ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ
21 พ.ค.2569 - ที่ลานกีฬาต้านยาเสพติด ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น น.ส.สรัสนันท์ อรรณนนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานคาร์นิวัลหมอลำ เสน่ห์อีสานขอนแก่น “Khon Kaen to the World 2026” ภายใต้แนวคิด “Open Eye Khon Kaen to the World” โดยมีนายประจวบ รักแพทย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น ,จ่าเอกนาวี แสงฤทธิ์ รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ,คณะหมอลำ และประชาชนเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งในคืนแรกเป็นการแสดงของหมอลำคณะระเบียบวาทศิลป์ สร้างบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เริ่มงาน
น.ส.สรัสนันท์ อรรณนนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า หมอลำ เสน่ห์อีสานขอนแก่น ได้รับการผลักดันจากคนท้องถิ่นจนเกิดการรวมตัวเป็นสมาคมหมอลำ และจะยังคงเป็นเสน่ห์สำคัญของชาวขอนแก่นต่อไปอีกยาวนาน เพราะหมอลำถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนอีสาน ที่สร้างทั้งคน สร้างงาน สร้างรายได้ และสะท้อนตัวตนของคนอีสานได้อย่างชัดเจน หมอลำในงานวันนี้ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการบรรจุเป็นมรดกของประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกรัฐบาลต่างให้ความสำคัญและมีแนวทางผลักดันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในวันนี้ที่ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานด้านวัฒนธรรมในระดับกระทรวงและจังหวัด รวมถึงทุกภาคส่วนที่เห็นตรงกันว่า หมอลำและกิจกรรมทางวัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าได้จริง โดยเฉพาะการจัดงานหมอลำที่มีการแสดงตลอดทั้งคืน และมีประชาชนเดินทางมาชมในแต่ละคืนจำนวนหลายหมื่นคน ย่อมส่งผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้สามารถค้าขายและสร้างรายได้ตลอดหลายวัน ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่อง 3 คืน ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าหมอลำไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิงรื่นเริงเท่านั้น แต่ยังเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ต้องรักษาไว้ด้วยความภาคภูมิใจ
“หมอลำยังเป็นโอกาสสำคัญของคนอีสาน เพราะนอกจากภาคเกษตรกรรมแล้ว หมอลำยังเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ควรได้รับการผลักดันจากทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยการขับเคลื่อนต้องเคารพตัวตนของหมอลำ ไม่ยัดเยียดสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับวิถีหมอลำ และมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ สำหรับการผลักดันหมอลำเข้าสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมกับยูเนสโก ขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดเตรียมและศึกษา โดยมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้าสู่ลำดับการพิจารณาของยูเนสโก เพื่อให้หมอลำได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกอย่างเป็นทางการในอนาคต”
น.ส.สรัสนันท์ กล่าวต่อว่า ในส่วนกระแสของคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดหมอลำนั้น นางสาวสรัสนันท์ กล่าวว่า ต้องให้เครดิตกับคนในอุตสาหกรรมหมอลำที่เริ่มต้นจากตัวตนของตนเอง แม้หลายครั้งอาจถูกละเลยไปบ้าง แต่หมอลำยังคงยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง และเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านแรงสนับสนุนจากภาคประชาชน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่มีความสำคัญและเป็นกลไกเปลี่ยนแปลงการสื่อสารอย่างมาก ทำให้การเติบโตของหมอลำและรสนิยมต่าง ๆ ถูกปรับให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกพื้นที่ จากเดิมที่หมอลำอาจได้รับความนิยมเฉพาะในกลุ่มคนอีสาน แต่ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าคนทุกภาค ทุกกลุ่มในประเทศไทยไม่ได้มองข้ามหมอลำอีกต่อไป หากแต่เห็นว่าหมอลำเป็นความบันเทิงที่มีเอกลักษณ์ มีจริตเฉพาะตัว และเป็นวัฒนธรรมที่คนอีสานภาคภูมิใจนำเสนอ โดยการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรมจะร่วมผลักดันหมอลำให้ก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ จ่าเอกนาวี แสงฤทธิ์ รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น การจัดงาน คาร์นิวัลหมอลำ เสน่ห์อีสานขอนแก่น Khon Kaen to the World 2026 เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันในการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมหมอลำ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างโอกาสและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มของการท่องเที่ยวสมัยใหม่ โดยนำเสนอทุนทางวัฒนธรรมอีสานในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อให้หมอลำก้าวสู่เวทีโลกอย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy พร้อมผลักดัน หมอลำ ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม
"งานดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00–24.00 น.ที่บริเวณบึงแก่นนคร โดยกิจกรรมภายในงานวันแรกประกอบด้วย ขบวนพาเหรดหมอลำคาร์นิวัลในรูปแบบสร้างสรรค์ร่วมสมัย การแสดงแสง สี เสียง ชุด Open Eye Khon Kaen to the World การแสดงของวงหมอลำระเบียบวาทศิลป์ วงหมอลำคณะอีสานนครศิลป์ และศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง บิว จิตรฉรียา แบบเต็มวง พร้อมด้วยศิลปินหมอลำพื้นบ้านจากสมาคมหมอลำจังหวัดขอนแก่นนอกจากนี้ ภายในบริเวณงานยังมี ตลาดวัฒนธรรม มักขอนแก่นเด้ ซึ่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารพื้นบ้าน ผ้าไหม และสินค้าโอทอปจำนวนมาก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสสร้างรายได้จากการจัดงานตลอดทั้ง 3 วัน"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบพนักงานขับรถน้ำมัน แอบดูดดีเซลใส่ถังส่งขายกลางป่า
พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 4 นำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม แก๊งมดขยัน กำลังลักลอบถ่ายเทน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง กลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและเหมาะแก่การก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่พนักงานขับรถ กำลังแอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อ
ระทึก! ชายเมายาคลั่ง จุดไฟเผาตู้เอทีเอ็ม ตำรวจรวบตัวได้ทันควัน
หนุ่มขอนแก่นจุดไฟเผาตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยเสียหาย 3 ตู้ อ้างเดินเท้าจากบ้านมาหางานทำ ก่อนดื่มสุราและเสพยาบ้า จนเกิดความคึกคะนอง ก่อน เก็บกระดาษจากถังขยะจุดไฟเผาตู้เอทีเอ็มทิ้ง ขณะที่ตำรวจรวบทันควัน
สาวขอนแก่นแฉถูกทนายหลอกอ้างรู้จักประธานศาลฎีกาเคลียร์คดีสูญเงินร่วม 3 ล้าน
สาวขอนแก่นร้องสื่อถูกทนายหลอกสูญเงินร่วม 3 ล้าน อ้างรู้จักประธานศาลฎีกา ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์และถือสิทธิ์ตามข้อกฎหมายโลก ช่วยครอบครัวพ้นผิดและออกจากเรือนจำได้ ก่อนปิดมือถือติดต่อไม่ได้
ชาวนาเริ่มไถหว่านปลูกข้าว โอดแบกรับต้นทุนเพิ่มสูง วอนรัฐบาลแก้ให้ตรงจุด ชี้มาตรการสินเชื่อสร้างภาระหนี้ไม่จบสิ้น
ชาวนาในพื้นที่ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เริ่มไถหว่าน เตรียมปลูกข้าวนาปี ท่ามกลางความกังวลว่า การทำนาปีนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม อันเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันซึ่งเป็นตุ้นทุนหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าน เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยไร่ละ 50-100 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

