มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
งานนี้ไม่ใช่การปรับทัพข้าราชการตามฤดูกาลธรรมดา แต่เป็นปฏิบัติการ “ตัดตอน” ชนิดหักดิบ ชนวนเหตุสุมไฟมาพักใหญ่จากสำนวนคดีพิเศษในคดีอาญาข้อหาอั้งยี่-ฟอกเงิน ขบวนการเลือก สว.67 ที่ทำท่าจะลุกลามใหญ่โต ดีเอสไอชุด พ.ต.ต.ยุทธนา เกิดอาการ “ท่อแตก” เอกสารลับ บันทึกคำให้การพยานปากเอก เส้นทางการเงินยิบย่อย ดันหลุดรอดไปถึงมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และกลุ่ม iLaw จนเอาไปกางแฉประจานขบวนการจัดตั้งกลางแดด แถมฝ่ายค้านยังกั๊กข้อมูลเตรียมเอาไปเชือดรัฐมนตรีและแกนนำพรรคค่ายสีน้ำเงิน ขืนปล่อยให้คนเก่าคุมต่อ มีหวังพรรคร่วมรัฐบาลถูกลากไส้จนหมดพุง
แค่วันเดียวหลัง ครม.มีมติ วันที่ 23 ก.ย. วงในดีเอสไอออกมากระซิบว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับอัยการสำนักงานการสอบสวน ที่เดิมทีนัดประชุมคดีนี้ในสิ้นเดือน ก.ย.เพื่อกางกรอบสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษที่ตีกลับสำนวนมา ให้ไปลุยสอบเพิ่มทั้งพวกผู้มีอำนาจตัดสินใจ, คนวางระบบโปรแกรมออฟไลน์, กรรมการบริหาร, ผู้จัดหา, ติวเตอร์โพย, ยัน สว. ในโพย 141 คน กลับต้องสั่ง “เบรกเอี๊ยด เลื่อนประชุมไร้กำหนด” อ้างหน้าตาเฉยว่าต้องรอ ร.ต.อ.ปิยะได้รับการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการ และเข้ามารับฟังพร้อมมอบนโยบายเสียก่อน
สถานการณ์นี้จึงไม่ต่างจาก เส้นทางคดีฮั้ว สว. ตกอยู่ใน “ภาวะสุญญากาศ” ไปโดยปริยาย การันตีเวลาให้บรรดา สว.ได้นั่งเก้าอี้ในสภาสูงอย่างสบายใจ ไม่ต้องผวากับหมายเรียกหมายจับ เดินหน้ายกมือโหวตกฎหมายสำคัญและเคาะชื่อองค์กรอิสระตามดีลได้อย่างราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้น บรรดา “มดงาน” ในคณะพนักงานสอบสวนร่วมที่ดีเอสไอกอดคอกับอัยการลุยขุดคุ้ยพยานหลักฐาน แกะรอยสเตทเมนต์บัญชีม้า และบันทึกคำให้การทางลับขบวนการจัดตั้ง สว.มาแรมปี ต่างตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การเปลี่ยนหัวเรือแบบฟ้าผ่าหนนี้ไม่ต่างจากการส่งสัญญาณเตือนกลายๆ ว่า “ใครดื้อแพ่งคิดจะลุยต่อสุดซอย ก็เตรียมตัวเก็บฉากย้ายไปเฝ้ากรุ” คลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวจึงมีแนวโน้มจะกลายเป็นภาวะเกียร์ว่าง ยกสำนวนขึ้นหิ้ง หรือเลวร้ายกว่านั้นคืออาจมีเอกสารลับระดับ “ทีเด็ด” ทยอยไหลออกจากตึกดีเอสไอไปโผล่ในมือพรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนรอบ 2 เพื่อแก้เผ็ดฝ่ายกุมอำนาจที่คิดจะเข้ามาหักด้ามพร้าด้วยเข่า
ขณะที่ “ร.ต.อ.ปิยะ” แล้วไม่มีใครแปลกใจ เพราะสายสัมพันธ์กับฟากฝั่งรัฐบาลมันแจ่มชัดจนแทบไม่ต้องสืบ นอกจากเป็นลูกหม้อดีเอสไอสายคดีเศรษฐกิจและป่าไม้ โตไปคุมกรมคุมประพฤติช่วงรับพักโทษให้ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร และที่สำคัญอยู่ในบอร์ดกรรมการอิสระของ ปตท. ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ใครๆ ก็รู้กันว่าต้องเส้นใหญ่มากถึงจะได้ ทำให้ภาพที่ ร.ต.อ.ปิยะไปยืนคอยยกมือไหว้ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงลานจอดเครื่องบินเขตหวงห้ามสนามบินบุรีรัมย์กลายเป็นภาพที่กลับมาพูดถึงอีกครั้ง
ที่สำคัญไปกว่านั้น ในมิติคดีฮั้ว สว. ร.ต.อ.ปิยะ เคยเป็นถึงประธานอนุฯ วินิจฉัยของ กกต. คณะที่ 36 ที่เคาะโต๊ะเปรี้ยง “ยกคำร้อง” บรรดาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย รวมถึงบิ๊กเนมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมาแล้วกับมือ พอเจ้าตัวข้ามห้วยมาเป็นแม่ทัพดีเอสไอ ทิศทางคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน คงไม่ต้องเดาว่า ดีเอสไอจะถอยหรือจะลุยต่อสุดซอย หรืออาจจะถอยไปเกาะหลัง กกต.ทันที อ้างรอความชัดเจนจากศาลฎีกาเพื่อดึงเวลา ตัดตอนสำนวนไม่ให้ขยายผลไปแตะกลุ่มตัวการใหญ่ตามที่อัยการสั่งสอบเพิ่ม ปล่อยให้เรื่องจบแค่กลุ่มจัดตั้งหรือโหวตเตอร์แถว 2 แถว 3 กลายเป็น สูตร ฟอกขาวตามน้ำ ที่เนียนที่สุด ส่วนเรื่องเขากระโดงก็คงไม่ต้องพูดถึงเช่นกันว่าหลังจากนี้คดีจะหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่กับคดีของฟากตรงข้ามและพรรคฝ่ายค้าน งานนี้เชื่อว่าเตรียมเปิดหน้าชนแบบไม่มีเกียร์ถอย โดยเฉพาะคดีที่จ่อคอหอยค่ายส้มอย่างกรณีที่ดีเอสไอตามแกะรอย "ป้อม" ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กูรูอีคอมเมิร์ซคนดัง อดีตแนวร่วมทางยุทธศาสตร์เทคโนโลยีของพรรคก้าวไกลต่อเนื่องมาถึงพรรคประชาชน ที่โดนร้องเรียนเรื่องเส้นทางเงินพัวพันแพลตฟอร์ม Forex ผิดกฎหมายและการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัล คดีนี้เตรียมถูกเร่งเครื่องสปีดเต็มสูบ นัดชี้ขาดส่งฟ้องอัยการเพื่อเปิดแผลเรื่องท่อน้ำเลี้ยงสีเทา เล่นงานเครดิตฝ่ายค้านให้เสียรังวัด
เดือดไม่แพ้กันคือคดีนอมินีต่างชาติรุกฮุบที่ดินและธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ต ที่มีชื่อ สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ติดร่างแหโดนยื่นร้องให้ดีเอสไอสอบเส้นเงินและการถือหุ้นอำพราง ซึ่งมีกำหนดเส้นตายต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกวันที่ 28 ก.ย.นี้ งานนี้มีดีเอสไอยุคใหม่จะจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งหมายเรียก ทั้งส่งทีมตรวจค้น เพื่อขยี้ สส.เจ้าของพื้นที่ สกัดการเติบโตของพรรคฝ่ายค้านในแดนใต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
เกมสลับหัวโขนเที่ยวนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดทัพข้าราชการ แต่คือ การ "วางขุนคุมกระดาน” เพื่อรักษาความมั่นคงให้รัฐบาลและขั้ว สว. ส่วนฝ่ายตรงข้ามต้องโดนบี้จนหัวซุกหัวซุน
เมื่อหมากตัวขุนถูกขยับมาปิดกล่องดวงใจให้ขั้วสีน้ำเงินจนมิดชิด ความกดดันทั้งกระดานจึงถูกโยนกลับไปที่นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย เพราะแม้จะได้เสถียรภาพเสียงในสภาสูงมาค้ำยันเก้าอี้ แต่ต้นทุนความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลกลับถูกเผาวอดวายลงไปทุกขณะ
ยิ่งหากดีเอสไอยุคใหม่เลือกปฏิบัติแบบ “ข้างตัวเองฟอกขาว ฝ่ายตรงข้ามไล่บี้” แรงต้านที่สะสมจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือบนเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่พร้อมจะแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือกระแสพิโรธของสังคม ย้อนกลับมาทุบทำลายคะแนนนิยมของพรรคร่วมรัฐบาลชนิดที่ไม่มีอำนาจวิเศษไหนจะช่วยกอบกู้ได้ทัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 สส.ภูมิใจไทย อยุธยา ยืนยันติดตามปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนประชาชน ชี้ผลักดันมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้น-ระยะยาว เตรียมตั้งกระทู้ถามนายกฯ พรุ่งนี้
วันที่ 23 กันยายน 2569 นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พร้อมด้วย นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
ไม่ละอาย! ปูนบำเหน็จอนุฯชุดที่ 36 จับตาคดีสีน้ำเงิน ทั้งโกงเลือกสว.-รุกที่เขากระโดง
'สส.ปชน.'ฟาดรัฐบาลไม่มีความละอาย ไล่ล่าคณะไต่สวนชุดที่ 26 ปูนบำเหน็จอนุฯชุดที่36 เด้งอธิบดีดีเอสไอ เข้ากรุ ให้คนไหว้สวยมานั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ จับตาคดีสีน้ำเงิน ทั้งโกงเลือกสว.-รุกที่เขากระโดง จะมีทิศทางใด
รังสิมันต์ติดใจตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอต่างตอบแทนอุ้มระบอบน้ำเงิน
'โรม' ห่วง ครม.ตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดี DSI ตอบแทนอุ้มระบอบน้ำเงิน หวั่นกลายเป็นเครื่องมือการเมือง-ช่วยอาชญากรตัวจริง
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
ภูมิใจไทยปัดกระแส 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล ยันพรรคร่วมคงเดิม
โฆษกภูมิใจไทยเผยวงประชุม สส.ไม่มีถกดึง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล ชี้
ส่องประวัติ 'ร.ต.อ.ปิยะ' อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ จากคดีเสื้อแดงปี 53 ถึงอนุฯ กกต. ไม่ฟ้องฮั้ว สว.
ประวัติการทำงานของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่ เริ่มจากการเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ช่วงปี 2552-2553 และขยับขึ้นเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

