
นายด่านศุลกากรนครพนม เผยโควิดทำพิษจีนเข้มงวดนำเข้า ยอดการค้าชายแดนลดเกินครึ่ง หนักสุดผลไม้ไทยขาดทุนยับ ประสานเปิดด่านชายแดนชั่วคราวช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
5 เม.ย. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศุลกากรจังหวัดนครพนม โดยนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ นายด่านศุลกากรนครพนม เปิดเผยว่าช่วงปีงบประมาณ 2564 ตั้งแต่เดือนกันยายน 63-ตุลาคม 64 สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจไปทั่วทุกภูมิภาค แต่ถือว่ายอดการค้าชายแดนของ จ.นครพนม ยังได้รับผลกระทบน้อยมาก โดยมีมูลค่าการนำเข้าประมาณ 19,000 ล้านบาท ส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 99,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นมูลค่าการส่งออกสูงกว่านำเข้า สินค้าส่งออกมากสุดเป็นอันดับต้นๆคือผลไม้ไทย(ทุเรียน มังคุด ลำไย) และ เครื่องดื่มชูกำลัง โดยผู้ส่งออกใช้เส้นทาง R 12 เป็นทางหลักในการขนส่งสินค้า ออกจากด่านพรมแดนนครพนมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ผ่านประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)และ เวียดนาม แล่นเข้าถึงชายแดนจีนบริเวณด่านโยว่อี้กวน และด่านตงซิง
นายด่านศุลกากรนครพนม กล่าวต่อว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา(2563-64) จึงยังถือว่าการค้าชายแดนได้รับผลกระทบน้อยมากจากสถานการณ์โควิด แต่ในห้วงต้นปี 2565 คือเดือนมกราคมถึงปัจจุบัน การค้าชายแดนโดยเฉพาะสินค้าส่งออกได้รับผลกระทบหนัก ทั้งนี้ เกิดจากทางการจีนมีการเข้มงวดคัดกรองรถบรรทุกสินค้านำเข้าชายแดน ทำให้เกิดปัญหาเพิ่มระยะเวลาในการขนส่งสินค้า จากเดิมรถบรรทุกสินค้าจอดรอที่ด่านทั้งสองแห่ง(ด่านโยว่อี้กวน ด่านตงซิง) ประมาณ 3-5 วัน ภายหลังด่านตงซิงปิดโดยไม่มีกำหนด จึงเหลือด่านโยว่อี้กวนเพียงแห่งเดียว และอนุญาตให้เข้าเพียงวันละ 20 คัน ขณะที่บริเวณหน้าด่านมีรถบรรทุกจอดรอร่วม 2 พันคัน ทำให้รถจำเป็นต้องจอดรอเข้าด่านเพิ่มเป็น 10-15 วัน ปัญหาที่ตามมา คือ กระทบหนักเรื่องการขนส่งผลไม้ เพราะจะต้องใช้ระยะเวลาจำกัด หากขยายเวลาในการคัดกรอง ทำให้ผลไม้เกิดความเสียหายเน่าเสีย ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกผลไม้ ผ่านทางชายแดนนครพนม ลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
ด้านผู้ประกอบการ จึงหันไปใช้การขนส่งทางอากาศและทางน้ำ ในเส้นทางชายแดนอื่น แต่ต้องแบกภาระเพิ่มต้นทุนสูง ซึ่งหากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดยังไม่ดีขึ้น คาดว่ามีโอกาสส่งผลกระทบในระยะยาว โดยทางศุลกากรนครพนม ไม่สามารถจะวางแนวทางช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นปัญหาเรื่องของเส้นทางนอกประเทศ ต้องให้ผู้ประกอบการแก้ไขปัญหาด้วยการส่งสินค้าช่องทางอื่น ทั้ง ทางอากาศ ทางน้ำ และทางรถไฟ ในช่วงนี้แทนไปพลางก่อน
นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือปัญหาในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม รวมถึงวางแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดยศุลกากรนครพนมได้หารือกับจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานเอกชน ตัวแทนผู้ประกอบการ ว่า นอกจากการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เป็นทางหลักแล้ว ยังได้เจรจากับทางการลาวเพื่อเปิดด่านชายแดนชั่วคราว หรือจุดผ่อนปรน ตามอำเภอต่างๆ ที่ติดกับชายแดนไทย-ลาวรวม 4 อำเภอ (บ้านแพง,ท่าอุเทน,เมือง,และธาตุพนม) เพื่อเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย ได้ค้าขายแลกเปลี่ยน แต่เป็นการเปิดช่องทางเพียงใช้การขนส่งสินค้าเท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้ประชาชน นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปมาได้
ประกอบด้วยด่านจุดผ่อนปรน อ.บ้านแพง(ตรงข้ามแขวงบอลิคำไซ),อ.ท่าอุเทน,ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม(ตรงข้ามแขวงคำม่วน),จุดผ่อนปรนบ้านหนาด อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม (ตรงข้ามแขวงสะหวันนะเขต) ซึ่งหากสามารถเจรจาเปิดจุดการค้าชายแดนเพิ่ม เชื่อว่าจะสามารถ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึงระบายสินค้าได้อีกระดับหนึ่ง ที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนได้อีก คาดว่าในช่วงเดือนเมษายน 2565 จะสามารถเปิดได้บางจุด โดยทางศุลกากรพร้อมที่จะดูแลวางแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ทุกขั้นตอนต้องผ่านการหารือระหว่างหน่วยงาน กับทางการ สปป.ลาวด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง
อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา
นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว
ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นา

