'รมว.สธ.' ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หายไปไหน จัดสรรกระจายไปหลายหน่วยบริการดูแลประชาชน 80% ของประเทศ เผยเตรียมปรับวิธีทำงานให้สอดคล้อง พ.ร.บ.ปฐมภูมิ ยืนยันทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่า
05 ส.ค.2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณกองทุนบัตรทอง ปี 2568 จำนวนเงิน 60,000 ล้านบาท ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขว่า งบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับในปี 2568 ไม่นับเงินเดือนจะได้รับอยู่ที่ประมาณ 170,000 ล้านบาท ซึ่งในระบบของโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขจะมีบันทึกรายรับจากงบประมาณตรงนี้ประมาณ 110,000 ล้านบาท เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนจึงได้ตั้งคำถามไปว่างบประมาณ 60,000 ล้านบาทหายไปไหน ซึ่งสปสช. มีอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้อยู่นอกระบบของกระทรวงสาธารณสุข และมีอีก 10,000 กว่าล้านบาท ที่สปสช.ใช้กระทรวงสาธารณสุขผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเป็นช่องทางในการจัดซื้อยา และอาจจะมี 3,000 - 4,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการซื้อยา แต่ไปยังโรงพยาบาลนอกสังกัดโรงพยาบาลสาธารณสุข เช่น สังกัดกระทรวงกลาโหม สังกัดกรุงเทพมหานคร และอีกครึ่งหนึ่งถูกจัดสรรไปให้กับคลินิก รวมถึงหน่วยให้บริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เราต้องดูว่าการให้บริการมีประสิทธิภาพ มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานหรือไม่ และหากต้องมีการปรับปรุงในการวางเงินเหล่านี้ไปที่ใดควรจะต้องถูกหยิบยกมาหารือในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยรวมๆจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 กว่าล้านบาท ที่กระทรวงสาธารณสุขมีเงินผ่านมือ เพราะฉะนั้นงบประมาณ 60,000 ล้านบาท จะเป็นการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูแลประชาชนราวๆ 80% ของประเทศ ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่เราเจอ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 ล้านบาท ยืนยันว่านโยบายของตนและรัฐบาลเงินภาษีของประชาชนต้องอธิบายได้ว่าเส้นทางการเงินต่างๆ ได้ถูกนำไปวางจัดสรรไว้ที่ไหน และ สปสช.เองต้องนำข้อมูลเหล่านี้ออกมาให้เกิดความชัดเจน
เมื่อถามว่า หน่วยงานเหล่านี้มีเงื่อนไขทางกฎหมายเปิดช่องให้สามารถรับเงินได้หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องติดตามดูกัน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินให้ชี้แจงภายใน 7 วัน ซึ่งต้องชี้แจงลงไปในรายละเอียดถึงหน่วยที่รับเงิน กิจกรรมต่างๆ และการกระจายตัวของเงินว่าเป็นอย่างไร ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานและการตรวจสอบไปพร้อมพร้อมกันว่าการใช้เงินเหล่านั้นนำไปปฏิบัติงานจริงหรือไม่ นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีพระราชบัญญัติปฐมภูมิ ปี 2562 ที่จะต้องวางมาตรฐานการให้บริการต่างๆของงานป้องกันและงานส่งเสริมเรื่องระบบสาธารณสุขหรือสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งรัดให้เกิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับหน่วยบริการในสังกัด สปสช. รวมถึงสังกัดอื่นๆด้วย เพื่อให้เห็นว่าหากมีการเบิกงบประมาณไปใช้ในการดูแลประชาชนจะต้องได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้
เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุข นำงบประมาณไปใช้กับกิจกรรมต่างๆค่อนข้างมาก นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่ทั้งลึกและกว้างดูแลประชาชนทั่วประเทศ และมีภารกิจต่างๆมากมาย ช่วงที่ตนรับตำแหน่งที่ผ่านมามีเวลา 2-3 เดือน จะเห็นว่าตนลงพื้นที่ในภูมิภาคค่อนข้างมาก มีการพูดคุยในเรื่องการบริหารราชการของโรงพยาบาล และมีการนำนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติ เรื่องของนวัตกรรม AI ต่างๆ ดังนั้นต้องขอบคุณโรงพยาบาลต่างๆที่ทำให้เห็นในภาพกว้างว่ามีการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งเรื่องการใช้งบประมาณเป็นเรื่องของโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดสรร ซึ่งยึดหลักให้ทุกโรงพยาบาลใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน. ข้องใจงบซ่อมเรือตรวจการณ์ กรมศุลกากร 57 ล้าน ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น แต่ไม่ถูกตัดแม้แต่บาทเดียว
น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตค่าใช้จ่ายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่อปิโตรเลียม ซึ่งเมื่อรวมค่าซ่อมแซมเรือตรวจการณ์ศุลกากร จำนวน 19 ลำที่ใช้ในภารกิจเดียวกัน มีวงเงินรวม 57.3 ล้านบาท น่าสังเกตว่างบก้อนนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
'เท้ง' สับงบปี 70 กว่า 95% เป็นโครงการเดิมยกมาจากปีก่อน ไม่เห็นเริ่มต้นคิดใหม่จากฐานศูนย์
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร เสนอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา 7 สำนักงานนายกรัฐมนตรีว่า สำนักงบประมาณได้เสนอกรอบงบประมาณตัวเองมาประมาณ 1.05 พันล้านบาท แต่กรรมาธิการมีการปรับลดงบลงเพียงแค่ 2.4 แสนล้านบาทเท่านั้น
'ภราดร' แจงงบกลางแก้วิกฤตพลังงาน ไม่ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ปีนี้กรรมาธิการสามารถปรับลดงบฯ ได้ทั้งสิ้น 11,162 ล้านบาท มีส่วนที่แปรญัตติเพิ่มเข้ามา และนำมาใส่ในงบกลาง หลายคนถามว่าทำไมต้องนำมาใส่ในงบกลางถึง 6,000 ล้านบาท เหตุผลคือในคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง
‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล
'วรวีร์' แจงตัดงบจ่ายค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท โยกใส่งบกลาง ชี้ควรรอให้คดีชัดเจนก่อน
'กรวีร์' เผย กมธ.งบฯ ถกเนื้อหาใกล้เสร็จ ยอดปรับลด 1.1 หมื่นล้าน แปรเพิ่มให้ 9 หน่วยงาน แจงหั่นเงินใช้หนี้ค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท ใส่งบกลางเพื่อเตรียมชดใช้ บอกปมหารือ งบกลางเพื่อกู้วิกฤติพลังงาน ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ จ่อคุยให้จบสัปดาห์หน้า ก่อนชงสภาฯ ถกวาระสอง-สาม 7-9 ก.ย.
กมธ. เห็นชอบแปรงบ 1.1 หมื่นล้าน เติม 9 หน่วยงาน 'ปชน.' ค้านนำเงินลงงบกลางมีอยู่แล้วเกือบแสนล้าน
มติกมธ.งบฯ เห็นชอบ แปรงบฯ หมื่นล้าน เติมให้ 9 หน่วยงาน “กมธ.ปชน.” ขอเติมให้ กยศ. หลังพบความเสี่ยง นิสิต-นักศึกษา หมื่นราย หลุดจากระบบการศึกษา เหตุไม่มีเงินให้กู้ ด้าน “กรวีร์”” ชี้ปัญหา กยศ. อยู่ที่การค้างชำระเงิน 2แสนล้าน ขวางเติมเงินเข้ากองทุน ก่อน มติข้างมากตีตก

