อดีตนายกเล็กขอนแก่น ให้กำลังใจ 'หลวงพ่ออดุล' ยันประวัติสะอาด ไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย

อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ยืนยัน "หลวงพ่อสุพัฒน์" เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ไม่มีประวัติด่างพร้อย ทั้งยัง เคยร่วมพัฒนาพื้นที่มาโดยตลอด ฝากคู่ขัดแย้งละวางศักดิ์ศรี ความแค้น และความโลภ สู้ไม่ได้ก็อย่าพยายามหาข้ออ้าง

29 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.30 น. นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ หรือ หลวงพ่อสุพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจและพูดคุยสนทนาธรรม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งทั้งรองนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เคยทำงานและร่วมพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัด รวมถึงภารกิจด้านต่าง ๆ ตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ของเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลพื้นที่ในเรื่องสาธารณสุขและงานสาธารณะด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ประวัติความเป็นมาของวัดได้ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อสาธารณะ และประชาชนได้รับทราบข้อมูลกันแล้ว ซึ่งในมุมของตนไม่ได้มองว่ามีเรื่องใดซับซ้อน แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้เข้ามาคลุกคลี ร่วมเป็นอุปัฏฐาก และสนับสนุนกิจกรรมของวัดมาอย่างต่อเนื่อง

"พระครูอดุลสารนิเทศได้ทำหน้าที่นำพระสงฆ์และประชาชนร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขาด อีกทั้งเมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน เจ้าอาวาสก็ให้ความช่วยเหลือ โดยถึงขั้นซื้อรถสองแถวไว้ 1 คัน เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนในกรณีต้องขนย้ายศพของผู้เสียชีวิต ในส่วนของสภาพพื้นที่วัด ส่วนตัวมองว่าสามารถเห็นความเป็นวัดป่าได้อย่างชัดเจน แม้จะมีบางคนกล่าวหาว่ามีการตัดต้นไม้ แต่จากประสบการณ์ ในอดีตเคยมีบางวัดที่ต้นไม้หรือกิ่งไม้อาจมีความเสี่ยงต่อกุฏิ และโทรศัพท์ประสานให้เทศบาลเข้าไปช่วยตัด แต่สำหรับวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งมีต้นไม้จำนวนมากและมีสภาพเป็นป่า ท่านก็ไม่เคยโทรศัพท์ขอให้เทศบาลเข้าไปตัดต้นไม้ มีแต่รักษาต้นไม้เอาไว้"

นายธีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า การออกไปโต้เถียงอาจไม่เกิดประโยชน์ หากใครยังมีข้อสงสัยควรเดินทางมาดูสถานที่ด้วยตนเอง ทั้งนี้หากมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมบวก เพราะในอดีตวัดแห่งนี้ค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงประชาชนในชุมชนเขตเทศบาลเขต 4 ที่เข้ามาพึ่งพาวัด แต่ปัจจุบันวัดกลับกลายเป็นศูนย์รวมที่ทำให้ประชาชนมารวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียว และทำให้หัวใจแห่งพระพุทธศาสนาถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งที่วัดป่าอดุลยาราม ทำให้ปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาตั้งโรงทานทุกวัน รวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจเจ้าอาวาสและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นผลบวก และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จะสามารถรวมพลังในการร่วมกันพัฒนาวัดให้เป็นไปตามความประสงค์ของทั้งเจ้าอาวาสและประชาชนได้อย่างเต็มที่

"ตั้งแต่รู้จักวัดและในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี และนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ไม่เคยพบพระครูอดุลสารนิเทศปฏิบัติสิ่งใดที่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ชื่อเสียง หรือภาพลักษณ์ของความเป็นพระสงฆ์ ตรงกันข้าม สิ่งที่พบมีแต่กิจนิมนต์ ภารกิจ และงานประเพณี ซึ่งหลวงพ่อท่านทุ่มเททำอย่างเต็มที่ จนปัจจุบันมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เราควรกลับไปพิจารณาที่ต้นเหตุ ซึ่งต้นเหตุของเรื่องเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการได้ที่ดินวัด และเมื่อมีข้อมูลข้อเท็จจริงออกมาโต้แย้งจนดูเหมือนว่าจะไปต่อด้วยเหตุผลไม่ได้ ก็มีความพยายามหาข้ออ้างใหม่ไปเรื่อย ๆ ซึ่งตนมองว่าเป็นคนละเรื่องกับต้นเหตุ ซึ่งความเป็นจริงต้นเหตุเป็นเรื่องของความต้องการแย่งชิงพื้นที่วัด เมื่อประเด็นดังกล่าวเดินหน้าต่อไม่ได้ ก็มักมีการหาเหตุอื่นมาด้อยค่าหรือทำลายภาพลักษณ์ของวัดและเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน"

นายธีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลวงพ่อได้พิสูจน์แล้วจากการครองตนและปฏิบัติตนในฐานะพระสงฆ์และเจ้าอาวาสที่ดี จนประชาชนให้ความเคารพศรัทธา และที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย โดยสิ่งเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์มากกว่าคำติฉินนินทา สุดท้ายเหตุการณ์ย่อมมีจุดจบ และตนยังเชื่อว่า ความดีมันก็ชนะความชั่ว เมื่อเรื่องจบลงด้วยดี ประชาชนที่อยู่ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง และอยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจและสนับสนุนวัด ก็น่าจะพร้อมกลับมาร่วมสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ของวัดอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่เข้ามาที่วัด จนปัจจุบันกลายเป็นจุดเช็กอิน มีทั้งร้านค้า แผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้านกาแฟ และรถเข็นค้าขาย ซึ่งขายดีอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ส่งผลบวกต่ออาชีพและเศรษฐกิจของคนในชุมชน ประชาชนที่เดินทางมายังวัดไม่ได้มาเพื่อท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะวัดแห่งนี้ในอดีตเป็นวัดป่าที่ค่อนข้างเงียบเหงา การเดินทางมาของประชาชนในช่วงนี้จึงน่าจะมีเป้าหมายหลักเพื่อให้กำลังใจกันมากกว่า และเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากประชาชนที่นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งรู้สึกว่าเป็นหน้าที่และภารกิจที่จะต้องออกมาช่วยกันปกป้อง โดยภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันนี้ แต่มีประชาชนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังเกิดเหตุ

"สิ่งกระตุ้นให้เกิดเหตุอาจเป็นเรื่องของจิตใจ อารมณ์ หรือความโลภ และเมื่อวันหนึ่งบทพิสูจน์ปรากฏชัดแล้ว ก็ควรละวางสิ่งเหล่านั้น เพราะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและมีประชาชนติดตามนั้น เป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ประเทศไทยและวงการพระพุทธศาสนา หากเป็นไปได้ควรละวางทั้งเรื่องศักดิ์ศรี ความแค้น และความโลภ เพราะหากสามารถละวางได้ สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้น มิฉะนั้นจะเห็นว่าพลังของประชาชนจะเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ"

นายธีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ช่วงของการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เข้าใจว่าในขณะนั้นน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องออกไปรังวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน เมื่อมีการรังวัดแล้วพบว่าไม่ถูกต้องตามพื้นที่ที่ควรจะเป็น ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบก็จำเป็นต้องทำเรื่องโต้แย้งหรือคัดค้านไว้ เพราะหากไม่ดำเนินการก็อาจถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการไปตามหน้าที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มหัศจรรย์ธรรมชาติ 'ข้าวตอกฤาษี' ฟองน้ำแห่งขุนเขา ชี้ความสมบูรณ์นิเวศแหล่งน้ำบริสุทธิ์

“ข้าวตอกฤาษี” ฟองน้ำแห่งขุนเขา ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์นิเวศป่าดิบเขา แหล่งน้ำธรรมชาติที่บริสุทธิ์

อัยการฟ้องแล้ว! 'ป้าบัวไข' แจ้งความเท็จ คดีโฉนดที่ดินวัดป่าอดุลฯ

อัยการขอนแก่นยื่นฟ้อง 'ป้าบัวไข' แจ้งความเท็จคดีโฉนดที่ดินหาย ทั้งที่โฉนดตัวจริงอยู่กับเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม มนัดสอบคำให้การ 24 พ.ย.

'พงษ์ศักดิ์' คว่ำ 'วัฒนา' กวาด 4.2 แสนคะแนน นั่งนายก อบจ.ขอนแก่น

'พงษ์ศักดิ์' ประกาศคว้าชัยเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น กวาดเรียบ 4.2 แสนคะแนน คว่ำ 'วัฒนา ช่างเหลา' แชมป์เก่า ลั่นนำประสบการณ์กลับมาทำงาน เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งและบริหารจัดการน้ำ

ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก