รวบแล้ว! ลูกเลี้ยงทาสยา ฆ่าอดีตตำรวจ อ้างแค้นถูกไล่ออกจากบ้าน หนีซุกสวนยางจนหิวโซ

ตำรวจรวบ “นายส่ง” ลูกเลี้ยงวัย 54 ปี หลังใช้ไม้ฟาด “ดาบเซียน” อดีตตำรวจวัย 79 ปีเสียชีวิตคาบ้าน ก่อนหนีซ่อนกระท่อมกลางสวนยาง อดข้าวอดน้ำ 1 วันจนแทบหมดแรง สารภาพฉุนถูกต่อว่าเรื่องเสพยาและไล่ออกจากบ้าน ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา-เสพยาบ้า

12 กันยายน 2569 - ความคืบหน้ากรณี ด.ต.วิเชียร ไพรสุวรรณ์ หรือ “ดาบเซียน” อายุ 79 ปี อดีตตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ถูกคนร้ายใช้ของแข็งฟาดศีรษะเป็นแผลยาวประมาณ 3 นิ้ว เสียชีวิตบริเวณบันไดทางขึ้นชั้น 2 ภายในบ้านเลขที่ 74 หมู่ 7 บ้านนาหัวบ่อ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

ภายในบ้านยังมีนางหนู กันมูล อายุ 65 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง คาดว่าเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือสามีได้ ส่วนผู้ต้องสงสัยคือนายบุญส่ง แทบแล หรือ “ส่ง” อายุ 54 ปี ลูกเลี้ยง ซึ่งพักอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน และหายตัวไปหลังเกิดเหตุ

ตำรวจสันนิษฐานว่า นายส่งอาจหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพาราบริเวณใกล้เคียง จึงสนธิกำลังชุดสืบสวนและฝ่ายปกครองปิดล้อมพื้นที่ เพื่อกดดันให้ผู้ต้องสงสัยออกมามอบตัว

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 12 กันยายน นายปรีชา เผือกพันธุ์ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านนาหัวบ่อ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบนายส่งหลบซ่อนอยู่ภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร จึงรายงานตำรวจและฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนมเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่านายส่งนอนอยู่ภายในกระท่อม เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวทันที โดยนายส่งแทบไม่มีแรงจะลุกหนี เนื่องจากหลังเกิดเหตุไม่ได้กินข้าวและดื่มน้ำมานานประมาณ 1 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ พบผลเป็นสีม่วง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายส่งให้การถึงเหตุทำร้ายพ่อเลี้ยงว่า ช่วงเช้ามืดวันที่ 11 กันยายน ขณะนั่งสูบกัญชาอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ดาบเซียนได้กลิ่นจึงเดินขึ้นมาต่อว่า พร้อมสั่งห้ามเสพยาในบ้าน และบอกว่าหากไม่เชื่อฟังก็ให้ออกจากบ้าน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน

นายส่งอ้างว่า ขณะที่พ่อเลี้ยงนั่งหันหลังบ่นอยู่บริเวณกลางบันได เมื่อได้ยินคำว่าให้ออกจากบ้านจึงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างรุนแรง คว้าไม้ยาวประมาณ 2 เมตรที่พิงอยู่ข้างฝา ฟาดเข้าที่กกหูด้านซ้าย 1 ครั้ง และกกหูด้านขวาอีก 1 ครั้ง จนร่างพ่อเลี้ยงหน้าทิ่มและกลิ้งตกลงไปนอนคุดคู้อยู่บริเวณเชิงบันได

นายส่งให้การว่า ขณะนั้นไม่ทราบว่าพ่อเลี้ยงเสียชีวิตแล้ว แต่ด้วยความกลัวความผิดจึงกระโดดออกทางหน้าต่าง ก่อนหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าสวนยาง โดยตั้งใจว่าจะออกมามอบตัวในวันนี้ แต่มีชาวบ้านมาพบเสียก่อนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พร้อมยอมรับว่าขณะถูกจับรู้สึกหิวข้าวอย่างมาก

ด้านนายภูมินทร์ ไพรสุวรรณ์ อายุ 54 ปี ลูกชายคนเล็กของดาบเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกติดตามหานายส่งตลอดทั้งคืน กล่าวว่า กรณีที่นายส่งอ้างว่าป้องกันตัวเพราะกลัวพ่อจะใช้อาวุธปืนยิงนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากพ่อไม่มีปืนอยู่ในครอบครอง

นายภูมินทร์กล่าวว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนพ่อเคยมีปืนลูกซอง 1 กระบอก แต่ถูกนายส่งขโมยไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้าเสพ ส่วนสาเหตุที่พ่อคอยต่อว่า เพราะต้องการให้นายส่งกลับเนื้อกลับตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาโดยตลอด ประกอบกับพ่อเป็นอดีตตำรวจ จึงไม่ต้องการให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในบ้าน

ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี และเตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนนครพนมไม่ลืมรากเหง้า สืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน'

คนนครพนมไม่ลืมรากเหง้า จูงลูกหลานร่วมบุญกตัญญู 'ข้าวประดับดิน' ประเพณีงดงามชาวอีสาน อุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ล่วงลับ รวมถึงผีเปรต

จานนี้มีสะดุ้ง! เทศกาลกินต่อหัวเสือ เปิบพิสดารหลากหลายเมนู นครพนมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

จานนี้มีสะดุ้ง หนึ่งเดียวในโลก เทศกาลงานกินต่อหัวเสือ อ.ปลาปาก เปิบพิสดารเมนูสารพัดต่อ

สตง. บุกตรวจศูนย์โอทอปนครพนม ของบซ่อม 10 ล้าน จวกใช้เงินสร้าง 30 ล้านยังกลายเป็นอาหารปลวก

ศูนย์สินค้าโอทอป อบจ.นครพนม ของบซ่อมแซมกว่า 10 ล้าน สตง.จวกเงินสร้าง 30 ล้านยังกลายเป็นอาหารปลวก ลั่นจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง

น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น

สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ

'นครพนม' ฝนตกหนักถล่มเมือง

ตั้งแต่เวลาประมาณตีห้า ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม.(มิลลิเมตร)