนเป่าคดี

'สว.สำรอง' ยื่นหนังสือ อสส. ให้เร่งรัดดีเอสไอ สอบผู้เกี่ยวข้อง 'คดีฮั้ว สว.' ฝากถึง กกต. คิดดี ๆ หากจะเป่าคดีนี้ ระบุหลักฐานมัดเเน่น มั่นใจหากถึงศาลไม่รอดแน่

ดีเอสไอ พบพิรุธคลังน้ำมันสุราษฎร์ มี 2 ล้านลิตร แต่ขายน้อยลงผิดปกติ

“ดีเอสไอ" เปิดชื่อ 6 บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ จ.สุราษฎร์ฯ หลังบางบริษัทฯ มีความผิดปกติ พบมีน้ำมันคงคลังในเดือน มี.ค.69 อัตรา 2 ล้านลิตร คงคลังเพิ่มขึ้นเป็นล้านลิตร แต่ขายออกเพียงแสนลิตร ต่างจากสถิติเดือน ก.พ. รับ-ขายน้ำมันหลักล้านลิตรเท่ากัน ระบุ “ตำรวจสุราษฎร์ธานี-พาณิชย์จังหวัด” อยู่ระหว่างสอบสวนบริษัทฯ ที่พบความผิดปกติ แย้ม หากพบความผิด “ดีเอสไอ” พร้อมรับร้องทุกข์กล่าวโทษ ก่อนประมวลเรื่องชงบอร์ดคดีพิเศษ “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน บริษัทคลังน้ำมัน”