'ดร.เสรี' เปิด 3 ความเสี่ยง! ไทยรับมือ 'ซุปเปอร์เอลนีโญ'

15 มิ.ย. 2569 – รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเรื่อง “เอลนีโญหรือซุปเปอร์เอลนีโญ จงเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ” ว่า

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ติดตามวิเคราะห์ปรากฎการณ์เอลนีโญต่อเนื่องเพื่อแจ้งเตือนคนไทยให้พร้อมรับสถานการณ์แบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

-แม้ว่าข้อมูลจากศูนย์นานาชาติ (NOAA, JMA, APCC) ได้ออกมาคาดการณ์แนวโน้มว่าโลกได้เข้าสู่อิทธิพลของเอลนีโญแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มเป็นเอลนีโญรุนแรงมากกว่า 60% ศูนย์ฯ ได้วิเคราะห์จากข้อมูลการคาดการณ์ระดับเอลนีโญ 3 เดือนเฉลี่ย (ธ.ค.-ก.พ.) จากข้อมูล JAMSTEC พบว่ารอบปีการเกิดซุปเปอร์เอลนีโญระดับ 2.2-2.5 มีความเป็นไปได้ตั้งแต่ 25-70 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบให้อุณหภูมิสูงขึ้นในเดือน เม.ย. 2570 ตั้งแต่ 1.5-2.5°C ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญทั้งเหตุการณ์น้ำท่วม และภัยแล้งรุนแรง

ข้อมูลในอดีตบ่งชี้การตอบสนองของอุณหภูมิบนแผ่นดินไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรสูงสุดจากเอลนีโญทันที แต่จะมีความล่าช้า (Lag) อยู่ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ดังนั้น ผลกระทบความร้อนบนแผ่นดินในประเทศไทยในลักษณะของคลื่นความร้อนที่รุนแรงผิดปกติในช่วง มี.ค. – เม.ย. 2570 ศูนย์กลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ โดยแบบจำลองจะคาดการณ์ว่าอุณหภูมิบรรยากาศ (ที่วัดจากเทอร์โมมิเตอร์) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 39°C – 41°C แต่ดัชนีความร้อน (Heat Index) ถูกคาดหมายว่าจะทะลุเกณฑ์ 50°C ถึง 54°C เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) เป็นวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องเฝ้าระวัง

-ภาวะไฟฟ้าล้นระบบ (ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด) การเปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกันอย่างเต็มกำลังทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน จะผลักดันให้ระบบสายส่งไฟฟ้าทำงานหนักจนถึงขีดจำกัดเสี่ยงต่อการเกิดไฟดับเฉพาะจุด หรือระบบหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้อง

-การสูญเสียน้ำในภาคเกษตรจากการระเหย ปริมาณน้ำสำรองในลุ่มน้ำหลัก จะเผชิญกับอัตราการระเหยที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำที่ต้องใช้เพื่อรักษาระบบนิเวศ และควบคุมความเค็ม

-การปรับเปลี่ยนเวลา และขีดความสามารถในการทำงาน จากความเครียดสะสมทางความร้อนที่คาดการณ์ ภาคเศรษฐกิจที่ต้องทำงานกลางแจ้ง (การก่อสร้าง โลจิสติกส์ เกษตรกรรม) อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการบังคับให้หยุดพักงานทันทีในช่วงเวลาวิกฤตระหว่าง 12:00 น. ถึง 16:00 น. เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของแรงงาน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝนตกหนัก น้ำหลากท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก กระทบเส้นทางไปท่าเรือเกาะกูด

ฝนตกหนัก น้ำหลากท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก กระทบสัญจรไปเกาะกูด ต้องใช้ถนนเลี่ยง,จนท.เร่งเคลียร์เศษไม้อุดตันท่อ ชาวบ้านห้วงน้ำขาววอน เร่งแก้ไข หลังน้ำท่วมซ้ำซาก

ผบ.ทสส.ไทย-มาเลเซีย ถก HLC ยกระดับความมั่นคง-บริหารชายแดน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทยและมาเลเซีย ประชุม HLC ครั้งที่ 39 เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง การบริหารจัดการชายแดน และการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง

นายกฯ ห่วง ปชช. สั่งจังหวัดเสี่ยงท่วม ยกระดับรับมือดินถล่ม-น้ำป่า

นายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก สำรองยาและเวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชม. ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางใกล้ชิด

จับตา! จีนนำเครื่องบินรุ่นใหม่ฝึกรบกับไทย อาจมีเซอร์ไพรส์

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "สัมพันธ์แนบแน่น"

อุตุฯ เตือนร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนถล่ม 35 จังหวัด รับมือน้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน