9 ก.ค.2565 - ที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด นายวิวัฒน์ แดงตะนุ เจ้าของสวนทุเรียนพาผู้สื่อข่าวสำรวจสภาพความเสียหายของสวนทุเรียนหลังจากในช่วงกลางดึกวันที่ 7 กรกฎาคม มีพายุพัดถล่มสวนทุเรียน ทำให้ต้นทุเรียนทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กโค่นไป 40 ต้น ซึ่งมีแรงงานกัมพูชากำลังตัดต้นทุเรียนและกิ่งไปเผาทำลาย เพื่อทำการปลูกใหม่ ขณะที่สวนทุเรียนที่อยู่ใกล้เคียงอีก 4 สวนก็ได้รับความเสียหายไปด้วย
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า มีพายุฝนลมแรงมาตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของเมื่อคืนนี้และช่วงเช้าออกมาตรวจสอบความเสียหายพบว่า มีทุเรียนกว่า 40 ต้นที่เป็นต้นทุเรียนขนาดใหญ่ และทุเรียนสาว 10 ต้นโค่นและหัก ซึ่งแต่ละต้นจะมีผลผลิตทุเรียนประมาณ 100 ลูก หรือรวม 2 พันลูก หากคิดเป็นมูลค่าทุเรียนที่จะขายได้ในปีหน้าจะเสียหายราว 4-5 ล้านบาท ซึ่งต้นทุเรียนทั้งหมดทำได้แค่การตัดต้นนำไปทำฟืนเท่านั้น และสุดท้ายก็จะทำการปลูกใหม่ ซึ่งต้องรออีก 4 ปีจึงจะมีผลผลิตให้
ส่วนที่บ้านนายสมเกียรติ ทศนิยม เจ้าของสวนทุเรียนอีกคนหนึ่งบอกว่า ลมพายุลมแรงและมีฝนตกพัดมาทำให้หลังคาได้รับความเสียหายกระเบี้ยงกว่า 100 แผ่นหลุด และเครื่องใช้ไฟฟ้าพัง รวมทั้งนอนไม่ได้ ส่วนทุเรียนโค่นไปกว่า 20 กว่าต้น มีความเสียหายนับล้านบาท และยังมีของเพื่อบ้านอีก 2-3 สวนมีทุเรียนโค่นอีก และมากกว่าของต้นเองอีก
อีก 2 สวนเป็นของนางจารุวรรณ หงษ์สมุทร ที่ต้นทุเรียนขนาดใหญ่โค่นไป 30 ต้น และยอดหักอีก 5 ต้น ซึ่งนางจารุวรรณ กล่าวว่า ต้นทุเรียนที่หักโค่นแต่ละต้นออกผลต้นละ 100 ลูก ทำรายได้3-5 หมื่น/ต้น ซึ่งรวมแล้วเสียหายไปนับล้านบาท
อีกสวนหนึ่งของนางหมก สินสมุทร จำนวน 35 ต้น ส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุเรียนขนาดใหญ่และได้รับความเสียหายทั้งต้น รวมทั้งมีต้นกล้วยอีกจำนวนหนึ่งด้วย
สรุปสวนทุเรียนที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 5 สวน ซึ่งนางเหม้า แดงตะนุ สมาชิกอบต.ห้วงน้ำขาวได้สรุปความเสียหายเพื่อส่งให้อบต.ห้วงน้ำขาว ทำรายงานส่งให้เกษตรจ.ตราดช่วยเหลือ และชดเชยความเสียหาย ประกอบด้วย สวนของนายวิวัฒน์ หงษ์ตะนุ 48 ต้น,นายเขตรัตน์ 40 ต้น นางหมก ไม่ทราบนามสกุล 35 ต้น นางรัตนาภรณ์ แสงสกุล 28 ต้น
สวนใกล้เคียงอีก 3 สวนรวมจำนวน 35 -40 ต้น รวมความเสียหายกว่า 180 ต้น
เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตราดได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่ลงทะเบียนในบัตรสีเขียว ส่วนกรณีที่ไม่มีจะไม่สามารถช่วยเหลือได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือน 12 จังหวัด 'เหนือ-อีสาน' เฝ้าระวังฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน
รัฐบาลจับตาสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ 12 จังหวัด ภาคเหนือ–อีสาน เฝ้าระวังฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน สั่งชลประทานเตรียมพร้อมรับมือ
สทนช.เตือนเฝ้าระวังน้ำโขงล้นตลิ่ง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวัง! ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในแม่น้ำโขง ช่วงวันที่ 11 - 15 สิงหาคม 2569
ฝนยังอยู่ กทม.-ปริมณฑล ร้อยละ 70 ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอน
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 37 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
อุตุฯชี้ร่องมรสุมพาดผ่านไทยส่งผล ‘ฝนตก’ หนักหลายพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เตือนฝนตกหนักมาก ทะเลคลื่นลมแรง 2-4 เมตร
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย

