ตำรวจสำโรงเหนือเปิดปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK” ตามเส้นเงินขบวนการหลอกลงทุนเทรดทอง หลังสาวรู้จักหนุ่มต่างชาติผ่าน TikTok ถูกตีสนิทก่อนชวนลงทุน ช่วงแรกได้เงินคืนจริงจนหลงเชื่อ โอนเพิ่มรวมกว่า 2.2 ล้านบาท สุดท้ายถอนเงินไม่ได้ โชคดีตำรวจอายัดทัน ตามคืนมาได้ 2 ล้านบาท
11 สิงหาคม 2569 - ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ พร้อมตำรวจชุดสืบสวนคดีออนไลน์ ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK” ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน หลังสามารถติดตามเส้นทางการเงินและอายัดเงินจากขบวนการหลอกลงทุนเทรดทอง คืนให้แก่ผู้เสียหายได้จำนวน 2 ล้านบาท
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้ก่อเหตุใช้บัญชีแอปพลิเคชัน TikTok และบัญชี LINE ชื่อ “carlos” อ้างตัวเป็นหนุ่มชาวต่างชาติหน้าตาดี ส่งข้อความพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อตีสนิท กระทั่งผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ
ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ชักชวนให้ลงทุนเทรดทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอ้างว่าเคยลงทุนเทรดทองและได้รับผลตอบแทนจริง พร้อมส่งข้อมูลผลตอบแทนให้ดู ทำให้ น.ส.กรรณิกา (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย เริ่มหลงเชื่อว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้จริง จึงตัดสินใจโอนเงินเข้าไปลงทุน
ช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่น ก่อนตัดสินใจโอนเงินลงทุนเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 2.22 ล้านบาท
ภายหลัง น.ส.กรรณิกาต้องการถอนเงินออกจากแพลตฟอร์ม แต่กลับไม่สามารถถอนเงินได้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังพยายามชักจูงให้ลงทุนเทรดทองเพิ่ม ทำให้ผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.สำโรงเหนือ
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนและติดตามเส้นทางการเงิน พร้อมประสานสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง กระทั่งสามารถอายัดเงินในบัญชีที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดไว้ได้จำนวน 2 ล้านบาท ก่อนดำเนินการส่งคืนแก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย
น.ส.กรรณิกา เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเล่น TikTok ก่อนรู้จักบุคคลหนึ่งและถูกแนะนำให้เข้าไปลงทุนผ่านเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มเทรดทอง โดยให้นำเงินไปแลกเป็นเหรียญ USD สำหรับใช้ลงทุน พร้อมมีข้อมูลแจ้งต้นทุน กำไร และผลตอบแทน ทำให้ดูเหมือนเป็นระบบลงทุนจริง
ครั้งแรกตนโอนเงินเข้าไป 20,000 บาท และได้รับเงินกลับมาประมาณ 4,000 บาท แต่หากต้องการผลกำไรมากขึ้นจะต้องเพิ่มเงินลงทุน ทำให้ตัดสินใจโอนเงินเพิ่มเข้าไปอีกประมาณ 2 ล้านบาท
ต่อมาทางเว็บไซต์แจ้งว่า หากต้องการเป็นสมาชิก VIP จะต้องเพิ่มเงินอีก 4 ล้านบาท แต่ตนไม่มีเงินและไม่ยินยอมสมัคร จึงขอให้ยกเลิก แต่กลับได้รับแจ้งว่าไม่สามารถยกเลิกได้เนื่องจากสมัครไปแล้ว
น.ส.กรรณิกากล่าวว่า เริ่มสงสัยว่าเหตุใดระบบจึงต้องให้เพิ่มเงินเข้าไปเรื่อย ๆ และไม่สามารถนำเงินออกมาได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.สำโรงเหนือ ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนแจ้งว่า ห้ามโอนเงินเข้าไปเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ปลอม
ผู้เสียหายฝากเตือนประชาชนว่า ก่อนลงทุนผ่านเว็บไซต์ใดควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เพราะมีทั้งเว็บไซต์จริงและเว็บไซต์ปลอม หากตกเป็นเหยื่อแล้ว โอกาสที่จะได้เงินกลับคืนมานั้นเป็นเรื่องยาก พร้อมกล่าวขอบคุณตำรวจที่สามารถติดตามเงินจำนวน 2 ล้านบาทกลับคืนมาให้ได้
ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.สำโรงเหนือ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน หลังโอนเงินไปแล้วกว่า 2.2 ล้านบาท และเชื่อว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้ลงทุนเทรดทอง เนื่องจากไม่สามารถถอนเงินกลับคืนมาได้
หลังรับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สำโรงเหนือ ได้ประสานธนาคารและเร่งติดตามเส้นทางการเงิน จนสามารถอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้ได้ ก่อนประสานธนาคารเพื่อดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 2 ล้านบาท
พ.ต.อ.วิโรจน์กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชน เนื่องจากการนำเงินไปลงทุนกับบุคคลที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.ยธ.' เปิดพิรุธเส้นเงิน 'ภาวุธ' ปปง. รับลูกจ่อขยายผล
'รมว.ยุติธรรม' แจงข้อพิรุธ 'ภาวุธ' ปมเทรดทอง เผยดีเอสไอพบเส้นเงินผิดวิสัยธุรกรรมปกติ รับโอนจากบริษัทที่เจ้าตัวเคยถือหุ้น แทนที่จะเป็นเงินเข้าออกบริษัทเดิม ปปง. รับลูก จ่อขยายผลนักการเมือง
รัฐเตือน 11 แอปพลิเคชัน หลอกลงทุนเงินดิจิทัล เทรดทองเทรดเหรียญ
รองโฆษกรัฐบาล ย้ำเตือนนักลงทุน เช็กด่วน 11 แอปพลิเคชัน หลอกลงทุนเงินดิจิทัล เทรดทองเทรดเหรียญ ก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

