กองปราบบุกทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ "ตี๋ใหญ่888" ยึดทรัพย์ 50 ล้าน พบเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้าน
5 พฤษภาคม 2568 - ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันจัดให้มี หรือเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” โดยจับกุมได้ที่ ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี, จ.ศรีสะเกษ, จ.บุรีรัมย์, จ.นครนายก และ จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากปฏิบัติการใหญ่กลางปี กองบังคับการปราบปรามเปิดยุทธการ "ถอนสมอตี๋ใหญ่ 888" ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ ที่ซ่อนตัวหลังโฆษณาออนไลน์เต็มรูปแบบ ทั้งแทงบอล บาคาร่า สล็อต และเกมเสี่ยงโชคเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 50 บัญชี ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 600 ล้านบาท มีบัญชีม้าในการรับโอนเงินเป็นจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว โดยได้เดินทางออกนอกพื้นที่ปฏิบัติการ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดจันทบุรี ก่อนข้ามพรมแดนบ้านผักกาด ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งน่าเชื่อว่าซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศเว็บไซต์พนันดังกล่าว จนมีการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 80 นาย ได้สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ “ถอนสมอตี๋ใหญ่ 888” ปูพรมเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 14 จุดสำคัญในจังหวัดอุบลราชธานี, ศรีสะเกษบุรีรัมย์ และชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่บุกทะลวงเข้าควบคุมตัวเป้าหมายได้ครบถ้วน ทั้งหมด 13 ราย ตั้งแต่เจ้าของเว็บ, บุคคลที่ทำหน้าที่บัญชีม้า, แอดมิน, คนทำบัญชี รวมถึงคนเล่นพนัน พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญดังรายการข้างต้น รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีบัญชีและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอีกมากซึ่งจะทำการขยายผลต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เผยคดี 'สมีโชติ' ฟอกเงินคล้ายวัดพระบาทน้ำพุ อายัดแล้วกว่า 300 ล้าน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายเส้นทางการเงินและมูลนิธิฯอดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ว่า จากพฤติการณ์ที่ตรวจพบ
ลุยเช็กเส้นเงิน 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' คดียักยอกเงินวัด รอข้อมูลเชิงลึก ป.ป.ง.
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบคดีของ “สมีโชติ” หรือ นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ “สีกาเอ๋” หรือ น.ส.ปุณยวีร์ ภายหลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินของวัด โดยระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ
ฝากขัง 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ปิดปากเงียบคดียักยอกทรัพย์วัดพุทไธศวรรย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้นำตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ “สมีโชติ” จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋”
ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ
กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน
บุกจับ พระราชาคณะวัดดัง จ.อยุธยา มั่วสีกาเสพเมถุนในกุฏิ เบียดบังเงินวัด 92 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง ควบคุมตัวเจ้าอาวาสวัดดัง จ.อยุธยา (ต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม) ตามหมายจับศาลอาญาฯ หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดเป็นของตน-นำเงินไปมอบให้กับสีกาแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น
'พริษฐ์' บอกถูก กมธ.ตำรวจถาม 90% ส่วน 'ดีเอสไอ-กองปราบ' ถูกถามแค่ข้อเดียว!
'พริษฐ์' บอก 90% กมธ.ตำรวจบี้ตอบข้อมูลเอกสารโกงสว.หลุดจากไหน ย้ำให้ข้อมูลทุกอย่างเหมือนให้สื่อมวลชน หวังสส.ทุกพรรคให้ความร่วมมือ ทุกกมธ.

