ป.ป.ช.-สตง. ลุยตรวจเรือ อบจ.สงขลา 74 ลำ หวั่นงบฯ สูญเปล่า

ป.ป.ช. สงขลา จับมือ สตง. ภาค 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือท้องแบนและเรือท้องวีพร้อมเครื่องยนต์ 74 ลำ ของ อบจ.สงขลา ตรวจเอกสารจัดซื้อตามแนวทาง ว837 ควบคู่ประเมินความพร้อมใช้งานและการบำรุงรักษา หวั่นครุภัณฑ์เสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้ช่วยเหลือประชาชนยามเกิดอุทกภัย

27 มิถุนายน 2569 - นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาค 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือท้องแบนและเรือท้องวีพร้อมเครื่องยนต์ จำนวน 74 ลำ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ซึ่งจัดเก็บอยู่ภายในศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกล อบจ.สงขลา

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมุ่งตรวจสอบโครงการจัดซื้อเรือพร้อมเครื่องยนต์ทั้ง 74 ลำ ซึ่งดำเนินการจัดซื้อตามแนวทางหนังสือเวียน ว837 ของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่รายงานขอซื้อขอจ้าง การสืบราคาตลาด เอกสารการตรวจรับพัสดุ ตลอดจนคุณลักษณะเฉพาะของเรือและเครื่องยนต์ เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

สำหรับประเด็นที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาจัดซื้อเรือที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสูงกว่าราคาตลาดนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปหรือชี้มูลได้ว่าเข้าข่ายการทุจริตหรือไม่ เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบเอกสารเชิงลึก เปรียบเทียบกับราคากลางและใบเสนอราคาในช่วงเวลาที่มีการจัดซื้ออย่างรอบด้านก่อน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ ป.ป.ช. และ สตง. ให้ความสำคัญในขณะนี้ คือการบริหารจัดการและการดูแลรักษาครุภัณฑ์หลังส่งมอบ โดยเฉพาะเรือและเครื่องยนต์ทั้ง 74 ลำ ที่ถูกจัดเก็บไว้ภายในศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกล

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่ามีแผนบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ มีการสตาร์ทเครื่องยนต์และทดสอบระบบเป็นประจำเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพหรือไม่ เนื่องจากครุภัณฑ์ด้านบรรเทาสาธารณภัยจำเป็นต้องมีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา หากเกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติในพื้นที่ เรือทุกลำต้องสามารถนำออกใช้งานได้ทันที

ทั้งนี้ ป.ป.ช. และ สตง. ได้กำชับให้ อบจ.สงขลา จัดส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดเก็บและบำรุงรักษาครุภัณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันตรวจสอบโครงการดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

ด้านนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ แกนนำภาคประชาชนสงขลา กล่าวว่า ภาคประชาชนติดตามตรวจสอบโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับจำนวนเรือที่จัดซื้อว่าอาจมากเกินความจำเป็น รวมถึงประเด็นราคาที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสูงกว่าราคาตลาด

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณลักษณะและมาตรฐานของเรือทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ รวมถึงเครื่องยนต์ที่ใช้ ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ไม่เป็นที่รู้จักในท้องตลาด จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณที่ใช้ไปเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และครุภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนกร' ลงพื้นที่ 'ด่านสะเดาใหม่' ชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้อง

'ธนกร” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาด่านชายแดนสะเดา เผยชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้องหลังเปิดใหม่ เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวชายแดนด่านนอกอย่างยั่งยืน

สำนักนายกฯ พาสื่อสัญจร ชูสงขลาเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมชูย่านเมืองเก่า โนรา และแหลมสมิหลา ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่ Soft Power หลัง 5 เดือนแรกปี 2569 มีนักท่องเที่ยวกว่า 3.12 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 20,636 ล้านบาท

'ไดกิ้น'จัดฟุตบอลคลินิคที่สงขลา มุ่งยกระดับทักษะลูกหนัง สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนในภาคใต้

ไดกิ้น ผู้นำระดับโลกด้านระบบปรับอากาศ ร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยที่รักในกีฬาฟุตบอล จัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิค “Daikin Kids Football Fest” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ณ สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมทักษะด้านฟุตบอล และเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จาก หัวหน้าผู้ฝึกสอน นักฟุตบอลทีมชาติไทย และในสนามแข่งขันจริง เพื่อผลักดันเยาวชนไทยสู่เส้นทางนักเตะอาชีพในอนาคต