ป.ป.ส.รับตัว 'เตชินท์-ฉมัง' กลับไทย ล้างเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

ป.ป.ส. ประสานเมียนมาเตรียมรับตัว “เตชินท์-ฉมัง” 2 ผู้ต้องหาคดีค้ายารายสำคัญที่หลบหนีหมายจับนาน 8 เดือนกลับไทย 16 ก.ค. หลังขยายผลจากคดีเฮโรอีน 154 กก. พร้อมยึดทรัพย์ทั่วประเทศกว่า 100 ล้าน เตรียมแถลงยุทธศาสตร์ล้างบางยาเสพติด 17 ก.ค.นี้

15 กรกฎาคม 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ว่า มีความคืบหน้าในคดียาเสพติดรายสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับ นายเตชินท์ หน่อวงศ์ และ นายฉมัง กันทวงศ์ สองผู้ต้องหาชาวไทยระดับสั่งการในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่หลบหนีไปอยู่ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตั้งแต่หลังถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567

ทั้งนี้ ป.ป.ส. ดำเนินการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลาง เฮโรอีน 154 กิโลกรัม ที่ จ.ชัยนาท และต่อเนื่อง จ.สุพรรณบุรี จนนำไปสู่ปฏิบัติการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ปิดล้อมตรวจค้น 10 จุด ใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, สุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา และสามารถจับกุม นายพรรคภูมิ (สงวนนามสกุล) สมาชิกเครือข่ายได้อีก 1 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินรวมกว่า 80 ล้านบาท เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ ทองรูปพรรณ และเงินฝากธนาคาร

ในช่วงเดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 ป.ป.ส. ขยายผลจับกุมเครือข่ายนายเตชินท์เพิ่มอีก 4 คดี ได้ของกลางรวม ไอซ์ 609 กก., เฮโรอีน 154 กก., ยาบ้า 1.3 ล้านเม็ด และออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 8 ราย รวมยึดทรัพย์สินทั้งสิ้นราว 100 ล้านบาท

แม้นายเตชินท์และนายฉมังจะหลบหนีหมายจับไปอยู่เมียนมา แต่ยังคงมีบทบาทสั่งการจัดหายาเสพติดผ่านเครือข่ายลำเลียงเข้าสู่ไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองถูกขึ้นบัญชีเป้าหมายในโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีเงินรางวัลนำจับรวม 2.5 ล้านบาท

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประชาชนมักตั้งคำถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่จับได้แต่ผู้ลำเลียงหรือผู้ค้ารายย่อย ตนจึงขอชี้แจงว่า ผู้สั่งการส่วนใหญ่หลบหนีออกนอกประเทศ ทำให้จำเป็นต้องเปิดปฏิบัติการหลายระลอก โดยในครั้งที่ 3 สามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 80 ล้านบาท และล่าสุดได้เดินทางไปพบ ผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุม

ทั้งนี้ ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ และชุดปฏิบัติการพิเศษ “อินทรีย์ 19” จะเดินทางไปยัง ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อรับมอบตัวนายเตชินท์และนายฉมังกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

เขายังระบุว่า เครือข่ายของทั้งสองรายมีกำลังสูง ในการนำเข้ายาเสพติด โดยของกลางในแต่ละคดีมีตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านเม็ด จึงมั่นใจว่าหากสามารถจับผู้สั่งการได้ จะช่วยลดปริมาณการลักลอบนำเข้ายาเสพติดได้อย่างชัดเจน

ขณะที่วันที่ 17 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.00 น. สำนักงาน ป.ป.ส. จะจัดงานแถลงยุทธศาสตร์ที่ สโมสรทหารบก โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวรายงาน และ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถามอบนโยบาย

ภายในงานจะมี ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค–จังหวัด ร่วมลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการปี 2568 ภายใต้โครงการ “Seal Stop Safe” และ “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ที่เน้นการลงพื้นที่ทุกชุมชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกผู้ว่าฯ นายอำเภอ และผู้ใหญ่บ้าน โดยตั้งเป้า ไม่มีพื้นที่ใดที่มียาเสพติดเหลืออยู่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์

'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ

ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

'ชัยชนะ' แจงที่มานามสกุล 'เดชเดโช' ยืนยันไม่เกี่ยวข้องผู้ต้องหาค้ายา ตร.บุกค้นบ้านไม่จริง

นายชัยชนะ เดชเดโช เปิดเผยต่อสื่อมวลชนโดยชี้แจงกรณีที่เพจดังเผยแพร่ข่าวว่า ตำรวจจะเข้าตรวจค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพัวพันกับคดียาเสพติด ว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนและพรรคการเมือง