ดีเอสไอ-อัยการสูงสุด ลุยคดีดิไอคอนฯ ขยายผลผู้เสียหาย 13 ประเทศ เสียหายทะลุ 686 ล้าน ฟัน 4 ข้อหาหนัก 19 ผู้ต้องหา พร้อมชี้ขาดสั่งฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” คดีนอกราชอาณาจักร เร่งสอบ 40 พยานสำคัญก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดภายใน พ.ค.นี้
27 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 17/2568 นำโดย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และพนักงานอัยการ ร่วมประชุมตรวจสอบถึงกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมนอกราชอาณาจักรของบริษัท ดิไอคอนฯ ที่ได้ร่วมลงทุนไป มีจำนวนทั้งสิ้น 30 ราย (จาก 13 ประเทศ) พบมูลค่าความเสียหาย 9.44 ล้านบาท และคดีพิเศษที่ 18/2568 ซึ่งดำเนินการสอบสวนปากคำพยานผู้เสียหายของบริษัท ดิไอคอนฯ เพิ่มเติมที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายที่ตกค้างยังไม่ได้ถูกสอบปากคำในสำนวนคดีหลักก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหายเพิ่มเติม จำนวน 2,505 ราย พบมูลค่าความเสียหาย 677 ล้านบาท เพื่อแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมแก่ผู้กระทำผิด
นายวัชรินทร์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า สืบเนื่องจากอัยการสูงสุด มีคำสั่งให้คดี ดิไอคอน แยกเป็น 2 ส่วน คือ ความผิดในราชอาณาจักร ซึ่งมีการสั่งฟ้องไปแล้ว แต่มีผู้ต้องหา 2 ราย นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ "บอสแซม" และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ "บอสมิน" อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน คณะพนักงานอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง และ อธิบดีดีเอสไอ ได้ทำความเห็นแย้งส่งอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดลงมาแล้วว่าให้ฟ้อง "บอสมิน-บอสแซม" รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 19 ราย บุคคล 18 ราย นิติบุคคล 1 ราย
นายวัชรินทร์ เผยว่า ส่วนในวันนี้เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับนอกราชอาณาจักร มีผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ มีการโอนเงินจากต่างประเทศหรือความผิดเกี่ยวพันทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งต้องมีอัยการมาร่วมสอบสวน จึงมอบหมายอัยการสำนักงานการสอบสวน โดยมีการหารือวางแนวทางเนื่องจากผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ 13 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้เสียหายบางส่วนเคยให้การกับตำรวจแล้ว แต่ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา (M-Lab) มีอัยการร่วมรับฟังการสอบสวนต่างๆ เช่น ประเทศสวีเดน เป็นต้น และยังต้องรอผลสอบสวนผู้เสียหายจากอีกหลายประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ได้รับการส่งกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลสอบกลับคืนมาให้ครบทุกประเทศก่อน วางกรอบระยะเวลาถึง พ.ค.นี้
"นอกจากนี้ ในที่ประชุมจะมีการเรียกพยานสำคัญ 40 รายที่เคยสอบปากคำแล้ว อาทิ พนักงานบริษัท ตำรวจชุดจับกุม เป็นต้น มาสอบสวนเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นอีกคดีใหม่ คดีนอกราชอาณาจักรเพราะคดีมีความต่างกัน คดีในราชอาณาจักร เป็นอำนาจอธิบดีสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้สั่งฟ้อง ส่วนคดีนอกราชอาณาจักร เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด เป็นผู้สั่งฟ้องหรือไม่ จึงต้องทำสำนวนให้รอบคอบรัดกุม จากนั้นจะพิจารณาว่ามีผู้ต้องหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น เป็นแม่ทีมมีความเกี่ยวข้องโดยตรงอีกจำนวนมาก อาจเป็นผู้ชักชวนมาร่วมลงทุนและได้ผลประโยชน์ตอบแทน"
นายวัชรินทร์ เผยอีกว่า สำหรับผู้เสียหาย 30 ราย ใน 13 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สวีเดน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อเมริกา ฮ่องกง เยอรมัน ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อังกฤษ มาเลเซีย ดูไบ นอเวย์ โดยถูกชักชวนผ่านทางสื่อออนไลน์ หลงเชื่อร่วมลงทุน ความเสียหายประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เสียหายบางรายเคยมาให้การตำรวจสอบสวนกลางตอนทำสำนวนขณะนั้น แต่ต้องมาให้การใหม่เพราะดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ และยังไม่ได้แบ่งว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร กับคดีในราชอาณาจักร นอกจากนี้ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานชัดเจนจะแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) , พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้ต้องหาทั้ง 19 ราย
เมื่อถามว่ากรณี "บอสมิน-บอสแซม" อัยการสูงสุดชี้ขาดนัดหมายเข้ามาพบเมื่อไหร่ นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ต้องสอบถามไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ โดยมีหลักการสำนักงานอัยการคดีพิเศษจะทำหนังสือไปยังทั้ง "บอสมิน-บอสแซม" ให้มาพบเพื่อนำตัวไปฟ้องศาลอาญา แต่หากไม่มา อัยการสำนักงานคดีพิเศษจะทำหนังสือมายังอธิบดีดีเอสไอ ให้นำตัวมาทั้ง 2 ราย เพื่อสั่งฟ้องต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับความผิดลักษณะคดีแชร์ลูกโซ่ หรือฉ้อโกงประชาชน ศาลจะลงโทษต่างกรรมต่างวาระ หลอกผู้เสียหาย 1 คนก็ 1 กรรม จึงตัดสินจำคุกเป็นหมื่นปี แต่สุดท้ายจะติดเงื่อนไขประมวลกฎหมายอาญา ลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียกแล้ว คืบหน้า 2 คดี คลังน้ำมันอ่างทอง-6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก "สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี" น้องชายเสี่ยตือคอสโม่ เบื้องหลังตัวจริงรับประโยชน์จากการค้าน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ให้รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคา จันทร์ 8 มิ.ย.69
อดีตสว.สมชาย ชี้วิกฤติศรัทธา! มติสภาไม่ส่งตัว สส. ให้ดีเอสไอ
“สมชาย แสวงการ” วิจารณ์มติสภาไม่อนุญาตให้ DSI เรียกตัว สส.สงขลา
'โรม' สุดผิดหวัง สภาไม่ส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์' ให้ดีเอสไอ เอื้อนักการเมืองทุนเทารอดคดี
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่อนุญาต ส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 125 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาแน่นอน
ดีเอสไอ กระทุ้ง 'ชนนพัฒฐ์' หากสละเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ทำได้ ไม่ต้องรอปิดสมัยประชุมสภา
"โฆษกดีเอสไอ" ยืนยันต้องรอปิดสมัยประชุมสภา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงค่อยออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีเว็บพนันฯ สส.ชนนพัฒน์ มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด หลังมติสภาผู้แทน สส.โหวตท่วมท้นไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอดำเนินคดี ระบุ ผู้ต้องหาในสำนวนมีทั้งสิ้น 27 ราย
สภาอุ้ม 'ชนนพัฒฐ์' มติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้DSI
'ชนนพัฒฐ์' ลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วอนเพื่อน สส. ยึดหลักการ รับหากปิดสมัยประชุมแล้วก็หนีไม่รอด ก่อนสภาฯ มีมติ 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ
‘หมอวรงค์’ เรียกร้อง สส.เห็นชอบส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ DSI
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงถึงจุดยืนของพรรคไทยภักดีต่อกรณีการขอมติสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาค

