หนุ่มคลั่งกำบึ้มจับตัวประกันยังสาหัส! ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก

15 ก.ค. 2565 – จากกรณีคนร้ายก่อเหตุจับตัวประกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายได้รับบาดเจ็บและช่วยเหลือตัวประกันมาได้อย่างปลอดภัย ตามข่าว ที่ได้นำเสนอมาแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ก.ค.2565 พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ก่อเหตุนั้นขณะนี้ย้งไม่สามารถสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากอาการยังสาหัสต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในการดูแลของแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น หลังจากถูกคมกระสุนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 (S.W.A.T) เข้าที่ลำคอทะลุออกท้ายทอย เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ก่อเหตุยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ทราบข้อมูลจากการลงพื้นที่ว่าเป็นชายเร่ร่อนไม่ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่ได้ชื่อสุนทรแต่อย่างใด โดยชายที่ชื่อสุนทรเบื้องต้นตรวจสอบแล้วมีตัวตนจริงและยังอาศัยอยู่ในบ้านที่ จ.สกลนคร

“ในส่วนของระเบิดที่ผู้ก่อเหตุถืออยู่นั้นคือระเบิดลูกเกลี้ยง M61เป็นระเบิดจริงและสามารถใช้งานได้จริง หากผู้ก่อเหตุถอดสลัดแล้วปาไปก็จะเกิดการระเบิดสร้างความเสียหายขึ้นทันที แต่ในส่วนของที่มาของระเบิด M61ลูกนี้ยังไม่ทราบว่ามาจากไหน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน และภายหลังจากที่ทางแพทย์ทำการรักษาจนชายเร่ร่อนสามารถให้การได้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบปากคำดำเนินคดีในเบื้องต้น 3 ข้อหา คือ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุระเบิด ตามขั้นตอนต่อไป”

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ในเรื่องที่ประชาชนแจ้งเหตุลักทรัพย์นั้น เบื้องต้นตำรวจได้เข้าตรวจสอบตามที่ชาวบ้านแจ้งมา เมื่อไปถึงได้ทำการตรวจค้นรถเข็นและของที่อยู่ในรถเข็นของชายเร่ร่อนยังไม่พบความผิดปกติอะไร แต่พอขอตรวจค้นกระเป๋าชายเร่ร่อนจึงแสดงอาการมีพิรุธไม่ยอมให้ตรวจค้น และหยิบเอาระเบิดขึ้นมาขู่ไล่ตำรวจเปิดทางหนี และจับเอาหญิงภรรยาเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์มาเป็นตัวประกัน ทางตำรวจได้ทำการเกลี่ยกล่อมแล้วแต่ไม่เป็นผล ซึ่งในจังหวะที่เจ้าหน้าที่ส่งซิกให้ตัวประกันวิ่งเกิดสะดุดล้ม ซึ่งมีชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ส่งเสียงให้รีบหนีจากชายเร่ร่อน ทำให้ชายเร่ร่อนได้ยินเสียงหันมาดูแล้วทำท่าง้างมือจะปาระเบิดใส่ตัวประกัน ทางตำรวจจึงตัดสินใจยิงใส่ชายเร่ร่อนทันทีเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายกับตัวประกัน ซึ่งในกรณีนี้อยากจะฝากถึงชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุแบบนี้ให้อยู่ภายในบ้านและปิดล็อคมิดชิดเพื่อความปลอดภัย และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจเท่านั้น เพราะเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต หากชายเร่ร่อนเกิดคลุ้มคลั่ง เนื่องจากเครียดเพราะมีคนมามุงดูอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ นางไพรัตน์ พงษ์สิงห์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเองก็เห็นชายเร่ร่อนถูกตำรวจขอค้น จากนั้นได้วิ่งข้ามถนนมาฝั่งร้านตนเอง ก่อนที่ตำรวจจะบอกให้บ้านทุกหลังปิดร้าน เพราะเนื่องจากชายเร่ร่อนจะพยายามหาตัวประกัน แต่บ้านทุกหลังได้ปิดก่อนที่ชายเร่ร่อนจะไปร้านแซ่มรถจักรยานยนต์ เพราะร้านยังเปิดให้บริการ ก่อนจะจับหญิงวัย 52 ปี เป็นตัวประกันและถูกตำรวจยิงสกัดภายหลัง ชายเร่ร่อนคนดังกล่าวตนเองเห็นหน้ามาประมาณ 2 ปี และจะมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ โดยจะซื้อน้ำกับกาแฟกระป๋องเป็นส่วนใหญ่ เมื่อไม่มีเงินก็จะขอเซ็นไว้จากนั้นก็จะมาจ่ายเงิน ไม่เคยซื้อสุราไปดื่มเหมือนคนเร่ร่อนรายอื่น ส่วนสำเนียงที่พูดจะเป็นภาษากลางไม่ใช่ภาษาอีสาน

ขณะที่ น.ส.อมรรัตน์ ตั้งภิรมย์ เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ชุมชนเทพารักษ์ กล่าวว่า ชายเร่ร่อน เป็นลูกค้าประจำร้านตนเองนานกว่า 1 ปี ซึ่งจะนำขวดพลาสติก กระดาษ มาขายให้ และจะมีบางครั้งจะหายไปประมาณ 2 – 3 วันก็จะกลับมา พร้อมสิ่งของที่มาขาย ซึ่งชายเร่ร่อนเวลามาขายจะพูดจาดีมีครับตลอดเวลา จะไม่เหมือนคนเร่ร่อนรายอื่นๆที่จะมีอาการเมามา และจะพูดไม่เพราะ หลังจากที่ทราบข่าวตนเองก็ตกใจเช่นกัน และยิ่งเหตุมีวัตถุระเบิดทำให้ตนเองก็ต้องระมัดระวังตัวกับกลุ่มคนเร่ร่อน ที่นำของรีไซเคิลมาขาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ

ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา

ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”

เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้

พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ