ชาวตรังน้ำตาตก ปัญหาที่ดินทำกินไม่คืบ 'สาทิตย์' ขยับหวังจบในรัฐบาลนี้

ชาวตรังวอนเร่งแก้ปัญหาปมทีดินทำกิน ชี้เดือดร้อนหนักรัฐบาลลากยาว ไม่รู้ขั้นตอนจบตรงไหน ด้านสาทิตย์ ลงพื้นที่หอบหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเร่งขยับทางออกให้จบ

10 ก.ค.2565 – ที่ นิณี การ์เด้น อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ในฐานกรรมาธิการที่ดิน  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวที การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อำเภอรัษฎา พร้อมด้วย ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  สปก. ที่ดิน ป่าไม้ อุทยานฯ กรมที่ดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่เข้าร่วมกว่า 200 คน

นายสุรินทร์ ดำสุข อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา จ.ตรัง  ผู้เข้าร่วมรับฟังในครั้งนี้ กล่าวว่า สำหรับปัญหาในเรื่องที่ดินคือทางอุทยานฯประกาศทับที่ดินทำกินซึ่งที่ดินดังกล่าวได้ทำมาหากินตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า พื้นที่สวนยางพาราของตนเองโดนอุทยานฯประกาศทับที่ทำกิน ซึ่งทาง ครม.บอกว่าจะออกเอกสารรับรองให้ระดับหนึ่ง ซึ่งทาง คสช.เขาให้รังวัดที่ ที่อุทยานฯทับที่คนที่บุกรุกก่อนปี 57 แต่ตอนนี้ชาวบ้านคอยอยู่ ว่าขบวนการขั้นตอนจะเป็นแบบไหน สิ้นสุดเมื่อไหร่

” คอยมา 3 ปี แล้ว แต่ยังไปไม่ถึงไหนเลย ชาวบ้านยังรอคอยอยู่เพราะตอนนี้ชาวบ้านทำอะไรไม่ได้เลย สวนยางพาราที่รอโค่นก็โค่นไม่ได้  สาวยางพารากรีดมาหลายปีแล้ว หมดน้ำยางก็ต้องปล่อยทิ้งไป ซึ่งความหวังของชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐเปิดให้โค่นได้ระดับหนึ่ง เพราะสวนยางที่หมดสภาพก็เหมือนข้าราชการเกษียณอายุ ที่รอเงินก้อนหนึ่งสุดท้ายของไม้ยางพารา อย่างน้อยก็สามารถเป็นทุนต่อไปในอนาคต” นายสุรินทร์ ระบุ

ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนเองได้เชิญคณะกรรมาธิการที่ดินสภาผู้แทนราษฎรลงมาเพื่อสัมมนาประชุมเพื่อแก้ปัญหาที่ดินให้พี่น้องในเขต 4 อำเภอของตรัง เช่น สิเกา วังวิเศษ รัษฎา และห้วยยอด โดยได้กำหนดจัดกันในวันที่  9-11  จำนวน 3 วัน  วันที่ 9 จัดที่ปากเมงอำเภอสิเกา   วันที่ 10 จัดที่อำเภอรัษฎา   วันที่ 11  จัดที่อำเภอห้วยยอด ในส่วนปัญหาที่ดินตนมองเห็นว่าในเรื่องปัญหาที่ดินมีความซับซ้อน มีความเกี่ยวโยงกันหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง  เช่น กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย  สปก. สังกัดกระทรวงเกษตร มีกรมพัฒนาที่ดินเข้ามาเกี่ยวข้อง กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรฯ กรมอุทยานฯ มีที่สงวนหวงห้ามหลายประเภท แต่ไม่มีหน่วยงานกลางที่จะคอยเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน  เพราะฉะนั้นเวลาชาวบ้านมีปัญหาไม่รู้จะปรึกษาใครก็ได้แต่กอดปัญหาไว้กับตัวเอง

“ในฐานะ ส.ส. รับรู้ปัญหามาเยอะจึงพยายามจะแก้ จึงคิดว่าในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการที่ดินอยู่แล้วก็อยากจะเชิญลงมา ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างจะครบ เช่น ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  สปก. ที่ดิน ป่าไม้ อุทยานฯ กรมที่ดิน  เข้าร่วม เพื่อที่จะเปิดให้ชาวบ้านได้แจ้งปัญหาและพูดคุยกับปัญหาที่ต้องเผชิญอยู่กับคณะกรรมาธิการที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช.มาร่วมด้วย ชาวบ้านจะได้รู้ว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ คทช.เขาทำอย่างไร ซึ่งได้ผลมากชาวบ้านเขาก็ดีใจที่ได้มีโครงการนี้ ครึ่งเช้าเราคุยเรื่องปัญหา ครึ่งบ่ายเราคุยเรื่องคลีนิคใครมีปัญหาก็เข้าไปคุยส่วนตัวเลย ห้องนี้ที่ดิน ห้องนี้ สปก. ทำให้ชาวบ้านพึงพอใจมาก ” นายสาทิตย์ ระบุ .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.

‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน