วันที่สอง 'เดินธรรมยาตรา' คึกคัก สะท้อนปัญหาแม่น้ำปนเปื้อน ยื่นทูตจีนรับฟังข้อเท็จจริงพร้อมนายกฯ

บทเรียนจากเหมืองทองวังสะพุงสู่แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน-ธรรมยาตราวันที่สองคึกคักกว่าเดิม-ชาวบ้านริมน้ำร่วมสะท้อนความเดือดร้อนแม่น้ำปนเปื้อน-ส่งหนังสือถึงทูตจีนชวนมารับฟังข้อเท็จจริงพร้อมนายกฯ

1 มิถุนายน 2569 - เวลา 08.00 น. ณ วัดบ้านใหม่หมอกจ๋าม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการเดินธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำข้ามแดน โดยมีพระภิกษุและ พระภิกษุสามเณรเดินทางมาร่วมสมทบมากขึ้นรวมทั้งประชาชนหลากหลายอาชีพและชาวต่างชาติได้ร่วมออกเดินจากวัดบ้านใหม่หมอกจ๋ามเป็นระยะทาง 7.1 กิโลเมตร เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันและจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ฟังเสียงประชาชน: ข้อกังวลสารพิษในแม่น้ำกับทิศทางการแก้ปัญหาให้ชุมชน” ณ โรงเรียนโชติคุณะเกษม เมืองงามใต้

ทั้งนี้ตลอดเส้นทางที่ขบวนธรรมยาตราผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านได้นำน้ำดื่มรวมทั้งปัจจัยถวายแด่คณะสงฆ์สามเณร นอกจากนี้ยังนำข้าวของแจกจ่ายให้กำลังใจกับประชาชนที่รวมขบวน ขณะที่นายพนม ดิพอ ผู้ใหญ่บ้านเมืองงาม อ.แม่อาย พร้อมผู้นำศาสนาคริสต์และชาวบ้าน 30 คนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงได้พากันมายืนข้างถนนต้อนรับระหว่างขบวนธรรมยาตราผ่านโดยมีป้ายเขียนให้กำลังใจและเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเพื่อคืนธรรมชาติของแม่น้ำกกกลับมา

นายพนม กล่าวว่าชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก เพราะแม่น้ำกกเป็นแหล่งผลิตอาหาร เช่น ปลูกผัก หาปลา ปัจจุบันชาวบ้านไม่กล้าซื้อผักกิน อยากให้ทางการประสานกับคนที่ทำให้เกิดสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำ ที่ผ่านมาแม้ทางการเคยมาตรวจสอบและบอกว่าแม่น้ำยังปลอดภัย พืชผักยังปลอดภัย แต่ชาวบ้านไม่มั่นใจ เพราะมีลูกบ้านที่ไปเล่นน้ำกกแล้วเกิดอาการคัน

สำหรับเวทีเสวนาช่วงบ่าย น.ส.อรภา นะยัว ชาวบ้านเมืองงามเหนือ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤตแม่น้ำกกส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวชุมชนอย่างรุนแรง จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน งานจักสาน งานทอผ้า และของที่ระลึกต่างๆ แต่ปัจจุบันบรรยากาศกลับเงียบเหงาอย่างมาก

วรชิต ดำรงวรากูล ชาวบ้านสบงาม อ.แม่อาย กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเกษตร และการดำรงชีวิตประจำวัน แม้ในช่วงแรกหลังเกิดน้ำท่วม ชาวบ้านจะหวังว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เมื่อมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ความหวังดังกล่าวก็พังทลายลง

“อาชีพหาปลาและการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำกกต้องหยุดชะงักทันที ชาวบ้านไม่กล้าลงเล่นน้ำ ไม่กล้าจับปลาเพื่อบริโภคหรือจำหน่าย ส่งผลให้รายได้อีกส่วนหนึ่งของครัวเรือนหายไป ขณะเดียวกันภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากบริษัทและพ่อค้าคนกลางจำนวนมากปฏิเสธรับซื้อผลผลิตจากตำบลท่าตอน เพราะมองว่าพื้นที่ทั้งหมดใช้น้ำจากแม่น้ำกกที่มีการปนเปื้อน”วรชิต กล่าว

วรชิตกล่าวว่า ปัญหายังลุกลามมาถึงเรื่องน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถสูบน้ำจากแม่น้ำกกมาใช้ได้ หลายครัวเรือนต้องเจาะบ่อน้ำบาดาลน้ำตื้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่บางครอบครัวยังคงต้องเสี่ยงใช้น้ำจากแม่น้ำกกเพราะไม่มีทางเลือกอื่น”

นายสัญญา อินแก้ว กำนัน ต.แม่นาวาง และนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วิกฤตสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชนริมน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลแม่นาวางที่ผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนานในฐานะผู้นำชุมชน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานส่วนกลาง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ชุมชนต้องการงบประมาณและเครื่องจักรขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลน้ำลึกขนาดใหญ่เพื่อเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่ปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชน ก่อนที่สายน้ำกกซึ่งเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่จะกลายเป็นสายน้ำที่นิ่งสนิทและพรากวิถีชีวิตของพวกเราไปอย่างถาวร

ด้าน นางมล คุณนา ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งร่วมเดินธรรมยาตรา กล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก ตนรู้สึกตกใจและกังวลเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับชุมชนในลุ่มน้ำกกวันนี้ เป็นภาพที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่ชุมชนของตนเคยเผชิญจากผลกระทบการทำเหมืองทองคำมาแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“เมื่อได้ลงพื้นที่และเห็นสภาพของแม่น้ำกก รวมถึงได้รับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงบ้านเกิด ซึ่งเคยมีลำห้วยและแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของคนในชุมชน แต่หลังจากมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำเท่านั้น แต่สารพิษยังสามารถสะสมอยู่ในดิน พืชอาหาร และร่างกายของผู้คนได้ในระยะยาว เป็นผลกระทบที่อาจมองไม่เห็นในช่วงแรกแต่จะปรากฏชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สารพิษไม่ได้อยู่แค่ในน้ำ แต่มันเข้าไปอยู่ในดิน อยู่ในอาหาร และเข้าไปอยู่ในร่างกายคนด้วย พอถึงวันหนึ่งผลกระทบด้านสุขภาพก็จะตามมา ถ้าพี่น้องชาวบ้านไม่ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง ก็จะไม่มีใครเข้ามาปกป้องเราได้” นางมล กล่าว

ด้าน นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ขอเสนอแนวทางแก้ไข 3 ประการ ได้แก่ 1.การสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทย เมียนมา จีน และกลุ่มผู้มีอำนาจในพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมการทำเหมืองไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้ายน้ำ 2.การเปิดเผยข้อมูลและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมร่วมกัน 3.การใช้มาตรการภายในประเทศ กลไกทางเศรษฐกิจหรือการค้า เพื่อกดดันผู้ประกอบการและผู้รับซื้อแร่ที่เกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษ

นายเลาฟั้งกล่าวว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ในช่วงท้ายได้มีการอ่านแถลงการณ์ 2 ฉบับคือ 1.หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอเชิญพบประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนข้ามแดนจากเหมืองแร่ของจีนในประเทศเมียนมา ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย 2.หนังสือถึงนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อเชิญพบประชาชนกรณีแม่น้ำปนเปื้อนข้ามแดนจากเหมืองแร่ของจีนในเมียนมา

สำหนังสือที่ส่งถึงเอกอัครราชทูตจีนมีเนื้อหาสำคัญระบุว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการเดินธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อเฟซบุค มีใจความสำคัญที่ทำให้ประชาชนชาวไทยเข้าใจว่า รัฐบาลจีนมีความห่วงใยต่อปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนข้ามพรมแดนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกกสายรวกโขงขอเรียนว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนได้เคยเผยแพร่ข้อความแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 แต่เมื่อเวลาผ่านมา 1 ปี รัฐบาลจีนก็มิได้ริเริ่มดำเนินการใดให้ประชาชนลุ่มน้ำโขงได้ประจักษ์ถึงเจตนาแก้ไขปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนข้ามแดนแม่แต้น้อย

“รัฐบาลจีนพึงตระหนักว่าประเทศจีนคือผู้ได้ผลประโยชน์สูงสุดจากห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ เช่น พลวง ดีบุก แมงกานีส ตะกั่ว ทองแดง รวมถึงแร่หายาก มีการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ส่งผ่านแดนประเทศไทยที่ด่านเชียงแสน แม่สาย แม่สอด แม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง สังขละบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง ก่อนส่งแร่ไปยังปลายทางประเทศจีน รัฐบาลจีนย่อมรู้อยู่แก่ใจดีว่าการทำเหมืองในเมียนมา และซื้อขายแร่ผ่านประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแร่ผ่านแดน กำลังสร้างปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำข้ามแดนที่นับวันจะยิ่งสาหัสมากยิ่งขึ้น” เนื้อหาในหนังสือระบุ

หนังสือระบุว่า พวกเรากำลังเผชิญความเสี่ยงจากการรับสารโลหะหนักเข้าร่างกาย งเช่น ประชาชนจังหวัดเชียงรายจำนวน 70,000 ครัวเรือน กำลังบริโภคน้ำประปาที่มีสารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และแบเรียม เข้าร่างกายวันแล้ววันเล่า เนื่องจากแม่น้ำปนเปื้อนจากสารโลหะหนักที่ปลดปล่อยจากเหมืองแร่หายากและแร่หลากชนิดในต้นน้ำกก สาย รวก โขงที่นักธุรกิจจีนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ในเขตปกครองของกำลังว้า พื้นที่ร่วมปกครองกองทัพว้าและกองทัพเมียนมาในรัฐฉาน

“หากสถานทูตจีนต้องการแสดงถึงความจริงใจในการสร้างสายน้ำสะอาดร่วมกันอย่างแท้จริงแล้ว ขอเรียนเชิญเอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย ให้เกียรติเดินทางมาพบปะกับประชาชน พร้อมกับนายกรัฐมนตรีของไทย ในวันสิ่งแวดล้อมโลกวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังข้อมูลจากประชาชนโดยตรงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน”เนื้อหาในหนังสือระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟุตบอลเยาวชน'ไฮเซ่นส์' ปี3ที่จ.เชียงราย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า2แสน

นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) พร้อมด้วย นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมแถลงข่าว “การแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” และ จับสลากแบ่งกลุ่มการแข่งขัน ร่วมด้วย คุณสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรม จ. เชียงราย, คุณวรัชยา โกแสนตอ เป็นที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, "วาว" จารุวัฒน์ พริบไหว และ “โอ๊ต” ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย

'สุชาติ' พูดจริงทำจริง! สั่งกรมทรัพยากรน้ำลุยช่วยชาวเชียงราย เร่งแก้ปัญหาน้ำกกปนเปื้อน เดินหน้ารับมือสารพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสั่งการทันทีหลังรับปากต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีตอบกระทู้สดของท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ว่าจะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประสานงานและติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสารพิษปนเปื้อนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ทร.บูรณาการข่าวกรอง สกัดยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด ลักลอบซุกริมแม่น้ำโขงเชียงราย

ชุดปฏิบัติการออกเฝ้าตรวจและลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด สามารถตรวจพบวัตถุต้องสงสัยที่มีบุคคลๅลักลอบนำเข้ามาทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บริเวณเกาะผาคำ

เวทีเชียงรายถกเครียด พบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว สัตว์หน้าดิน 68% เสี่ยงสูญพันธุ์ ลูกปลาโอกาสรอดต่ำ

เผยประชาชนนับล้านกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสารพิษในแม่น้ำ “นรเศรษฐ์”จวกรัฐให้ความสำคัญน้อยเกินไปเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา-วงประชุมเชียงรายถกเครียดหลังพบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว-ชี้สัตว์หน้าดิน 68%เสี่ยง-ส่งผลให้ลูกปลามีโอกาสรอดต่ำ 65%

รฟท.ปรับแผนสร้างทางคู่'เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ'สู้วิกฤติฝุ่นภาคเหนือ

รฟท.อัปเดตทางคู่สายเหนือ “เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ”งานก่อสร้างคืบหน้า 59.570% ลุยปรับแผนสู้วิกฤติฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ยันเดินหน้าเดินหน้างานต่อเนื่องไม่สะดุดเร่งทุกสัญญา ดันเปิดให้บริการตามเป้าปี 2571