ป่าไม้ภูเก็ต ติดประกาศ 'หาดนุ้ย' สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายใน 9 ก.ค.นี้

19 มิถุนายน 2569 - นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต นายฐานันดร เพ็ชรดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้  นายฐิติชัย เสียมเหล็ก ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.ท. วิวัฒน์ ชำนาญกิจ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกะรน และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.2(ภูเก็ต)

นำหนังสือกรมป่าไม้ที่ลงนามโดยนายนิกร สิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เรื่อง สั่งให้ออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ รื้อถอน แก้ไข หรือ ทำประการใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย ซอยแหลมมุมนอก หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยปิดประกาศบริเวณผนังหน้าอาคารสิ่งปลูกสร้าง มีผู้แทนผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าวคอยอำนวยความสะดวกและสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่

นายฐานันดร เพ็ชรดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมป่าไม้ กล่าวว่า  "พื้นที่บริเวณ หาดนุ้ย มีการบุกรุกรวม เนื้อที่ 15 ไร่เศษ สำหรับกรณีของสิ่งปลูกสร้างที่จะทำการรื้อถอนในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 39 รายการ  เป็นสิ่งปลูกสร้างที่คงเหลืออยู่จากการรื้อถอนในอดีต ตั้งแต่ปี 2563 และรั้ว ที่เป็นสิ่งกีดขวางเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และอีก 36 รายการ ที่มีการตรวจยึดเพิ่มเติมใน ปี 2567

วันนี้การติดประกาศเป็นไปโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เนื่องจากทางผู้ ครอบครองที่ดินเขาไม่ได้มาเซ็นรับทราบหนังสือด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นเพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องมีการติดประกาศอย่างเป็นทางการ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย

ซึ่ง ผู้ครอบครองต้องรื้อถอนฯ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ถ้า พ้นวันที่ 9 กรกฎาคมไปแล้ว ยังไม่รื้อถอนเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะทำการรื้อถอนเอง โดยผู้ครอบครองจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่หน่วยงานของรัฐได้จ่ายไปในการรื้อถอน"

สำหรับพื้นที่หาดนุ้ย หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบและตรวจยึดไว้ และ ศาลจังหวัดภูเก็ต มีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484  พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ประมวลกฎหมายที่ดิน พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 จำนวน 2 คดี และศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทั้ง 2 คดี เช่นกัน

ปัจจุบันผู้ครอบครองได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองและอยู่ระหว่างการพิจารณา และได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ต่อมา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ได้ลงพื้นที่หาดนุ้ย เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและผุ้นำท้องถิ่น

กรณีมีการปิดกั้นเส้นทางลงหาดและเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่ ซึ่งเป้นประเด็นต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

ดังนั้น ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้อเร่งบังคับใช้กฎหมายเพื่อทวงคืนพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สตม.ตะครุบบอสใหญ่มาเฟียรัสเซีย หนีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน

สตม.เปิดปฏิบัติการบุกจับชายชาวรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนและถูกกล่าวหาเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ของรัสเซีย หลังสืบทราบหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมพบอยู่ในราชอาณาจักรเกิ

ส่งฟ้องแล้ว 39 ราย ภูเก็ตทวงคืนที่ดินสาธารณะ 4 จุดหลัก ส่วนใหญ่กลุ่มทุนต่างชาติถือครอง

นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า " ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะและที่ดินของรัฐ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้จังหวัดได้ทำการปูพรมตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ที่มีการบุกรุกทั้งหมดแล้ว

“รมว.สุชาติ” ผนึกกำลัง “รมช.มท วรศิษฎ์“ นำทีม ลุย ”หาดนุ้ย“ ตามข้อสั่งการนายกฯ “อนุทิน” นำชายหาดคืนสู่ประชาชน หลังถูกยึดครองหาผลประโยชน์โดยกลุ่มบุคคลมายาวนานกว่า 10 ปี

วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างต่อเนื่อง

สุดชุ่ย เอกชนก่อสร้างปล่อยน้ำปูนลงคูน้ำสาธารณะ

ประชาชนร้องเรียน น้ำปูนไหลลงคูน้ำสาธารณะ หวั่นกระทบวิถีประมง  สส.ภูเก็ตรับเรื่องตรวจสอบทันทีหารือผู้แทนโครงการฯ แก้ปัญหาเยียวยาพื้นที่