3 นิ้วหยุดมโน! ผลชันสูตร 'บอย ก้าวไกล' ผูกคอตายเอง แม่ไม่ติดใจแล้ว ไร้ร่องรอยต่อสู้

21 เม.ย.2565 - จากกรณีที่มีคนพบศพ นายอนันต์ โลเกตุ หรือ บอย อายุ 27 ปี พนักงานฝ่ายการเงินของพรรคก้าวไกล และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผูกคอเสียชีวิตที่ศาลารอรถข้างป้อมตำรวจ หน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายอนันต์เดินทางมาร่วมกิจกรรมสัมมนาพรรคก้าวไกลที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่จะหายตัวไป และมาพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิต

โดยในส่วนของแม่และครอบครัวของนายอนันต์ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากบอยเคยเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองสมัยเป็นนักศึกษา เคยร่วมรณรงค์การ Vote NO ในการลงประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เมื่อ 23 มิ.ย.2559 ที่ตลาดเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อมาถูกตำรวจและทหารควบคุมตัวและตั้งข้อหาฝ่าฝืน และตกเป็น 1 ใน 7 จำเลยในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ต่อมายังเป็น 1 ใน 5 ผู้ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติฯ อีกครั้งเมื่อถูกจับกุมจากการติดรถเดินทางไปยัง จ.ราชบุรี โดยรถคันดังกล่าวบรรทุกสติกเกอร์ Vote NO ไปด้วยเมื่อปี 2559

ล่าสุดวันนี้ พ.ต.อ.ฆนรพ รัตนใหม่ ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ว่า จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด และเชือกที่ผู้ตายใช้ผูกคอก็มีพยานที่เป็นชาวบ้านยืนยันว่า เป็นเชือกที่ใช้ผูกของวางอยู่ในศาลาอยู่แล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบผลการชันสูตรเบื้องต้นแล้ว และกำลังรอผลชันสูตรยืนยันอย่างเป็นทางการของแพทย์นิติเวช รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อนำมาประกอบก่อนสรุปสำนวนคดีต่อไป

นางหนูพิศ โลเกตุ อายุ 48 ปี แม่ของนายอนันต์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับทราบจากแพทย์ผู้ชันสูตรว่าเป็นการฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตัวเอง ทำให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต เนื่องจากสภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผลที่บ่งชี้ว่ามีการทำร้ายร่างกาย แต่สภาพศพมีรอยขีดข่วนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังไม่พบหลักฐานทางกายภาพว่า ผู้ตายมีการต่อสู้ขัดขืนก่อนที่เสียชีวิต

"หลังจากได้ฟังคำชี้แจงจากแพทย์ ตนก็ไม่ได้ติดใจผลการชันสูตรศพของลูกชายแต่อย่างใด แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่ทราบเหตุจูงใจว่าลูกชายของตนฆ่าตัวตายเพราะสาเหตุอะไร ซึ่งตอนนี้เตรียมรับศพลูกชายกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้าน จ.ร้อยเอ็ด"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โคราชคึกคัก แห่ประมูลเลขทะเบียนรถสวยหมวด 'งบ' ลุ้นเลขมงคล

นครราชสีมาเปิดเวทีประมูลเลขทะเบียนรถสวยหมวดอักษร “งบ” ในรูปแบบไฮบริด ทั้งเคาะราคาในห้องประมูลและผ่านระบบออนไลน์ ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมประมูลจำนวนมาก

ชาวโคราชเซอร์ไพรส์! ผู้ว่าสั่งจัดระเบียบลานจอดรถหน้าศาลากลาง ให้ข้าราชการไปจอดอีกจุด

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการเรื่องร้องทุกข์การจอดรถในการเดินทางไปติดต่อราชการบนศาลากลางจังหวัดฯ ซึ่งเดิมทีบรรดาหน้าส่วนส่วนราชการ ข้าราชการ

'บุรีรัมย์'รับถ้วยแชมป์'ไทยลีก1+10ล. เหลือเชื่อเมืองทองลงไปเล่นT2 พร้อมนครราชสีมา-พลังกาญจน์

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ การแข่งขันฟุตบอล BYD Sealion6 League 1 ฤดูกาล 2025/26 พร้อมเงินรางวัล 10 ล้านบาท และสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League Elite รอบลีก สเตจ ฤดูกาล 2026/27

ชาวโคราช จัดงานรำลึกผู้นำแห่งศรัทธา 'พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ'

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนา นำพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ประธานชุมชน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อสม. รวม 90 ชุมชน พร้อมด้วยนายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) , นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล

กวาดล้างขบวนการ 'ใบเกิดทิพย์' เอื้อจีนเทา เพิกถอนสถานะแล้ว 50 ราย

นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และเป็นประธานประชุมติดตามกรณีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบ หรือ “เกิดทิพย์” ที่มีการนำไปใช้เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติ

จับ 3 จนท.รัฐ แจ้งเกิดเท็จให้แก๊งจีนเทา 'นายก ทต.โพธิ์กลาง' ตรวจย้อนหลัง 5 ปี ยันเอาผิดถึงที่สุด

ความคืบหน้ากรณีเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมาที่เกิดขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” ขยายผลต่อเนื่อง หลังคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจ CIB เปิดคดีที่ 3 พบขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกชาวจีน-เมียนมา เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา