แม่ค้าขอนแก่นปลื้ม CNN ยกไส้กรอกอีสานติดท็อป 50 อาหารข้างทางเอเชีย

แม่ค้าไส้กรอกขอนแก่น ขอบคุณ CNN หลัง ยกไส้กรอกอีสานติด 1 ใน 50 รายชื่ออาหารข้างทางที่ดีที่สุดในเอเชีย ยืนยันนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาชิมไส้กรอกอีสานแน่

31 ส.ค. 2565 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารข้างทาง ภายหลังจาก CNN Travel ได้เผยแพร่รายชื่อ 50 อันดับอาหารข้างทางที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยพบว่าประเทศไทยมีรายการอาหารติดอันดับเข้าไป 3 รายการ แยกเป็น 3 อย่าง 3 ภาค ประกอบด้วย ไข่เจียวปู จากภาคกลางและภาคตะวันออก ข้าวซอยจากภาคเหนือ และไส้กรอกอีสานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยที่ร้านไส้กรอกต้นตาล หน้าวัดศรีนวล เลขที่ 246/1 ถ.หลังเมือง จ.ขอนแก่น ที่ขายไส้กรอกอีสานมานานกว่า 20 ปี มีลูกค้าแวะเวียนมาเลือกซื้อไส้กรอกอีสานที่ร้านแห่งนี้อย่างต่อเนื่องและทุกคนต่างพูดเสียงเดียวกันว่าร้านไส้กรอกอีสานที่ร้านแห่งนี้นั้นร่อย มีคุณภาพและราคาไม่แพง

นางจิติมา ยืนยาว อายุ 48 ปี เจ้าของร้านไส้กรอกต้นตาล กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่า CNN สื่อชื่อดังชั้นนำระดับโลกได้ประกาศว่าไส้กรอกอีสานเป็น 1 ใน 3 อาหารของไทยที่เป็นอาหารข้างทางที่ดีที่สุดในเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 50 อาหารที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยม โดยส่วนตัวรู้สึกดีใจและขอขอบคุณ CNN อย่างมาก ซึ่งไส้กรอกอีสานนั้นเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของภูมิภาค โดยที่ร้านจะทำไส้กรอกอีสานเองเพราะสามารถควบคุมมาตรฐาน คุณภาพการผลิตได้

"ไส้กรอกอีสานที่ร้านของเรานั้นได้คิดค้นสูตรของทางร้านเอง โดยมีไส้หลากหลายชนิดให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ โดยเฉพาะไส้กรอกหมูที่จะมี 2 รสชาติ คือไส้กรอกหมูเปรี้ยว และไม่เปรี้ยว, ไส้กรอกหมูวุ้นเส้น ,ไส้กรอกข้าววุ้นเส้น และไส้อั่ว โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักคือหมูที่จะเลือกซื้อเอง และคัดเอง ซึ่งแม้ว่าหมูจะมีราคาแพงแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของไส้กรอกอีสานและราคาจำหน่ายที่ไม่แพง"

นางจิติมากล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้คิดว่าไส้กรอกจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวจะตามกระแสและเลือกรับประทานไส้กรอกอีสานทั้งที่จำหน่ายริมข้างทางตามจุดต่างๆ ของประเทศไทย หรือเดินทางมาชิมที่ขอนแก่น หรือเลือกซื้อเป็นสินค้าของฝาก ขณะที่ราคาจำหน่ายนั้น ทางร้านได้ปรับขึ้นเล็กน้อย จากเดิมที่ขายในราคา 10 บาท ได้ปรับขึ้นมาที่ไม้ละ 12 บาท ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจที่ร้านต้องขึ้นราคา และแม้กำไรน้อย แต่ร้านก็พออยู่ได้ อย่างไรก็ตามร้านรับรองคุณภาพและความสดใหม่ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 -18.00 น.ทุกวัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน

‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.