แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 16 ปางตายถูกวัยรุ่นรุมทำร้าย

เด็ก 16 พร้อมคุณแม่ เข้าแจ้งความเอาผิด กลุ่มวัยรุ่น กว่า 20 คนรุมทำร้ายร่างกายแล้ว ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด  พร้อมเตรียมย้ายไปอยู่ด้วยที่ ชลบุรี หวั่นไม่ปลอดภัยเพราะเกรงจะถูกทำร้ายซ้ำ ขณะที่คู่กรณีเดินทางเข้าพบตำรวจแล้ว

28 ก.ย.2568 – ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น น.ส. ชนิดา สุวิชา  นำ น้องแอ้ม อายุ 16 ปี ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คนรุมทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดอยู่ถนนริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.มุกมิก อายุ 16 ปี วัยรุ่นหญิงที่สวมใส่ชุดนอนสีชมพูที่อยู่ในคลิปทำร้ายร่างกาย พร้อมพวกทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยมีเจ้าหน้าที่จาก พม.จ.ขอนแก่น เข้ามาให้การช่วยเหลือตามสิทธิ์ผู้เสียหายด้วย

ขณะเดียวกันกลุ่มของ น.ส.มุกมิก และพวกที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ทยอยเข้าพบตำรวจ เพื่อให้ปากคำตามขั้นตอนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงพยานในที่เกิดเหตุและพลเมืองดีที่เข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในคืนดังกล่าวด้วย

น้องแอ้ม กล่าวว่า ตนเองกับคู่กรณีเคยมีเรื่องกันมาก่อน และได้มีการเคลียร์กันจบไปแล้ว มวันต่อมากลุ่มคู่กรณีบอกให้มาเคลียร์กันอีกพอไปถึงลงจากรถจักรยานยนต์ก็ถูก น.ส.มุกมิกเข้ามาทำร้ายทันที  หลังจากที่ น.ส.มุกมิกตีตนเองเสร็จ ตนเองเดินหนีเลียบบึงหนองโคตรออกไป แต่ น.ส.มุกมิกกับพวกขับรถจักรยานยนต์ซ้อน 3 ไปลากตนเองกลับมารุมทำร้ายอีก โดย น.ส.มุกมิกกระชากศีรษะตนเองลากไปกับพื้นตนเองพยายามขอโทษ บอกว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ถ้าทำอะไรผิด ยกโทษให้หนูได้ไหม หนูจะตายอยู่แล้วพี่ปล่อยหนูเถอะ

น้องแอ้ม ระบุว่า แต่ น.ส.มุกมิกไม่หยุดทั้งเตะทั้งต่อยทุบตีจนรู้สึกว่าสลบไปประมาณ 3 ครั้ง คนที่มาด้วยกันก็เกือบโดนทำร้าย และไม่มีใครสามารถเข้ามาช่วยเหลือตนเองได้ พอดึงสติได้จึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือที่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งพี่ๆที่อยู่ในร้านอาหารจึงแจ้งกู้ภัยและแจ้งตำรวจพาตนเองส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุที่ถูกทำร้ายครั้งที่นั้น น.ส.มุกมิกบอกว่าตนเองไปคุยกับแฟน น.ส.มุกมิก ซึ่ง น.ส.มุกมิกเป็นคนเอาไอจีของผู้ชายคนนั้นให้ตนเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน โดยคุยได้ 2-3 วันก็หยุดคุย ในส่วนเรื่องเครื่องสำอางของตนเองที่หายไปที่สงสัยว่า 1 ในคู่กรณีมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีการเคลียร์กันไปก่อนหน้านั้นแล้วที่บึงแก่นนคร ซึ่งตนเองก็ถูกตีเช่นกัน

น้องแอ้ม ระบุว่า แล้วมาต่อวันที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายดังกล่าว แต่วันที่สองนั้นไม่ได้เป็นการนัดเคลียร์เรื่องของตนเองกับคู่กรณี ตนเองบังเอิญมาเจอกับกลุ่มคู่กรณีพอดี โดยก่อนจะถูกรุมตีนั้น เป็นการเคลียร์กันเรื่องของผู้ชายในกลุ่มตนเองกับกลุ่มคู่กรณี ก่อนจะลามมาถึงตนเอง โดยคนในกลุ่มคู่กรณีให้ตนเองมาอธิบายเรื่องผู้ชาย ตนเองจึงไปพอไปถึงก็โดนทำร้ายทันทีโดยไม่ทันได้อธิบาย

น.ส.แอ้ม กล่าวต่อว่าตอนนี้กลัวไม่กล้าอยู่ที่ จ.มหาสารคาม หรือ ขอนแก่น หากคดีความจบไปแล้ว กลัวจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองอีก เพราะคืนที่เกิดเหตุนั้นยอมรับว่าเกือบตาย  จึงตัดสินใจจะไปอยู่ที่ ชลบุรีกับครอบรัวตอนนี้อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ให้เป็นข้อหาพยายามฆ่า เพราะสิ่งที่ทำกับตนเองมันหนักเกินไป หากไม่มีคนช่วยก็คงอยู่ไม่ได้ถึงตอนนี้ ส่วนอาการตอนนี้หมอนัดวันที่ 10 ต.ค.2568 เพื่อเอ็กซเรย์ดูกระดูกใบหน้า ซี่โครง และกระดูกข้อมือเพราะสงสัยว่าจะแตก ส่วนฟันหน้าถูกทำร้ายจนหลุด 1 ซี่ และอีก 1 ซี่ข้างกันโยก และบาดแผลถลอกช้ำบวมทั้งตัว ซึ่งโดยส่วนตัว ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุดไม่ยอมความ 

ด้าน น.ส.ชนิดา สุวิชา แม่น้องแอ้ม กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับกุมคนที่ทำร้ายลูกสาวทุกคน และมารับผิดชอบ ชดใช้เยียวยาค่าเสียหายทั้งหมด ให้ลูกได้รับความเป็นธรรม มีกี่คนต้องถูกดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายทุกคน และจะไม่มีการยอมความเพราะพอเห็นคลิปแล้วไม่สามารถยอมรับได้ เพราะทำกับลูกเหมือนหมูเหมือนหมา ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ใช่จะทำผิดแล้วเอากระเช้ามาขอโทษมันเป็นไปไม่ได้ ต่อไปก็จะทำแบบนี้อีก 

“ตอนนี้กังวลว่าคู่กรณีจะย้อนมาทำร้ายลูกอีก หลังเสร็จสิ้นคดีจะพาลูกกลับไปอยู่ที่ ชลบุรีด้วย เพราะอยู่กับยายที่ขอนแก่นกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยหากคู่กรณีลูกสาวรู้ที่อยู่อาศัย เพราะเด็กวัยนี้คึกคะนองไม่ได้กลัวอะไร และหลังเกิดเหตึคู่กรณีไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาพูดคุยขอโทษอะไร แต่กลับไปแจ้งความลงบันทีกประจำงันว่าลูกตัวเองไม่ผิด ทัง้ที่มีคลิปลูกตัวเอง อยากให้ตำรวจจับมาดำเนินคดีให้หมดทุกคน”

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พยายามคุยกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทุกคนระบุว่า คนที่ทำร้ายจริงมีเพียง 4 คน และที่ไปแจ้งความที่โรงพักนั้นเป็นการลงบันทึกประจำวันเอาไว้ว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งก็อยากจะขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วยเพราะตอนนี้ถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนักเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนก่อเหตุซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นพยายามเข้าไปห้ามแต่ไม่เป็นผล และพยายามจะพาไปส่งหอเพราะเห็นว่าคนเจ็บนั้นอาการหนักแล้ว ตามคลิปที่มีการเผยแพร่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ชายเมายาคลั่ง จุดไฟเผาตู้เอทีเอ็ม ตำรวจรวบตัวได้ทันควัน

หนุ่มขอนแก่นจุดไฟเผาตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยเสียหาย 3 ตู้ อ้างเดินเท้าจากบ้านมาหางานทำ ก่อนดื่มสุราและเสพยาบ้า จนเกิดความคึกคะนอง ก่อน เก็บกระดาษจากถังขยะจุดไฟเผาตู้เอทีเอ็มทิ้ง ขณะที่ตำรวจรวบทันควัน

สาวขอนแก่นแฉถูกทนายหลอกอ้างรู้จักประธานศาลฎีกาเคลียร์คดีสูญเงินร่วม 3 ล้าน

สาวขอนแก่นร้องสื่อถูกทนายหลอกสูญเงินร่วม 3 ล้าน อ้างรู้จักประธานศาลฎีกา ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์และถือสิทธิ์ตามข้อกฎหมายโลก ช่วยครอบครัวพ้นผิดและออกจากเรือนจำได้ ก่อนปิดมือถือติดต่อไม่ได้

'โตโยต้า คาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง' ปั้นนักขับโกคาร์ทรุ่นใหม่ 'ปังปอนด์-เจมส์'ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ

ทูดับเบิลยูคาร์ทติ้ง ได้ร่วมกับ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด , บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดโครงการฝึกอบรมรถคาร์ทเยาวชน “ทรูวิชั่นส์ - โตโยต้า จูเนียร์โกคาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง 2026”

ชาวนาเริ่มไถหว่านปลูกข้าว โอดแบกรับต้นทุนเพิ่มสูง วอนรัฐบาลแก้ให้ตรงจุด ชี้มาตรการสินเชื่อสร้างภาระหนี้ไม่จบสิ้น

ชาวนาในพื้นที่ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เริ่มไถหว่าน เตรียมปลูกข้าวนาปี ท่ามกลางความกังวลว่า การทำนาปีนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม อันเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันซึ่งเป็นตุ้นทุนหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าน เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยไร่ละ 50-100 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

ตชด.ภาค 2 จับแก๊งค้ายาบ้าข้ามชาติ ยึด 6 แสนเม็ด มูลค่า 10 ล้านบาท

พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (รอง ผบก.ตชด.ภ.2) พร้อมด้วย ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด. สนธิกำลังร่วมกับ สำนักการข่าว กอ.รมน.

ตำรวจจับกุมคนร้ายลักลอบขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด

ตร.ทท.รวบ 2 นักบิดลักลอบขนยาบ้า1ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ก่อนหนีเข้าไร่อ้อยสุดท้ายไม่รอด สารภาพการเงินขัดสน รับจ้างนายทุนชาว สปป.ลาว 30,000 บาท นำส่งปลายทาง อ.ชุมแพ