
26 ก.ย. 2565 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุชาติ ถานอาจนา รอง สว.จร. สภ.พระประแดง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าเปี่ยมสุข อพาร์ทเม้นท์ หมู่ 6 ตำบลลัดหลวง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย ร.ต.ต.โวหาร เพ็งเพชร์ รอง สวป.สภ.พระประแดง และมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางตรวจไปสอบตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่กลางถนน พบนายกฤษฎา เวียงนาค อายุ 25 ปี มีแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ดรีม สีครีม ทะเบียน 1 กค 1653 ลำปาง ล้มอยู่ ที่บริเวณด้านหลังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน 3กส 8212 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนขวาริมเกาะกลางถนน กันชนหน้าซ้ายหลุด และที่แก้มรถข้างซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอททราจสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กอ 3053 พระนครศรีอยุธยา มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณกันชนหน้า และฝากระโปรงข้างซ้าย
ขณะเดียวกันนายวิทูร ดำรงค์พงษ์พันธ์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านตัดผม ได้เดินเข้ามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านายกฤษฎา ได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของตนมาจากหน้าร้านซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 เมตร จึงให้ผู้เสียหายทั้งหมดเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.พระประแดง และหลังจากที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การปฐมพยาบาลเสร็จ จึงควบคุมไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่ สภ.พระประแดง
นายวิทูร ดำรงค์พงษ์พันธ์ เจ้าของรถจักรยานยนต์ เล่าว่า เป็นเจ้าของร้านตัดผมบริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ ได้เปิดร้านตามปกติ แต่ลูกค้าเยอะ จึงลืมกุญแจคาอยู่ที่รถ ช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างที่กำลังตัดผมให้ลูกค้า ก็ได้หันไปเห็นผู้ก่อเหตุมาคร่อมรถจักรยานยนต์ของตน ก็ไม่ได้คิดอะไรคิดว่าลูกค้ามานั่งเล่น แต่เมื่อหันไปอีกที ผู้ก่อเหตุก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ของตนออกไปแล้ว จึงทิ้งลูกค้าและวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่ทัน จนกระทั่งผู้ก่อเหตุขับรถของตนออกถนนเป็นจังหวะเดียวกันกับรถที่ขับมาทางตรงขับมาเร็ว จึงชนเข้าอย่างจัง และช่วยกันจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้
น.ส.กันยา คงคำ อายุ 29 ปี เล่าว่า ตนเองขับรถจากที่พักแถวพระสมุทรเจดีย์ เพื่อจะไปทำธุระที่บิ๊กซีสุขสวัสดิ์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็เห็นรถจักรยานยนต์ ขี่ตัดหน้ามาอย่างกระชั้นชิด ตนเองพยายามเบรกแล้ว แต่ก็ไม่ทัน จึงชนเข้าไปอย่างจัง ทำให้รถจักรยานยนต์กระเดนไปโดนรถอีกคัน ตนเองรู้สึกตกใจอย่างมาก และมาทราบทีหลังว่า รถคันที่ตนเองชนนั้นถูกขโมยมา
จากการสอบถามนายกฤษฎา ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองได้ไปเล่นการพนัน แล้วได้ไปกู้ยืมเงินจากเพื่อนมา ในช่วงหลัง เพื่อนมาตามทวงเงินที่บ้านบ่อยครั้ง และขู่จะทำร้ายร่างกาย ตนเองจึงเครียดและกดดัน เมื่อเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียบกุญแจคาไว้ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงขโมยมา เพื่อหวังจะนำไปขาย และนำเงินมาใช้หนี้ แต่ขี่ออกมาได้ไม่ไกลก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เมื่อ 2 เดือนก่อน ตนเองเพิ่งขึ้นศาลในคดียักยอก ซึ่งศาลให้ประกันตัวออกมาและใส่กำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งให้ผู้เสียหายทั้งหมดเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.พระประแดง พร้อมคุมตัวนายกฤษฎา ไปชี้จุดที่ขโมยรถจักรยานยนต์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ที่ สภ.พระประแดง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่
ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

