
แหม...แหม "กรมปทุมวัน" ในยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กุมบังเหียนแม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เพิ่งชงวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ไฟเขียวยกเลิกโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ เออร์ลีรีไทร์ ในรอบกลางปีเดือนเมษายน ให้เหลือเพียงรอบเดียวเดือนตุลาคม
ช่างเข้ากับสำนวน "รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ" คำเปรียบเปรยโบราณของไทยที่ใช้เตือนใจหญิงสาว ในท่วงทำนองกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ มักมีความเจ้าชู้ เสน่ห์แรง หรือมีภรรยามากจนไว้ใจไม่ได้
ปีแรกที่ "ผบ.ต่าย" นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ก็เสนอ ก.ตร.ขอเพิ่มรอบโครงการเออร์ลีรีไทร์อีก 1 รอบ มีผลให้ลาออกจากราชการตั้งแต่ 1 เมษายน เหมือนข้าราชการทหาร นอกเหนือจากรอบ 1 ตุลาคมของแต่ละปี ซึ่งเป็นรอบปกติที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2543
ด้วยเหตุผล เพื่อปรับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบำรุงเสริมสร้างขวัญกำลังใจ แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐ
เมื่อ ก.ตร.ไฟเขียวตามข้อเสนอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเรื่องต่อเข้าวงประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 เห็นชอบตามที่เสนอหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขแนวทางการปรับเปลี่ยน หลักเกณฑ์ แนวทางการดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลของ ตร. หรือเออร์ลีรีไทร์กลางปี
ให้มีการเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2568 เป็นต้นไป
โครงการ "เออร์ลีรีไทร์กลางปี" ดำเนินการเรียบร้อยไป 2 รุ่น
พอปี 2569 ปีสุดท้ายก่อนที่ "ผบ.ต่าย" จะเกษียณอายุราชการในอีก 3 เดือนข้างหน้า วันที่ 26 มิ.ย. 2569 วงประชุม ก.ตร.ที่มี ผบ.ต่าย นั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร. แทนนายกฯ อนุทินที่ติดภารกิจราชการ ก็เห็นชอบ "ยกเลิก" โครงการเออร์ลีรีไทร์กลางปีในรอบเดือนเมษายน โดยจะคงไว้เฉพาะรอบเดือน ต.ค.เพียงรอบเดียว
โฆษกอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงชี้เหตุผลหลังการประชุม ก.ตร. ถึงการยกเลิกโครงการเออร์ลีรีไทร์กลางปี
"เนื่องจากการดำเนินโครงการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าทำให้ตำแหน่งระดับนายพลที่เข้าร่วมโครงการว่างลงนานถึง 6 เดือน ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล"
แล้วจะไม่ให้บอกเข้าสำนวน "รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ" คำเปรียบเปรยสอนใจหญิงไม่ให้ไว้วางใจอาชีพ "ตำรวจ" ได้อย่างไร
ตอนจะขอเปิดเพิ่มโครงการอีก 1 รอบ ก็ยกแม่น้ำทั้ง 8 อ้างสารพัด เพื่อปรับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บำรุงขวัญกำลังใจ ประหยัดงบประมาณของรัฐ แต่พอได้แล้วทำไปเพียงแค่ 2 ครั้ง กลับมาบอกส่งผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล...ว่าซั่น
เดี๋ยวก็บอกเพิ่มเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ แล้วจู่ๆ ก็บอกส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน ที่สำคัญคนขอเปิดกับคนขอเลิกก็คนเดียวกัน คือ "ผบ.ต่าย" จะไม่ให้ถาม ไม่ให้ฉงนใจ ว่าไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ตรึกตรอง ข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนหรืออย่างไร
หรือจะเป็นเหมือนขี้ปากชาวบ้าน แค่ส่งเพื่อนติดยศ "พล.ต.อ." ก่อนเกษียณ...สมใจแล้วก็พอ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

