สัญญาณแล้งมาแล้ว! 'แม่น้ำยม' ในพิจิตรแห้งขอดเหมือนทะเลทราย 'บึงสีไฟ' ยังสมบูรณ์

"แม่น้ำยม" ในเขตพื้นที่เมืองชาละวันตลอดระยะทาง 124 กม. แห้งขอดเหมือนทะเลทราย "บึงสีไฟ" พื้นที่กว่า 5,300 ไร่ยังอุดมสมบูรณ์ หลังจากที่ขุดลอกให้เป็นแก้มลิงในช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ผู้ว่าฯพิจิตร-ชลประทานจังหวัดพิจิตร ดำเนินการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว

17 มี.ค.2565 - นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยยอมรับว่าขณะนี้อากาศร้อนทำให้สถานการณ์ภัยแล้งส่อเค้าว่าจะหนักหน่วง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะกับแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตรมีระยะทาง 124 กม. โดยผ่าน อ.วชิรบารมี อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง อ.โพทะเล ขณะนี้สภาพน้ำในแม่น้ำยมแห้งขอดจนเป็นแต่หาดทรายสามารถเดินข้ามแม่น้ำได้ สาเหตุเป็นเพราะแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนในการกักเก็บน้ำซึ่งในอดีตพอถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี น้ำในแม่น้ำยมก็จะแห้งขอดอย่างที่เห็น แต่ล่าสุดในช่วง1-2 ปี ที่ผ่านมากรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำสามง่ามหรือที่เรียกว่าฝายไฮดรอลิกพับได้ จึงทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ยาวนานถึงเดือนมกราคม 65 ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้น้ำที่บริเวณเหนือประตูระบายน้ำสามง่ามก็แห้งขอดแล้วด้วยเช่นกัน สาเหตุเพราะชาวนาสูบน้ำไปทำนานั่นเอง

นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในแม่น้ำยมขณะนี้กรมชลประทานกำลังเร่งสร้างประตูระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในแม่น้ำยมแบบขั้นบันไดถึง 5 แห่ง คือ ที่ ปตร.สามง่าม สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ยังคงเหลือ ปตร.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก , ในเขต จ.พิจิตร ก็กำลังก่อสร้าง ปตร. ท่าแห , ปตร.วังจิก , ปตร.โพธิ์ประทับช้าง ซึ่งการก่อสร้าง ปตร.ที่เหลืออีก 4 แห่งนี้ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 ก็จะทำให้แม่น้ำยมมีน้ำเพื่อการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ต่อไปอย่างแน่นอน

แต่ในส่วนของบึงสีไฟ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำใหญ่มีพื้นที่กว่า 5,300 ไร่ ที่ก่อนหน้านั้นตื้นเขิน แต่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการขุดลอกบึงสีไฟซึ่งใช้ระยะเวลายาวนานกว่า 3 ปี ในการขุดลอกและขนย้ายดินออกจากบึงสีไฟ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จจากนั้น นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร จึงได้ประสานงานกับสำนักงานชลประทานพิจิตรขอโควต้าน้ำและเติมน้ำเข้าบึงสีไฟตั้งแต่เมื่อช่วงต้นฤดูฝน คือราวเดือน ส.ค.- ก.ย. 64 โดยการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟจำนวน 12 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อกักเก็บน้ำให้เป็นน้ำซึมน้ำซับสร้างความชุมชื้นให้กับพื้นที่การเกษตรที่อยู่โดยรอบบึงสีไฟ รวมถึงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและให้บึงสีไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่ทำให้บึงสีไฟได้ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลดังกล่าวอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.เสรี' เปิด 3 ความเสี่ยง! ไทยรับมือ 'ซุปเปอร์เอลนีโญ'

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเรื่อง "เอลนีโญหรือซุปเปอร์เอลนีโญ จงเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ"

หมอวรงค์ ถามตรง 'ปิยบุตร' ยกเลิกองคมนตรี หวังปชช.อยู่ดีกินดี หรืออคติต่อสถาบันฯมากไป

หมอวรงค์ บอกความคิด ปิยบุตร มีอะไรก็พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเดียว จนต้องตั้งคำถามว่า สิ่งที่เสนอจะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของประชาชน ลองถามตนเองว่าอคติต่อสถาบันฯมากไปหรือไม่

'เอ็ดดี้' กระตุกอย่าให้ฝ่ายการเมืองต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึด 'ประชาธิปไตย' ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน

ปภ. แจง 'องคมนตรี' ร่วมประชุมรับมือสาธารณภัยตามวาระปกติ ตั้งแต่ปี 60

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

'พรรคส้ม' โพสต์ท้าชน! ข้องใจคณะองคมนตรีร่วมประชุมติดตามแก้ภัยแล้ง

เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข