ไฟเขียวฟื้นดิวตี้ฟรีขาเข้า ดันสินค้าไทยเจาะนักท่องเที่ยว รอ ชง ครม.เคาะ

‘พิพัฒน์’ หนุนคืนชีพดิวตี้ฟรีขาเข้า เปิดทางนักท่องเที่ยวช้อปสินค้าไทยตั้งแต่ถึงสนามบิน หวังกระตุ้นการใช้จ่าย-เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทย รอ ทอท.จัดทำรายละเอียด ก่อน คลัง ชง ครม. พิจารณาตามขั้นตอน ย้ำหากผู้ประกอบการต้องการใช้พื้นที่ เพิ่มต้องจ่ายค่าเช่าตามหลักเกณฑ์ พร้อมเร่งเสนอเรื่องตามขั้นตอน

8 ก.ค. 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการนำร้านค้าปลอดอากรขาเข้า หรือดิวตี้ฟรีขาเข้า กลับมาให้บริการภายในท่าอากาศยานอีกครั้งว่า กระทรวงคมนาคมเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะสินค้าไทยและสินค้าของผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ขณะนี้ได้มีการหารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)AOT หรือ ทอท.แล้ว โดยมอบหมายให้ ทอท. ไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดและเสนอเรื่องตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ก่อนกระทรวงการคลังนำเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจ รวมถึงคณะรัฐมนตรี(ครม)ต่อไป โดยยังต้องรอผลการดำเนินงานของ ทอท. ว่าจะสามารถเสนอเรื่องได้เมื่อใด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญในแง่การเพิ่มช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าไทยได้ตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจำนวนมากเมื่อเดินทางมาประเทศไทยจะซื้อสินค้าและของฝากกลับไปให้ครอบครัว เพื่อน หรือซื้อไว้บริโภคเอง แต่หลังจากมีการยกเลิกบริการดิวตี้ฟรีขาเข้า ปริมาณการซื้อสินค้าในลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มลดลง ทำให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติ

 “นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยก็ต้องการซื้อของฝากกลับไปให้เพื่อน ให้ครอบครัว หรือซื้อสินค้าไว้ใช้เอง ถ้าเรามีช่องทางให้เขาซื้อสินค้าได้มากขึ้น ก็เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย การผลักดันดิวตี้ฟรีขาเข้าไม่ได้มุ่งเฉพาะการเพิ่มรายได้จากธุรกิจร้านค้าปลอดอากรเท่านั้น แต่ยังต้องการใช้พื้นที่ภายในท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยวกับภาคการผลิตและการค้าในประเทศ” นายพิพัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการมีความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มเติมจากพื้นที่ที่มีอยู่ สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ของ ทอท. โดยจะต้องชำระค่าใช้พื้นที่หรือค่าเช่าตามเงื่อนไขที่กำหนด เนื่องจากพื้นที่ภายในท่าอากาศยานเป็นทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ทอท. และต้องบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นการเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยวโดยตรงมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งสามารถนำไปเป็นของฝากหรือของที่ระลึกได้ และถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ย้ำว่าการนำดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาให้บริการจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดย ทอท.จะต้องจัดทำรายละเอียดทั้งรูปแบบการดำเนินงาน พื้นที่ที่เหมาะสม และเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าการฟื้นดิวตี้ฟรีขาเข้าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่ในมุมของนโยบายถือเป็นการ “เพิ่มโอกาส” ให้ผู้ประกอบการไทยและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังเป็นการใช้พื้นที่สนามบินให้เกิดประโยชน์และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของประเทศ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขายสินค้าได้ และนักท่องเที่ยวก็มีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะติดตามการจัดทำรายละเอียดของ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันข้อเสนอให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับ โดยเป้าหมายคือการเพิ่มช่องทางการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และเปิดพื้นที่ให้สินค้าไทยสามารถสร้างรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) วงเงินประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม เสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) แล้ว รอบรรจุวาระการประชุม ครม. พิจารณา ทั้งนี้การก่อสร้าง East Expansion จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ทสภ. ให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 70 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันประมาณ 60 ล้านคนต่อปี

เพิ่มเพื่อน