ภาคประชาสังคมชง 'ดับไฟใต้' 16 ข้อ ยึดปชช.ศูนย์กลาง

21 ก.ย. 2569 – ดร.อังคาร กาญจนเพชร ประธานสมัชชาพลเมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ และภาคีเครือข่าย ได้จัดเวทีรวบรวมและนำเสนอข้อเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี ซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองและ สส. จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือพรรคกล้าธรรม เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ฯลฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ เพื่อส่งนโยบายต่อถึงนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และคณะพูดคุยสันติภาพทั้ง 2 ฝ่าย ให้นำไปพิจารณาพร้อมผลักดันเป็นนโยบาย 16 ข้อเชิงนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาเป็นนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง สำหรับนโยบายได้จัดทำขึ้นมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ในโอกาสครบรอบ 13 ปี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์2569

ดร.อังคาร กล่าวว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพภาคประชาสังคม จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางปรับแนวทางการแก้ปัญหา โดยครอบคลุมรอบด้าน ความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษา สิทธิ อัตลักษณ์ สิ่งแวดล้อม การกระจายอำนาจ การเยียวยา สร้างความสมดุลในการดูแลประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งชุมชนพุทธและมุสลิมแนวคิดพันธสัญญาพลเมืองมุสลิมมลายูไทยกับภาครัฐอยู่ร่วมอย่างพหุวัฒนธรรม

ทั้งนี้ สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในบริบทจากการศึกษาแนวทางที่สถานการณ์ในประเทศศรีลังกา ปากีสถาน และอินโดนีเซีย ที่ได้มีระดมทุกภาคส่วนสร้างสมดุล ทั้งเรื่องเศรษฐกิจเรื่องปากท้อง และเรื่องการศึกษา ฯลฯ และจะต้องสร้างแรงจูงใจทุกภาคส่วนระหว่างประชาชนข้าราชการร่วมอยู่กันได้

“บางพื้นที่แม้จะเป็นเขตสีแดง 100 % เขตอิทธิพลของผู้เห็นต่าง แต่ในส่วนมวลชนจะมีความเห็นต่างระหว่าง 70 / 30 % / ฝ่ายรัฐ 70 % ฝ่ายความเห็นต่าง 30 % แต่ความเห็นต่างจะไม่สามารถควบคุมคุมขังได้ที่เคลื่อนไหวประมาณ 1,600 พื้นที่” ดร.อังคาร ระบุ

ดร.อังคาร กล่าวว่า งานการเมืองที่สำคัญคืองานมวลชนที่จะต้องแข่งขันที่ไม่ต่างกับการทำการตลาด ที่จะต้องทำมีมาร์เก็ตแชร์ให้การตลาดที่สูงสุด โดยต้องมีผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับตลาดที่มีความต้องการ ด้วยการชนะใจมวลชนโดยผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนมีความต้องการหน่วยงานที่เกี่ยข้องต้องมีโมเดล เช่น ฝ่ายปกครองปลัดตำบลนายอำเภอน้อยที่จะต้องดูแลตำบล ที่จะต้องปฏิสังคมร่วมกับประชาชนที่อยู่ร่วมกันได้ เป็นต้น ซึ่งในอดีตพรรคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ใจมวลชนทั้งเขตเมือง เขตป่า เขตชนบท ส่วนหนึ่งด้วยมือถือกีต้าที่เห็นถึงคุณค่าประชาชน จนในที่สุดรัฐบาลได้มีนโยบาย 66/23 คนป่าคืนเมือง

ส่วนประเด็นที่เกิดเหตุการณ์จากการทำสงครามกองโจรสงครามจรยุทธ ทั้งที่เขตป่าเขตเมืองกึ่งชนบทและเขตเศรษฐกิจ และเป้าหมายจะเป็นพื้นที่อ่อนไหวเพื่อสร้างสถานการณ์ที่จะได้ควยคุมพื้นที่ แนวทางการป้องกันไม่ใช่จะใช้งานสงครามในรูปแบบจึงต้องแปรรูปจากรบในแบบเป็นนอกแบบ โดยให้บริบทปัญญาที่แหลมคมคู่ขนานรบนอกแบบ งานมวลชนงานการข่าวที่ลึกซึ้ง อันเป็นหัวใจสำคัญของงานความมั่นคง

โดยทางการจะต้องแปรรูปรบในแบบเป็นรบนอกแบบ จะเป็นชุดธรรมชุดสันตินิมิตและจะต้องเน้นบุคลากรระดับปัญญาชนความคิดอ่านนำ ในรูปแบบจะไม่ใช่คู่ต่อสู้นอกรูปแบบ สงครามกองโจรสงครามจรยุทธทุกสนาม ในรูปแบบจะพ่ายแพ้นอกรูปแบบสตั้งแต่สมัยจีนเหมาเจอตุงกับเจียงไคเช็ค สมัยเวียดนาม เวียดมินห์เวียดกงกับเวียดนามใต้ และทหารสหรัฐ และอีกหลายประเทศ

ดร.อังคาร กล่าวว่า จำเป็นต้องถอดบทเรียนและเคยนำเสนอต่อหน่วยงานความมั่นคงและกลุ่มวิชาการแต่ต่างนิ่ง เหมือนดวงตาไม่เห็นธรรม แต่ยังมีนายทหารระดับนายพลคุมอำนาจกองทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้นเริ่มเห็นด้วยแต่ก็มาหมดอำนาจไปจึงไม่สามารถดำเนินการ ปัจจุบันทางการได้ต่อสู้สงครามจรยุทธไม่ใช่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ได้ต่อสู้กับ BRN Coordinate ซึ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ บีอาร์เอ็นคองเกรส สายการเมือง บีอาร์เอ็นอูลามา สายจิตวิญญาณศาสนา และยังบีอาร์เอ็นมาเลเซีย ที่เป็นแนวร่วม นอกนั้นยังมีอีกหลายกลุ่มรวมแล้วประมาณ 10 กลุ่ม ซึ่งในส่วนภาคประชาสังคมต่างรู้จักกันทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายผู้เห็นต่าง ซึ่งจะต้องทำงานอย่างแหลมคมต้องชนะใจมวลชน

แหล่งข่าวจากอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า งานการข่าวจากฐานรากปัจจุบันจะอ่อน เพราะบางส่วนได้รับความเสียหาย และบางส่วนมีนักการข่าวรุ่นใหม่ จะไม่ให้น้ำหนัก แต่จะให้ค่ากับงานการข่าวทางด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้งานการข่าวค่อนข้างจะอ่อนแอในบางพื้นที่ เหตุการณ์จึงเกิดขึ้นได้ง่ายมากมองเหมือนว่าเกิดเกียร์ว่าง

แหล่งข่าวอีกราย จ.นราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเดิมนั้น ประชาชนในพื้นที่เคยได้พบเห็นและพูดคุยกัน และยังได้ดูแลการฝึกรบ โดยจะมีครูฝึกการรบจะสวมชุมดพรางคลุมหน้า และการสู้รบในปัจจุบันไม่ต่างกับการทำสงครามกองโจรสงครามจรยุทธของอดีตกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย พคท. และอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.) หรือโจรจีนคอมมิวนิสต์

“ผู้ที่ได้รับการฝึกไม่เฉพาะจะเป็นฝ่ายติดอาวุธ และยังมีฝ่ายการเมืองด้วยที่จะเข้าสายการเมือง BRN จะมีทั้งฝ่ายติดอาวุธและฝ่ายการเมืองคู่ขนานกันด้วย” แหล่งข่าว ระบุ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า สมัยนั้นทราบว่าได้มีพื้นที่ผลิตการก่อวินาศกรรม ไว้ถึง 4,700 จุดในพื้นที่เป้าหมาย และน่าจะทำงานไปหมดแล้ว เพราะเหตุเกิดขึ้นมากในระยะหลายปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุยสอบเข้ม 'ร้านกัญชา' ทั่วไทย ฝ่าฝืนสั่งปิด 30-90 วัน ผิดซ้ำถอนใบอนุญาต

รัฐบาลลุยตรวจสอบเข้ม 'ร้านกัญชา' ได้รับอนุญาต 12,279 แห่ง ขู่ฝ่าฝืนเงื่อนไขทั้งขายโดยไม่มีใบสั่งจ่าย โฆษณาและเปิดให้สูบ สั่งปิดชั่วคราว 30-90 วัน หากทำผิดซ้ำครั้งที่ 2 เสี่ยงถูกเพิกถอนทันที

ปลื้มยอดลงทะเบียน 'บ้านคนละหลัง พลัส' ทะลุ 1.1 หมื่นราย 3.4 หมื่นล้านบาท

แห่ตอบรับ 'บ้านคนละหลัง PLUS' ยอดลงทะเบียน 11,430 ราย วงเงินกว่า 34,290 ล้านบาท รัฐบาลหนุนประชาชนเข้าถึงสินเชื่อซื้อ–ปลูกสร้างบ้าน ดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนสูงสุด 40 ปี

'นันทิวัฒน์' เตือนรัฐบาลไทยอย่าหลวมตัว เอาเมี่ยงคนอื่นมาอม

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าหลวมตัว

อย่าประเมินต่ำไป! เตือน 'อนุทิน' หาทางรับมือ 'ม็อบกำนันมะโน'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เตือนรัฐบาล อย่าประเมินคาร์ม็อบต่ำเกินไป

'ศิริโชค' ลั่นขุดคุ้ยต่อ เดินหน้าหา 'ไอ้โม่ง' เบื้องหลังเว็บพนัน-ทุนเทาซื้อเสียง หลังโดนสกัดแจง กมธ.

"ศิริโชค" ชี้เกณฑ์ลงมติก่อนเชิญคนนอกเปิดทางเสียงข้างมากฝ่ายรัฐบาลคุมทั้งวาระและผู้ให้ข้อมูล คาดหมดโอกาสกลับไปชี้แจงปมเว็บพนัน ยิ่งเดินหน้าขุดหาคนอยู่เบื้องหลัง ตั้งคำถามเงินทุนเทาโยงซื้อเสียงหรือไม่

'ไอซ์' โวยแหลก! สีน้ำเงินมุ่งทำลายสีอื่นให้สิ้นซาก เอาทุกอำนาจเป็นของตัวเอง

น.ส.รักชนก ศรีนอก (ไอซ์) สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจ เรื่องอำนาจกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าอำน