แม่วัย 69 ปี เปิดใจทั้งน้ำตา หลังสูญเสีย “พระคำสิงห์” จากอุบัติเหตุระหว่างเดินธุดงค์ เผยเคยทักห้ามด้วยความเป็นห่วง แต่ลูกชายตอบกลับว่า “ไม่ตายหรอกน่า” ก่อนจากไปไม่มีวันกลับ
4 กรกฎาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 10 บ้านโป่งแดง ตำบลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เพื่อพบกับนางปัญจา ชัยเลิศ อายุ 69 ปี มารดาของพระคำสิงห์ ชัยเลิศ อายุ 41 ปี พระภิกษุที่มรณภาพจากอุบัติเหตุถูกรถกระบะพุ่งชนระหว่างร่วมคณะเดินธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร
บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยนางปัญจายังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายคนเล็กอย่างกะทันหัน
นางปัญจาเล่าว่า พระคำสิงห์อุปสมบทเมื่อช่วงเข้าพรรษาปี 2568 ก่อนหน้านั้นลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษา แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่สภาพร่างกายและความสามารถบางส่วนไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม
ต่อมาพระยงยุทธได้มาจำพรรษาที่วัดในหมู่บ้าน ทำให้พระคำสิงห์เข้าไปพูดคุยและศึกษาธรรมะอยู่เป็นประจำ ก่อนที่พระยงยุทธจะขออนุญาตให้ลูกชายอุปสมบท ซึ่งในตอนแรกตนเองมีความกังวลเรื่องสุขภาพของลูก แต่เมื่อได้รับการยืนยันว่าจะช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ประกอบกับลูกชายมีความตั้งใจบวชอยู่แล้ว จึงตัดสินใจอนุญาต
หลังอุปสมบท พระคำสิงห์มักออกเดินธุดงค์ร่วมกับพระยงยุทธอยู่เป็นประจำ และสามารถเดินทางกลับมาได้ทุกครั้ง
กระทั่งก่อนออกเดินทางครั้งล่าสุด พระคำสิงห์ได้แวะมาหาที่บ้านและบอกว่าจะเดินทางไปธุดงค์ ก่อนกลับมาจำพรรษาที่วัดประจำหมู่บ้านตามเดิม
“แม่บอกว่า ไม่ไปไม่ได้เหรอลูก เพราะเป็นห่วง แต่ลูกตอบกลับมาว่า ‘ไม่ตายหรอกน่า’ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะออกเดินทางไป” นางปัญจากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
นางปัญจากล่าวอีกว่า หลังทราบข่าวว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ร่างกายอ่อนแรงและแทบหมดเรี่ยวแรง จึงให้สามีโทรศัพท์ติดต่อพระยงยุทธ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากพระยงยุทธได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน
ต่อมาหลานชายที่ร่วมเดินทางไปกับคณะธุดงค์และเป็นผู้เข้าไปช่วยประคองพระคำสิงห์หลังเกิดเหตุ เล่าว่าขณะนั้นร่างของพระคำสิงห์มีเลือดเปื้อนทั่วตัว และหลังถูกประคองขึ้นมาได้หายใจสะดุดอยู่ 3 ครั้ง ก่อนจะนิ่งไป
ด้วยเหตุนี้ครอบครัวจึงเชื่อว่าพระคำสิงห์อาจมรณภาพตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว
นางปัญจายังเล่าว่า ในคืนหลังเกิดเหตุ สุนัขภายในวัดพากันเห่าหอนตลอดทั้งคืน จึงเชื่อว่าพระคำสิงห์อาจกลับมาที่วัดเป็นครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ตนได้กล่าวส่งลูกชายให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และขอให้ไปสู่ที่ชอบแล้ว
“แม่ไม่ติดใจอะไร ขอเพียงให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี” นางปัญจากล่าวทั้งน้ำตา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หลวงตาบุญชื่น' เดินเซ พักผ่อนไม่เพียงพอ เสียเหงื่อมาก ญาติธรรมรอแน่นวัดที่สุราษฎร์ฯ
เพจเฟซบุ๊ก "ตำรวจป่า ข่าวหลวงตาบุญชื่นล่าสุดวันนี้" โพสต์ข้อความแจ้งข่าวการธุดงค์ของ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ ว่า หลวงตาบุญชื่นมีอาการเดินเซเล็กน้อย กลัวหน้ามืด แพทย์ รพ.ค่ายวิภาวดี เข้าตรวจร่างกายพบว่าหลวงตาบุญชื่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายขาดเกลือแร่ เสียเหงื่อมาก

