‘คมนาคม’ขีดเส้น15 วันสรุปผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม

‘คมนาคม’แจงเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวง โครงการรถไฟทางคู่สาย 'เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ' พังถล่ม เบื้องต้นคาดเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ดินอุ้มน้ำและสไลด์ตัว ย้ำไม่ใช่อุโมงค์ถล่มทั้งระบบ ยันไม่กระทบโครงสร้าง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คาดสรุปผลภายใน 15 วัน

22 มิ.ย.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวง ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ที่เกิดการพังถล่มในพื้นที่ก่อสร้าง ว่า จากรายงานเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้ดินอุ้มน้ำและเกิดการสไลด์ตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่กรณีอุโมงค์ทั้งอุโมงค์พังถล่ม แต่เป็นการพังของผนังบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง โดยกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานทุกโครงการมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่าในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเหตุที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฝนตกหนักหรือสภาพธรณีวิทยาที่เปลี่ยนแปลง อาจเป็นปัจจัยที่ยากต่อการคาดการณ์และป้องกันได้ทั้งหมด

“เมื่อฝนตกจำนวนมาก ดินมีการอุ้มน้ำสูง ก็มีโอกาสเกิดการสไลด์ตัวได้ บางครั้งเป็นสิ่งที่ยับยั้งได้ยาก เพราะพื้นที่ก่อสร้างมีจำนวนมากและมีความซับซ้อนแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าวิศวกร ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงานต่างพยายามดูแลและป้องกันอย่างเต็มที่แล้วยอมรับว่า อุบัติเหตุในงานก่อสร้างเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้จะมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก็ตาม โดยไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐหรือผู้รับเหมาปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่บางเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากกรอบความเสี่ยงที่มีการประเมินและวางมาตรการป้องกันไว้” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ปกติทุกโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมมีระบบการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงมาตรฐาน ISO ที่กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการดำเนินงาน โดยวิศวกร ผู้รับเหมา และหน่วยงานเจ้าของโครงการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต่างมีหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงคมนาคมจะกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและติดตามงานก่อสร้างมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมเกี่ยวกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมืองนั้น มองว่าไม่ควรนำความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาเป็นประเด็นในการพิจารณา แต่ควรพิจารณาจากคุณสมบัติและศักยภาพของบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเป็นหลัก ไม่ควรไปมองว่าเป็นญาติของใคร หรือเป็นบริษัทของใคร แต่ต้องดูว่าบริษัทนั้นผ่านเกณฑ์การประเมินหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด ก็มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันและรับงานได้เหมือนกันทุกบริษัท

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่าปัจจุบันกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมามีการนำผู้เชี่ยวชาญและสถาบันวิศวกรรมเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในหลายขั้นตอน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและโปร่งใส ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบของภาครัฐ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลตามกฎหมาย หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน เพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยจากธรรมชาติ เป็นอุบัติเหตุ หรือเกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับกรอบระยะเวลาการสอบสวน คาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ามาตรวจสอบสาเหตุเชิงลึก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสรุปผลอย่างเป็นทางการ ส่วนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและการเยียวยาเบื้องต้นนั้น ผู้รับเหมามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขของสัญญาอยู่แล้ว รวมถึงการดำเนินการด้านประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ขณะที่ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีการหารือเพิ่มเติมถึงแนวทางการดูแลและมาตรการรองรับต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือยกเลิกสิทธิการเข้าร่วมประมูลของผู้รับเหมารายใด เนื่องจากต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน แต่ย้ำว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่ยกเว้นหรือให้สิทธิพิเศษกับบริษัทใดเป็นกรณีพิเศษ ทุกบริษัทมีความเท่าเทียมกัน เมื่อเข้ามาประมูลงานภาครัฐ แสดงว่าต้องมีความพร้อมและมีความเชี่ยวชาญตามเงื่อนไขที่กำหนด เราไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นบริษัทของใคร ญาติใคร หรือเกี่ยวข้องกับใคร ทุกคนเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมเหมือนกันทั้งหมด

ด้านนายสิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดเชียงรายมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินมีการอุ้มน้ำในปริมาณมาก จนเกิดแรงดันและมีดินบางส่วนไหลลงมาภายในอุโมงค์ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 5 ตารางเมตร โดยขณะนี้วิศวกรและผู้ควบคุมงานได้เข้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เพิ่มระบบค้ำยันและระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อเสริมความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะนี้นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ที่ดูแลรับผิดชอบโซนภาคเหนือ รวมถึงผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แล้ว ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นสาเหตุอื่น ๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็นความประมาทหรือปัจจัยอื่นใด โดยจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักมีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากฝนตกหนักและการสะสมของน้ำในชั้นดิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวยืนยันว่า สำหรับความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์โดยรวม ประชาชนไม่ต้องกังวล เนื่องจากส่วนที่ได้รับผลกระทบเป็นเพียงชั้นโครงสร้างเบื้องต้นเท่านั้น และอุโมงค์ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการก่อสร้าง โดยหลังจากนี้ยังต้องมีการเสริมคอนกรีตและงานโครงสร้างเพิ่มเติมอีก 2-3 ชั้น ก่อนจะแล้วเสร็จตามมาตรฐานวิศวกรรม

“ปัจจุบันเป็นเพียงชั้นแรกของงานก่อสร้างอุโมงค์ หลังจากขุดเจาะแล้วเสร็จ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการปิดผิวและซีลโครงสร้างอย่างสมบูรณ์ รวมถึงระบบป้องกันน้ำซึมยังดำเนินการไม่ครบทุกขั้นตอน ดังนั้นเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ความชื้นและน้ำจากชั้นดินจึงยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างได้” นายสิริพงศ์กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โดยปกติอุโมงค์จะมีระบบระบายน้ำและระบบจัดการน้ำใต้ดินรองรับอยู่แล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงก่อสร้าง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติในฤดูฝน ทำให้เกิดภาระน้ำสะสมมากกว่าปกติ แม้โครงสร้างจะถูกออกแบบให้รองรับได้ แต่เมื่อขั้นตอนการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ขณะที่ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด ส่วนการตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยกรมการขนส่งทางราง(ขร)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 15 วัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คมนาคม ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เร่งแก้ปัญหา 'Pay to Fly' จ่ายเงินล้านแลกโอกาสบิน

คมนาคม เร่งแก้ปัญหา “Pay to Fly” เดินหน้าศึกษาแนวทางคุ้มครองนักบินไทย ยกระดับมาตรฐานการจ้างงาน สร้างความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมการบิน

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 1.6 แม่สรวย เชียงราย ไม่กระทบประชาชน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศและใกล้เคียง (ช่วงวันที่ 18 - 19 มิ.ย. 69) ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 3.4, 4.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเวียดนาม

‘สิริพงศ์‘สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี69กว่า 2.65 แสนล้าน ดันเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจ

‘สิริพงศ์’สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินกว่า 2.65 แสนล้าน พร้อมปรับแผนโยกงบกว่า 1.7พันล้านบาทดันโครงการพร้อมดำเนินการหวังกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

'ภัทรพงศ์'ปลื้ม2แอร์ไลน์ยุโรปบินตรงกระบี่ดันฮับท่องเที่ยวคุณภาพ

'ภัทรพงศ์' เดินหน้านโยบาย Airport for Regional Development สายการบินขอสล็อตบินตรงกระบี่จากฟินแลนด์และเดนมาร์ก รับฤดูหนาว 69/70ชี้ช่วยดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรปเหนือ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้

’สิริพงศ์‘เปิดข้อมูลคนแห่ใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส‘รัฐอุ้มช่วยจ่ายค่าโดยสาร 35 ล้าน

‘สิริพงศ์’เผย 9 วัน มีผู้ใช้สิทธิ ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ภาคขนส่งทางบก-รางแตะ 2 ล้านคน รัฐร่วมจ่ายค่าโดยสาร ช่วยประชาชนกว่า 35 ล้านบาท มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง