กลิ่นลึกลับโชยข้ามแดนพม่า ชาวแม่สาย 12 หมู่บ้านเดือดร้อน วอนเร่งตรวจสอบ หวั่นปนเปื้อนแม่น้ำ

กลิ่นลึกลับโชยข้ามแดนพม่า-ชาวบ้านแม่สาย 12 หมู่บ้านเดือดร้อน ประสาน TBC เร่งตรวจสอบ หวั่นสารปนเปื้อนลงแม่น้ำสายกระทบน้ำประปา-เผยกลุ่มว้าจับมือนักธุรกิจจีนยึดเมืองท่าขี้เหล็กเตรียมลงทุนอุตสาหกรรม

1 พ.ย.2565 - นายศุภสันส์ ภูมิไชยา ปลัดอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านหลายหมู่บ้านชายแดน ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ติดแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ทั้งฝั่งแม่สายของไทยและฝั่งท่าขี้เหล็ก ในรัฐฉาน ประเทศพม่า ร้องเรียนว่ามีกลิ่นเหม็นคล้ายสารเคมี จึงได้ลงพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ ต.แม่สาย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอแม่สายตรวจสอบ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ได้แก่ บ้านสันผักฮี้ บ้านป่าซางงาม บ้านเวียงหอม บ้านสันทราย บ้านเหมืองแดงใต้ บ้านปิยะพร และบ้านสันมะน ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ากลิ่นได้ฟุ้งกระจายรวมแล้วกว่า 12 หมู่บ้าน

ปลัดอำเภอแม่สาย กล่าวว่า การดำเนินการของอำเภอแม่สายหลังจากได้ลงไปตรวจพื้นที่ร่วมกับ นางอุบล ใจวรรณะ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สายมิตรภาพ นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอแม่สาย ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ในเวลาที่มีกลิ่นเหม็น พบว่ามีกลิ่นรุนแรงตามเวลาดังกล่าว จนทำให้ชาวบ้าน แสบจมูก ปวดหัว แต่ยังไม่มีรายงานคนป่วยระบบทางเดินหายใจจากพื้นที่

“กลิ่นจะคล้ายกับกลิ่นจุดไฟเย็น หรือกลิ่นถ่านหินอ่อน ๆ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจจะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดเล็ก หรือการใช้ถ่านหินที่บ่มใบยาสูบ หรือไม่ก็คาดเดาว่าจะเกิดจากการบ่มถ่านอัดไม้ หรือพืชผล จนทำให้เกิดกลิ่นดังกล่าว โดยกลิ่นจะมาในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 1-2 ทุ่ม และจะชัดเจนในเวลากลางคืน ชาวบ้านหลีกเลี่ยงกลิ่นโดยเข้าไปอยู่ในบ้านและปิดประตูหน้าต่าง แต่ก็เป็นห่วงช่วงหัวค่ำที่ยังต้องอยู่นอกบ้านกัน ส่วนกลางวันจะไม่มีกลิ่น” นายศุภสันส์ กล่าว

นายศุภสันส์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางอำเภอสั่งการให้ฝ่ายปกครองท้องที่และท้องถิ่นทำข้อมูลบันทึกข้อร้องเรียนและสำรวจเพิ่มเติมจากชาวบ้านที่คาดว่ากลิ่นนี้จะแพร่กระจายไปถึง เพื่อนำเสนอกับทางหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ประจำพื้นที่ 1(Thai-Myanmar Township Border Committee หรือ TBC ) ภายใน 2 วัน และประสานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ศูนย์อนามัยเชียงใหม่ หน่วยงานพิสูจน์กลิ่นสารเคมี เพื่อระบุชนิดสารเคมีจากผู้เชี่ยวชาญและส่งไปยังทางการเมียนมาร์ให้ช่วยตรวจสอบ เนื่องจากกลิ่นนี้มีความรุนแรงบริเวณใกล้น้ำรวกและน้ำสาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับน้ำที่ใช้บริโภคหรือไม่นั้น

นายศุภสันส์ กล่าวว่า แหล่งน้ำประปาที่ใช้บริโภคนั้นสูบมาจากต้นน้ำสายที่อยู่เหนือพื้นที่ประสบเหตุ จึงเชื่อว่าไม่มีผลต่อน้ำดื่ม อย่างไรก็ตามทางประปาส่วนภูมิภาคได้มีการทดคุณภาพน้ำเป็นระยะ แต่กำลังตรวจสอบว่าจะมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายในน้ำใช้ที่ไหลจากน้ำรวกผ่านทางเกาะช้างไปออกเชียงแสนหรือไม่ ขณะนี้จากรายงานข่าวในโซเชี่ยลชาวท่าขี้เหล็กเริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้นเช่นกันและมีกลิ่นรุนแรงกว่าทาง ต.แม่สาย เป็นผลกระทบต่อชาวบ้านของทั่งสองฝั่งแม่น้ำสาย และน้ำรวก

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีเทศบาล ต. แม่สาย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าในเมียนมาห่างจากท่าขี้เหล็ก ประมาณ 8 กิโลเมตร มีบ่อขยะที่กำลังลุกไหม้ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะตรวจสอบ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับส่งให้นายอำเภอแม่สายเพื่อประสาน TBC ช่วยตรวจสอบอีกประเด็นหนึ่ง

ชาวบ้านหมู่บ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย กล่าวว่า หมู่บ้านที่ห่างจากแม่น้ำสายหลายพื้นที่เริ่มได้กลิ่นเช่นกัน และมีเทศบาลเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ได้ออกมาเข้าห้องน้ำกลางดึกจะได้กลิ่นเหม็น คล้ายแก๊สไข่เน่า

ทั้งนี้เมื่อเดือนกันยายน 2564 มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation หรือ SHRF) เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดนจากการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมท่าขี้เหล็ก ในพื้นที่รัฐฉาน ทางตอนบนของแม่น้ำรวก และแม่น้ำสาย ที่ไหลผ่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยระบุชื่อบริษัทแห่งหนึ่งของกองทัพว้า (United Wa State Army -USWA) โดยการสนับสนุนของรัฐบาลทหารพม่า ได้ผลักดันการก่อสร้างโรงงานแต่งแร่แมงกานีสและโรงงานแปรรูปยางพารา ซึ่งเป็นที่ดินที่รัฐบาลทหารพม่ายึดมาจากชุมชนชาวรัฐฉาน บ้านห้องลึก ตั้งแต่ช่วงปี 2541 โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชยจวบจนปัจจุบัน และมีความขัดแย้งในที่ดินดังกล่าวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ (อ่านรายละเอียดข่าว https://transbordernews.in.th/home/?p=28594 )

ขณะที่แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนแม่สายระบุว่า เป็นไปได้ว่า กลิ่นเหม็นดังกล่าวเกิดจากโรงงานในเครือข่ายธุรกิจกลุ่มบริษัทหงปังของกลุ่มว้าซึ่งร่วมมือกับนักธุรกิจจีนที่ทรงอิทธิพลในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีการลงทุนร่วมกันในหลายด้านรวมทั้งกำลังถูกตรวจสอบในเรื่องแหล่งพักยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีแหล่งพักสินแร่แมงกานีสที่อยู่ด้านขวาของแม่น้ำโต๋น ภาคตะวันออกของสนามบินท่าขี้เหล็ก

แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังมีธุรกิจร่วมของกลุ่มว้าและนักธุรกิจชาวจีน คือโรงแรม 5 ดาว ที่บ้านเวียงแก้ว จ.ท่าขี้เหล็ก ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยรัฐบาลพม่าไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมขนาดความสูง 16 ชั้น ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะชั้นบนสุดสามารถมองเห็นที่ตั้งกองบังคับการยุทธศาสตร์ทางทหาร ของ จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ดังนั้นทางการพม่าอนุญาตสั่งให้ทำการก่อสร้างสูงเพียง 3 ชั้น เท่านั้น

“ที่น่าสนใจคือกรณีของนิคมอุตสาหกรรมใหม่ของกลุ่มบริษัทหงปัง ที่หมู่บ้านฮ่องลึก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางการพม่าเวนคืนจากชาวบ้านในเนื้อที่ประมาณ 1,500 ไร่ โดยกลุ่มบริษัทหงษ์ปัง ได้รับพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ เพื่อทำโรงงานยางพาราแผ่น และโรงงานแต่งแร่แมงกานีส แต่ที่ดินดังกล่าวยังอยู่ในความขัดแย้งเพราะไม่มีการจ่ายค่าเวนคืนให้ชาวบ้านซึ่งเป็นคนไทใหญ่ และชาวบ้านเองก็ไม่ยินยอมให้ยึดพื้นที่ที่พวกเขาทำเกษตรกรรม” แหล่งข่าว กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กตู่' ส่ง 'ธนกร' ลุยเชียงรายติดตามความคืบหน้าด้าน 'ศก.-ท่องเที่ยว'

นายกฯ มอบ 'ธนกร' ลงพื้นที่เชียงราย ติดตามความคืบหน้าด้านเศรษฐกิจ – ท่องเที่ยวชุมชน ผลักดันสื่อสร้างสรรค์รัฐ – ประชาชน

ผบ.ทสส. พบ 'มิน อ่อง หล่าย' ผู้นำทหารเมียนมา กองทัพไทยย้ำไม่ยุ่งการเมือง

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา เป็นประธานร่วมการประชุมดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามกลไกปกติระหว่างกองทัพไทย–กองทัพเมียนมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพไทย–เมียนมา

ค้าชายแดนไทย-เมียนมา พุ่งทะลุ 1.3 แสนล้านบาท คาดเปิดสะพานมิตรภาพฯ ปี 66

สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด่านศุลกากรแม่สอด-เมียวดี และตามท่าเรือ-ท่าข้ามขนส่งสินค้า จากตัวเลขปีงบประมาณ ประจำปี 2565 เพิ่มสูงมากกว่า ทะลุ 130,000 ล้านบาท