เตือนรับมือ 'โรคไข้ฉี่หนู' อีสานล่าง 4 จังหวัด ป่วยทะลุ 300 ราย

สคร.9 เมืองย่าโมย้ำเตือนระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” เลี่ยงลุยน้ำ–ย่ำโคลน สวมบู๊ทป้องกัน ลดเสี่ยงป่วย อีสอนล่าง 4 จังหวัดผู้ป่วยจำนวน 306 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ด้านอธิบดีกรมควบคุมโรค ห่วงน้ำท่วม เตือน 3 ภัยใกล้ตัว “จมน้ำ–ไฟดูด–สัตว์หนีน้ำ” พร้อมระวัง 6 กลุ่มโรค

28 กันยายน 2569 - นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ประชุมหัวหน้าส่วนงาน สคร 9 นครราชสีมา เร่งประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน ทำงานในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำท่วม ให้ระมัดระวังโรคเลปโตสไปโรซิส หรือ “โรคไข้ฉี่หนู” ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู โค กระบือ สุกร และสุนัข และสามารถปนเปื้อนในน้ำ ดิน หรือโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก หากสัมผัสพื้นที่เสี่ยงโดยไม่ป้องกัน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและมีอาการรุนแรงได้ ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ เปิดเผยโรคเลปโตสไปโรซิส หรือ “โรคไข้ฉี่หนู” กรณีเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือดินโคลน ว่า โรคเลปโตสไปโรซิสเป็นโรคที่พบได้มากขึ้นในช่วงที่มีฝนตก น้ำท่วมขัง และมีสภาพแวดล้อมเปียกชื้น ประชาชนกลุ่มที่ต้องทำงานหรือมีกิจกรรมสัมผัสน้ำ ดิน และโคลน เช่น เกษตรกร ทำนา ทำสวน ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง หรือผู้ที่ต้องทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำท่วม ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ ได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมักมีประวัติสัมผัสน้ำ/ดินโดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน

ทั้งนี้สถานการณ์โรคเลปโตรสไปโรสิส หรือโรคไข้ฉี่หนู ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ปี 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 20 ก.ย. 2569 พบผู้ป่วยจำนวน 306 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มากกว่าเพศหญิง กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคือ 65 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 55-64 ปี อาชีพที่พบว่าป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มเกษตรกรทำนา ทำสวน เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด เรียงลำดับพบผู้ป่วยและเสียชีวิต จากมากไปน้อย พบว่า จังหวัดสุรินทร์ ป่วย 269 ราย เสียชีวิต 1 ราย , จังหวัดนครราชสีมา ป่วย 16 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต , จังหวัดบุรีรัมย์ ป่วย 14 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต และจังหวัดชัยภูมิ ป่วย 7 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต จึงควรต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

นายแพทย์สายลักษณ์ฯ กล่าวต่อไปว่า ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิสได้ด้วยหลักสำคัญ ดังนี้ เลี่ยงลุยน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหรือดินโคลน หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำหรือดิน ควรสวมรองเท้าบู๊ท ถุงมือยาง และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ไม่เดินเท้าเปล่า และหากมีบาดแผลหรือรอยถลอก ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้มิดชิดก่อนสัมผัสน้ำหรือดิน , สัมผัสน้ำ–ดิน รีบล้าง”: หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือทำงานในพื้นที่เสี่ยง ควรรีบอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ รวมทั้งล้างมือและเท้าให้สะอาดทันที , สังเกตอาการ อย่ารอ

หากภายใน 1–2 สัปดาห์หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือสัมผัสน้ำและดินที่อาจปนเปื้อนเชื้อ มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติเสี่ยงให้แพทย์ทราบ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว , อย่าซื้อยากินเอง หากมีไข้หรืออาการสงสัยโรค หลังสัมผัสน้ำหรือดิน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยง

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงฤดูฝน หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและดินโดยไม่จำเป็น สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำหรือย่ำโคลน และหมั่นดูแลสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด เก็บอาหารและขยะให้มิดชิด ไม่ให้เป็นแหล่งอาหารหรือที่อยู่อาศัยของหนู หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อหลังมีประวัติลุยน้ำหรือสัมผัสดิน ควรรีบ พบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขณะที่นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำท่วมขัง ประชาชนบางส่วนอาจต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมในพื้นที่น้ำท่วม กรมควบคุมโรคห่วงใยประชาชน ขอให้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นอกจากความเสี่ยงจากโรคที่อาจตามมาแล้ว ยังมีภัยสุขภาพที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ การจมน้ำ , ไฟดูดหรือไฟฟ้าช็อต และสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้าบ้าน

การจมน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านบริเวณที่มีกระแสน้ำไหลแรง น้ำลึก หรือมองไม่เห็นสภาพพื้นด้านล่าง โดยเฉพาะเด็กเล็กไม่ควรปล่อยให้เล่นน้ำตามลำพัง ผู้ที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำควรใช้เส้นทางที่ปลอดภัยและมีอุปกรณ์ช่วยพยุง หากพบผู้ตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเอง เพราะอาจถูกกระแสน้ำพัดไปด้วย ควรใช้ไม้ เชือก หรืออุปกรณ์ที่ยื่นให้ผู้ประสบภัยจับ และรีบโทร. 1669

ไฟดูดและไฟฟ้าช็อต หากน้ำเข้าบ้านหรือพื้นที่ที่มีระบบไฟฟ้า ควรตัดกระแสไฟฟ้าจากจุดที่ปลอดภัยก่อน และไม่สัมผัสปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะตัวเปียก รวมถึงไม่เดินลุยน้ำในบริเวณที่มีสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในน้ำ หากพบสายไฟขาดหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าตกอยู่ในน้ำ ห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษหนีน้ำ เช่น งู ตะขาบ และแมงป่อง อาจเข้ามาหลบในบ้าน ใต้กองสิ่งของ รองเท้า หรือบริเวณที่แห้ง จึงควรใช้ไฟฉายส่องก่อนเดินหรือหยิบสิ่งของ ไม่ใช้มือเปล่าค้นหา และสวมรองเท้าที่ปิดมิดชิด หากถูกงูกัดหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ควรตั้งสติ ไม่กรีดแผล ไม่ดูดพิษ และรีบไปโรงพยาบาล หากทำได้ให้จดจำลักษณะสัตว์ไว้เพื่อแจ้งบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากภัยที่ต้องระวังทันทีแล้ว ช่วงน้ำท่วมยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะ 6 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ โรคเลปโตสไปโรสิส (ไข้ฉี่หนู) หากสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อมีบาดแผล หลังสัมผัสน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน หากอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะไตวาย ตับวาย เลือดออกในปอด และเสียชีวิตได้ ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม โรคผิวหนังและการติดเชื้อที่ผิวหนัง การสัมผัสน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและระคายเคือง หากมีผื่นแดง คัน แผลพุพอง หนังลอก ควรทำความสะอาดและดูแลบริเวณดังกล่าวให้แห้ง

หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ โรคระบบทางเดินอาหารและน้ำ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วงและโรคอาหารเป็นพิษ เนื่องจากน้ำท่วมอาจพัดพาสิ่งปฏิกูล ขยะ และเชื้อโรคต่าง ๆ ไปปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม วัตถุดิบ รวมถึงภาชนะและอุปกรณ์ประกอบอาหาร หากรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ หากมีถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ควรดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายหรืออาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะ อ่อนเพลียมาก หรือซึมลง ควรรีบพบแพทย์ทันที

โรคที่มียุงเป็นพาหะ หลังฝนตกและมีน้ำขัง อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หากมีไข้ติดต่อกัน 2 วัน มีผื่น ปวดข้อ กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ขอให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ห้ามรับประทานยาประเภท NSAIDs ได้แก่ แอสไพริน และไอบรูโพรเฟน โรคตาอักเสบ หากสัมผัสน้ำไม่สะอาด อาจมีตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตา หรือตาพร่ามัว ควรล้างมือบ่อย ๆ ไม่ขยี้ตา และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ การสูดดมความชื้น ฝุ่นโคลน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด หรือการอยู่รวมกันในพื้นที่พักพิง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคปอดอักเสบ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ ควรรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และสวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีอาการไอ จาม และพบแพทย์หากอาการรุนแรง

สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องสัมผัสน้ำท่วม ควรสวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าที่ป้องกันน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิด หลังสัมผัสน้ำควรรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่และดื่มน้ำสะอาด รวมทั้งกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

“ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่องและหลายพื้นที่มีน้ำท่วม ประชาชนจำนวนมากอาจหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำได้ยาก จึงขอให้ทุกคนดูแลตนเองตามความเหมาะสม ทั้งการป้องกันโรคจากน้ำและอาหาร การป้องกันยุงกัด การดูแลบาดแผล รวมถึงระวังไฟฟ้าและสัตว์ที่อาจหนีน้ำเข้าบ้าน สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรเตรียมยาให้เพียงพอ ไม่ควรขาดยา และเก็บยาไว้ในที่แห้ง ป้องกันน้ำและความชื้น หากยาเปียกน้ำหรือชำรุด ไม่ควรนำมารับประทาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ตาแดง ผื่น หรือมีอาการทางเดินหายใจ ควรรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีโรคประจำตัว”

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ่างทอง' เร่งอุดจุดเสี่ยงคันกั้นน้ำ อ.ไชโย พร้อมเปิด 3 ศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัย

เร่งอุดจุดเสี่ยงริมน้ำ-ใต้สะพาน รองผู้ว่าฯอ่างทอง สั่งการเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมรองรับประชาชนได้ทันที

น้ำท่วมกรีนวัลเล่ย์ บางนา จมน้ำวันที่ 3 สูงระดับเอว บางจุดเกือบ 2 เมตร

กรีนวัลเล่ย์ อ่วม น้ำท่วมวันที่ 3 สูงระดับเอว บางจุดเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนอาหาร โซน 7 น้ำสูงถึงคอ ต้องใช้เรือสัญจร

'อภิสิทธิ์-ชวน' นำ ปชป. เร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมกรุง

น้ำไม่ลด ประชาธิปัตย์ไม่ทิ้ง 'อภิสิทธิ์-ชวน' นำทีม ปชป. – มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ฯ ระดมกำลังเร่งบรรจุถุงยังชีพ ช่วยวิกฤตน้ำท่วมทั่วกรุง

ปภ.เตือน 3 จังหวัด! กำแพงเพชรเสี่ยงน้ำหลาก-อยุธยารับน้ำเพิ่ม กาญจน์อ่างฯ ล้น

ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนต่อเนื่อง 3 จังหวัด กำแพงเพชรฝนสะสมหนัก ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำไหลหลาก ขณ

เจ้าพระยารับน้ำเหนือเพิ่ม! เที่ยงนี้ขยับระบาย 2,000 ลบ.ม./วินาที อ่างทองจ่อวิกฤต

กรมชลประทานปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เที่ยง 28 ก.ย. รับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาเพิ่ม คาดมวลน้ำใช้เวล

'ปลัด มท.' สั่งช่วยด่วน 6 เรื่อง ส่งอาหารถึงมือผู้ประสบภัยจนกว่าน้ำลด

'ปลัด มท.' สั่ง 'สถ.-พช.-โยธาฯ' ระดมรถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร ช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมตั้ง 2 ผู้ตรวจ มท. เป็น Project Manager หนุน กทม. บรรเทาผลกระทบประชาชน