คดีพิพาทที่ดิน ‘ป้าสนอง’ ลาม! ผู้ร้องขอตรวจสอบอดีตนายก อบต.แม่น้ำคู้ 

ป้าสนองเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรม กรณีข้อพิพาทที่ดินทำกิน พร้อมอ้างเอกสารผลตรวจสอบสิทธิเมื่อปี 2563 และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสถานะของบุคคลที่ถูกพาดพิง ซึ่งทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

19 กรกฎาคม 2569 – สืบเนื่องจากกรณี นางสนอง พลวิเศษ หญิงผู้พิการชาวจังหวัดระยอง เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง และเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่บางส่วนขัดแย้งกับผลการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิในที่ดิน ตามหนังสือของนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่า ระบุถึงการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว

จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบว่า ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ชุมชนและถนนสายหลัก ใกล้วัดแม่น้ำคู้ ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง สภาพพื้นที่ไม่ปรากฏลักษณะเป็นป่า มีบ้านพักตั้งอยู่ภายในแปลง และพบสวนยางพาราขนาดใหญ่ อายุประมาณ 20-30 ปี จากการสังเกตพบร่องรอยการกรีดยางและน้ำยางในถ้วยรองรับ สะท้อนว่ามีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

บริเวณโดยรอบพบป้ายข้อความ “ที่ดินส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก” จำนวน 3 ป้าย ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไม่พบป้ายของนิคมสร้างตนเอง อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่บางรายให้ข้อมูลว่า เคยเห็นเจ้าหน้าที่นำป้ายของนิคมมาติดตั้งบริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่ภายหลังไม่ทราบว่าป้ายดังกล่าวถูกนำออกเมื่อใด

นางสนองให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ผ่านมาไม่เป็นธรรม และอ้างว่ามีการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่เมื่อปี 2561 ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อพิพาทในเวลาต่อมา พร้อมยืนยันว่าครอบครัวเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บุคคลที่ถูกพาดพิงไม่เคยเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ร้อง

ผู้ร้องยังระบุว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเอกสารที่ผู้ร้องนำมาแสดง พบว่ามีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบของนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ซึ่งผู้ร้องใช้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียน โดยเอกสารดังกล่าวระบุผลการตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน พร้อมแจ้งให้ผู้ร้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังพบเอกสารบันทึกถ้อยคำของนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่ระหว่างคู่กรณี โดยผู้ร้องเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นของข้อพิพาท อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อโต้แย้งระหว่างคู่กรณี และยังไม่มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุดของหน่วยงานหรือศาลที่มีอำนาจ

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับสถานะทางทะเบียน สัญชาติ และการได้มาซึ่งสิทธิของบุคคลที่ถูกพาดพิง ผู้ร้องได้ขอให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยระบุว่า บุคคลดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่น้ำคู้ และเห็นว่ามีประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ร้องยังขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าวด้วย 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุด ขณะที่ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างการติดต่อบุคคลที่ถูกพาดพิงเพื่อขอคำชี้แจง

มีรายงานว่า ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. นางสนอง พร้อมทีมทนายความ เตรียมเข้ายื่นร้องทุกข์ต่อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ถูกพาดพิงทุกฝ่ายยังไม่มีคำชี้แจงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว และข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

สำนักข่าวระดับโลก สะท้อน 'สวนนงนุชพัทยา' ภาพลักษณ์ใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว

สำนักข่าวระดับโลก Associated Press (AP) ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองพัทยา ประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ครอบครัวมากขึ้น โดยรายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อระดับนานาชาติ อาทิ ABC News และ The Washington Post ทำให้เรื่องราวของพัทยา รวมถึง สวนนงนุชพัทยา (Nong Nooch Tropical Botanical Garden) ได้รับการนำเสนอสู่สายตาผู้อ่านในวงกว้าง

ชลบุรีจัดกำลังสายตรวจร่วมฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร คุมเข้ม 24 ชม. ทหารเรือสหรัฐฯ ยกพลขึ้นฝั่งพัทยา

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นายลู แฟม รองผู้ช่วยทูตฝ่ายป้องกันกองกำลังสหรัฐอเมริกา (FPD) ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์

ปกครองภูเก็ต จัดระเบียบโรงแรมผิดกฎหมาย สั่งหยุดกิจการแล้ว 9 แห่ง

นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการแทน ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า "จังหวัดภูเก็ตมีนโยบายกวดขันและควบคุมการประกอบธุรกิจโรงแรมให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายกว่า 1,000 แห่ง