ระทึกกลางทางหลวงนครสวรรค์ "ตำรวจทางหลวง" สกัดจับ รถกระบะตู้ทึบขนต่างด้าวชาวจีน-เมียนมา อัดแน่น 27 ราย พร้อมคนขับชาวไทย สารภาพรับจ้างขนเข้ากรุงแลกเงิน 10,000 บาท
30 ตุลาคม 2568 - พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. พร้อมข้าราชการตำรวจ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.ได้ทำการจับกุม 1. นายบุญช่วยฯ อายุ 31 ปี สัญชาติไทย ความผิดฐาน “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมด้วย บุคคลต่างด้าวชาวจีน 9 รายและ เมียนมา 18 ราย ความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” สถานที่จับกุม บริเวณถนน ทล.1 กม.353 (ขาล่อง) ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ทล. ได้สืบสวนในพื้นที่รับผิดชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สำรวจเส้นทาง ถนนพหลโยธิน ทล.1 ต.หนองกรด อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ พบ รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน ขับขี่มาด้วยความเร็วสูง และมีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับขี่ติดตามอย่างกระชั้นชิด พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นรีโว่ สีขาว ติดฟิล์มสีดำมืดทึบต้องสงสัย มีพิรุธโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์ จำนวน 1 คันดังกล่าวให้หยุด
จนกระทั่งมาถึง บริเวณ ทล.1 กม.353 (ขาล่อง) ต.หนองกรด อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้วพบนายบุญช่วยฯ แสดงตนเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ โดยพบมีบุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน จำนวน 9 คน และสัญชาติเมียนมา จำนวน 18 คน รวมจำนวน 27 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญผู้ถูกจับกุมพร้อมรถยนต์คันดังกล่าว มาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. พบว่า ผู้ถูกจับเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีนและเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดแสดง
จากการสอบสวน นายบุญช่วย คนขับรถคันดังกล่าว ให้การยอมรับว่าได้รับการประสานจากหญิงไทย (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) สัญชาติไทย ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 27 คน ที่บริเวณ พื้นที่ ต.หนองบัวใต้ อ.เมืองตาก จ.ตาก เพื่อไปส่งปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ค่าจ้าง 10,000 บาท ต่อครั้ง และรับว่าได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวบรรทุกแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาจริง และตนรู้ดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ เงินค่าจ้างที่ได้มาจะนำไปเที่ยวและใช้จ่ายต่างๆและ สอบถามบุคคลต่างด้าวที่ถูกจับ ผ่านล่ามแปลภาษาจีนและภาษาเมียนมาให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามมา ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และจะมีคนพาออกมาขึ้นรถที่นำพา เพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ภ.จว.นครสวรรค์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสว.ชวนร่วมงาน 'OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026' ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ รวมสุดยอดเอสเอ็มอีภาคเหนือกว่า 60 ร้านค้า ช้อปครบ จบในที่เดียว พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เตรียมจัดงานมหกรรม "OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026" ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "สร้างโอกาสและเติบโตไปกับ OSS" ระหว่างวันที่ 15 - 17 พฤษภาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในภาคเหนือ โดยรวบรวมสุดยอดสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการกว่า 60 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ไทยยินดีเมียนมาย้าย ‘ซูจี’ กลับกักตัวบ้านพัก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย รัฐบาลไทยยินดีรัฐบาลเมียนมาย้าย นาง ออง ซาน ซู จี กลับมากักตัว
ทภ.2 สกัดจับชาวเวียดนาม 12 ราย ลักลอบเข้าชายแดนช่องสะงำ ศรีสะเกษ
กองทัพบก ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กรณีต
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน

