
21 ต.ค. 2565 - ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักแสดงและนักร้องชื่อดัง พร้อมคณะทีมงานจัดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อการกุศล ช่วยเหลือโรงพยาบาลไทยลาว ได้เข้าพบ นายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เพื่อยืนยันสรุปความพร้อมเกี่ยวกับการเตรียมจัดกิจกรรมในวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ในเส้นทางว่ายน้ำทั้งสองฝั่งไทย-ลาว โดยมีทีมออแกไนซ์ดูแลความพร้อมทุกด้าน ในการจัดกิจกรรมและดูแลความปลอดภัยทางน้ำ
ในโอกาสนี้ นายชาญ ได้มอบเหรียญองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คพญานาคศักดิ์สิทธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจกับพระเอกหนุ่มโตโน่ ตามความเชื่อศรัทธาของชาวนครพนม เชื่อว่าจะแคล้วคลาดปลอดภัย และทำให้กิจกรรมลุล่วงไปด้วยดี อีกทั้งได้โอนเงินบริจาคส่วนตัว เป็นเงินจำนวน 999 บาทสนับสนุนเข้ากองทุน

ทั้งนี้ โตโน่ ยอมรับว่ามีความศรัทธาในองค์พญาศรีสัตตนาคราช รวมถึงองค์พระธาตุพนมเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน นักท่องเที่ยวหวงแหน อนุรักษ์แม่น้ำโขง และร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลไทย-ลาว ให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล ที่มีลำน้ำโขงและพลังศรัทธาเป็นสื่อกลาง นอกจากนี้โตโน่พระเอกหนุ่มยังได้โชว์พระเครื่องคู่กาย คือ เหรียญกรมหลวงชุมพรที่ห้อยคอแขวนไว้ติดตัวตลอดเวลามาหลายปี และในวันที่ว่ายน้ำก็จะแขวนติดตัวไปด้วย รวมถึงเครื่องรางของขลังทุกอย่างที่ทุกคนให้มา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นความเชื่อความศรัทธาส่วนตัว ที่จะคุ้มครองปกปักษ์รักษา
โตโน่-ภาคิน ยังเปิดเผยว่า กรณีหลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคนิคการว่ายน้ำทางไกล โดยเฉพาะน้ำโขงที่ไหลเชี่ยว ต้องยืนยันว่าสำคัญที่สุดร่างกายต้องฟิตพร้อมทุกอย่าง ส่วนเทคนิคการว่ายน้ำตนมีประสบการณ์พอสมควรในการว่ายน้ำระยะทางไกล ซึ่งในครั้งนี้ได้เตรียมชุดแบบบอดี้สูททั้งหนาและแบบบาง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ส่วนอุปกรณ์ในการว่ายน้ำที่ติดตัวคือ บุยหรือทุ่นชูชีพที่คาดติดเอว เวลาต้องการพักสามารถลอยตัวได้ แต่หากไม่จำเป็นจะว่ายตลอดเวลา ในท่าฟรีสไตล์ กับท่ากบ สลับไปมาตามความเหมาะสม ส่วนใหญ่จะใช้ท่าฟรีสไตล์ว่ายน้ำในระยะทางไกล ไม่หนักใจเรื่องกระแสน้ำเชี่ยว เพราะมีการตรวจสอบทิศทางน้ำมาแล้ว ควบคู่กับมีนักว่ายน้ำประมาณ 4 คนว่ายประกบไปด้วยกัน และมีทีมเรือคายัคพายประกบอีก 4 ลำ
โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นลานพนมนาคา องค์พญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ว่ายไปทางทิศใต้แม่น้ำโขงล่องตามกระแสน้ำประมาณ 4 -5 กิโลเมตร และตัดข้ามไปยังแขวงคำม่วน สปป.ลาว ระยะทางรวมขาไปประมาณ 7-8 กิโลเมตร จากนั้นจะขึ้นไปจุดฝั่งลาว ที่องค์พระธาตุศรีโคดตะบองเพื่อร่วมทำบุญ และนั่งรถไปพบปะแพทย์พยาบาลที่โรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว จากนั้นจะนั่งรถไปยังจุดเริ่มต้นที่จะลงว่ายน้ำที่บ้านนามือง แขวงคำม่วน สปป.ลาว ว่ายตามกระแสน้ำทแยงตัดเข้าตัวเมืองนครพนม มายังจุดเริ่มต้นระยะทางประมาณา 5 -6 กิโลเมตร รวมระยะทางไป-กลับประมาณ 15 กิโลเมตร เพราะการว่ายน้ำจะไม่เหมือนการขับเรือ อาจจะมีระยะทางเพิ่มขึ้นตามกระแสน้ำ อย่างไรก็ตามตนมีความพร้อม และความมั่นใจ ที่จะทำให้กิจกรรมนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ยอมรับว่าต้องเหนื่อย แต่รับรู้ว่าแพทย์ พยาบาล ต้องเหนื่อยกว่าตนอีกหลายเท่า ภาคภูมิใจมากที่ได้ทำกิจกรรมนี้ คาดหวังยอดบริจาคจะต้องถึง 10 ล้านบาท
"พร้อมทุกด้านแล้ว ทั้งนี้หลังเตรียมความพร้อมเปิดกองทุนรับบริจาคมาประมาณ 1 เดือน ในเบื้องต้นเริ่มต้นกองทุนเงินส่วนตัวประมาณ 1 ล้านบาท และผู้ใจบุญสมทบทุนอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นทุน 2 ล้านบาท จนกระทั่งล่าสุดถือว่าเกินคาด มีผู้ใจบุญให้ความเมตตา ร่วมบริจาคสนับสนุนแล้วกว่า 7 ล้านบาท ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากที่พี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวลาว เห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เนื่องจากเป้าหมายหลัก คือ การช่วยเหลือ แพทย์ พยาบาล ที่ดูแลรักษาผู้ป่วย ให้มีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ตามโรงพยาบาลต่างๆ คาดว่าถึงวันว่ายน้ำข้ามโขง จะมียอดบริจาคไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ถือเป็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยลาว รวมถึง จ.นครพนมกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว หลังได้รับผลกระทบจากโควิดขาดการติดต่อกันมานานกว่า 2 ปี" โตโน่ ระบุ
สำหรับความพร้อมการจัดกิจกรรม ไม่เพียงฝั่งไทยนครพนมเท่านั้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ยังมีทางเจ้าแขวงคำม่วน สปป.ลาว พร้อมทางการลาว เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมให้การต้อนรับ โดยจะเน้นกิจกรรมสำคัญ หลังจากว่ายน้ำออกจากฝั่งไทยไปขึ้นที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ คู่บ้านคู่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว คือ พระธาตุศรีโคดตะบอง ซึ่งทางการลาวจะพาร่วมกิจกรรมทำบุญขอพรห่มผ้าพระธาตุศรีโคดตะบองตามประเพณีความเชื่อ ก่อนที่จะเดินทางไปพบปะให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล ที่โรงพยาบาลเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว และเดินทางไปยังจุดว่ายน้ำกลับมายังฝั่งไทย
ซึ่งก่อนวันที่จะมีการจัดกิจกรรม ตนพร้อมคณะจะได้ประกอบพิธีทำบุญห่มผ้าพระธาตุพนมตามประเพณีความเชื่อ ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนมเช่นกัน ถือว่าได้ร่วมทำบุญห่มผ้าพระธาตุพนม ทั้งสองฝั่งไทยลาว หลังกิจกรรมเกี่ยวกับการสนับสนุนช่วยเหลือโรงพยาบาล จะเป็นการนำเงินที่ได้จากการสมทบทุนไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ตามที่โรงพยาบาล ทั้ง 2 แห่งขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ยังไม่เพียงพอ อาทิ เครื่องเอ็กซ์เรย์หญิงตั้งครรภ์ เครื่องไอซียูเด็ก แล้วแต่โรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมีความต้องการ ฝากขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ
จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล
'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด
ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร
หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง
ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน
‘ในหลวง-พระราชินี’เสด็จฯสปป.ลาว
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค. ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี
'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯ เยือนลาว 16-18 มี.ค. ครั้งแรกในรอบ 32 ปี
กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ประกาศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ โดยมีใจความว่า

