รวบหนุ่มเกาหลี หลอกเพื่อนร่วมชาติไปทำงานสแกมเมอร์ที่กัมพูชา

บุกรวบคาคอนโดหรูกลางกรุง สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ หลอกชาติเดียวกันส่งตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์กัมพูชา

30 เมษายน 2569 - ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม. 3 , พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3 , พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผบก.อก.บช.น. ช่วยราชการ บก.ตม.3 ให้ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ นำโดย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งแกะรอย หลังจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับ บุคคลสัญชาติเกาหลี ที่เป็นบุคคลตามหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีกลุ่มอาชญากรองค์กร ฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ระบบโทรคมนาคมเป็นฐาน และได้ร่วมกันสมคบกับผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น เพื่อโอนสื่อหรือข้อมูลสำหรับใช้ในการกระทำความผิดฉ้อโกง ระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้หลอกลวงคนเกาหลีในต่างแดนส่งตัวไปยังศูนย์สแกมในประเทศกัมพูชา เพื่อกักขัง อีกทั้งยังฟอกเงินจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Voice Phishing) เป็นสกุลเงินดิจิทัล(USDT)

จากการสืบสวนติดตามพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและได้เข้ามาพักอาศัย อยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูในเขตพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้วางกำลังเพื่อทำการจับกุม

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้พบผู้ต้องหา คือ Mr.GIJU (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อทำการตรวจสอบ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจาก เข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม มีพฤติการณ์ว่าเป็นภัยต่อสังคมฯ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง

พร้อมทำการตรวจค้นพบยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในภายกระเป๋าถือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเสพติดประเภทเมทเอมเฟตามีนจริง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย หากแต่ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือแต่โดยดี จึงได้แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า กระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ไม่ยอมให้มีการตรวจหรือทดสอบว่าเป็นผู้มียาเสพติดอยู่ในร่างกาย ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด“ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบ ‘ซ้อโรส’ พร้อมพวก หลอกคนไทยไปกัมพูชา บังคับทำคอลเซ็นเตอร์ ทำยอดไม่ได้ถูกช็อต-ทุบตี

ตำรวจ ปคม. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติ รวบ “ซ้อโรส” หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ไทยพร้อมพวกรวม 5 ราย หลังหลอกคนไท

รวบบอสชาวจีนระดับสั่งการ 'สแกมเมอร์' หลอกลวงประชาชน ฟอกเงินเป็นทองคำ

ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ ทลายคอกม้าฟอกเงินเป็นทองคำ ขยายผลมีบอสชาวจีนสั่งการ จัดหาบัญชีม้าไว้สแกนหน้า บุกคาเยาวราชพบเป็นถึงระดับสั่งการแก๊งสแกมเมอร์

'บุญรวี' จี้ปราบแก๊งสแกมเมอร์ตั้งล้งขายหวยฟอกเงิน!

'บุญรวี' จี้ รัฐบาลปราบแก๊งสแกมเมอร์ เครือข่าย 'ก๊ก อาน' ตั้งล้งขายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จับพิรุธล่าซื้อรางวัลที่1 ในราคาสูงเกินจริง ใช้เป็นแหล่งฟอกเงินดำเป็นเงินขาว

ตอก 'ฮุนเซน' เล่นบทเหยื่อสแกมเมอร์ โฆษกตร. ชี้ฐานหลอกลวงอยู่ในกัมพูชา แต่ไม่ยอมร่วมมือแก้ปัญหา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พาดพิงว่าแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา ไม่ได้เดินทางเข้าประเทศผ่านสายการบินของกัมพูชา แต่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านนั้น ว่า การติดตามปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ