หนุ่มสายการบิน ขับกระบะพุ่งข้ามเลนชนจยย. แม่ดับ ลูกชาย 10 ขวบสาหัส

15 พ.ย.2565 - เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.ศุภกิจ พนัสนาชี สว.(สอบสวน)สภ.ปะทิว ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบนถนนสายชุมพร-สะพลี หมู่ที่ 8 ทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย สภาพศีรษะยุบ ขาทั้ง 2 ข้างผิดรอบ หน่วยกู้ชีพรีบช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบลปะทิว ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กชายฤทธิชัย จัตตามาศ อายุ 10 ขวบ ส่วนกลางถนนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ทราบชื่อคือ นางสาวทิพาพร จัตตามาศ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/2 หมู่ 8 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบริมถนนช่องทางเลนขาล่องพบรถยนต์โตโยต้าสีดำสี่ประตู ทะเบียน กจ 5211 ชุมพร ชนกับต้นไม้และเสาไฟฟ้าแรงสูงใกล้กับหน้าบ้านของชาวบ้าน สภาพด้านหน้าพังยุบ ใต้ท้องรถยนต์มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟไอ สีดำ ทะเบียน1 กค-938 ชุมพร สภาพถูกชนลากครูดมาจากบนถนนสภาพพังเสียหายยับเยิน

ที่หน้าบ้านของชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุมีคนนอนเป็นลมหมดเรี่ยวแรงอยู่ โดยมีชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาลทราบเป็นขับรถยนต์โตโยต้าคันเกิดเหตุชื่อ นายนนทชัย บัวงาม อายุ 28 ปี เป็นพนักงานสายการบินเอกชนแห่งหนึ่งประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานสนามบินชุมพร ในพื้นที่ ตำบลชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร

โดยชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่า ได้ยินเสียงรถชนกันดังแรงมาก เมื่อวิ่งออกมาดูเห็นรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์มีเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ซึ่งทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน มีบ้านอยู่ไม่ใกลจากที่เกิดเหตุมากนัก

ด้านนายณรงค์ บัวงาม พ่อของนายนนทชัย บัวงาม คนขับรถกระบะได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ กล่าวว่าล฿กชายได้โทรศัพท์ไปบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าตนเองหลับในได้ขับรถชนคนตายแล้วตนจึงรีบมา ซึ่งลูกชายเพิ่งเลิกงานและกำลังขับรถจะกลับบ้าน

ชาวบ้านที่อยู่เห็นเหตุการณ์บอกต่อว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถยนต์ได้เปิดประตูออกมา แต่เมื่อเหตุมีคนเจ็บ คนตายถึงกับเป็นลมหมดเรี่ยวแรง ชาวบ้านจึงช่วยพามาปฐมพยาบาลที่หน้าบ้าน จนอาการดีขึ้น และคนขับรถยนต์บอกว่าตนเองทำงานอยู่ที่สนามบินชุมพรและมีอาการไม่สบายก่อนขับรถกลับบ้านที่ตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ได้กินยาแก้ไข้ไป 1 ชุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรู้สึกง่วงนอนมากและเกิดอาการหลับใน จนรถเสียหลักพุ่งไปชนกับรถจักรยานยนต์คันที่ขับสวนทางมา จนมีคนตายและบาดเจ็บดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ถ่ายบนทึกภาพและเก็บพยานหลักฐาน โดยไม่พบมีร่องรอยการเบรก มีแต่รอยรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์แล้วทับลากครูดยาวตั้งแต่เลนสวนช่องทางขาขึ้นลงไปยังเลนสวนช่องทางทางขาล่อง แล้วไปชนกันต้นไม้ประดับและเสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณหน้าบ้านของชาวบ้าน เป็นทางยาวประมาณกว่า 10 เมตร เบื้องต้นสันนิฐานว่าคนขับรถยนต์กระบะอาจจะมีอาการหลับในแล้วรถพุ่งไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนเลนมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้งจริงเพื่อดำเนินคดีกับคนขับรถยนต์อย่างละเอียดต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ฝนตกหนัก 'รถโม่ปูน' เสียหลักชนบ้าน คนขับดับคาที่

พ.ต.อ.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ ผกก.สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงใจกลางอำเภอลืออำนาจ

รถเก๋งพุ่งชนวิน จยย.-ชาวบ้าน เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 7 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์รับจ้างและประชาชน บริเวณซอยมหาชัย ถนนบางนา-ตราด เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุพอดี นอกจากนี้มีรถจักรยานยนต์และรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 9 คัน

รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิว บุกศาลากลางชุมพร ค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิวรวมตัวกว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ชุมพร คัดค้านการเดินหน้าโครงการ OECMs ในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง หวั่นขาดความชัดเจนและการมีส่วนร่วมของชาวประมงในพื้นที่ พร้อมขอให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงาน จนกว่าจะมีการทำความเข้าใจและประชาคมอย่างชัดเจน

เริ่ม 1 ส.ค. ต่อภาษีรถ พบค้างชำระใบสั่ง ไม่ได้ป้ายภาษี

เริ่ม 1 ส.ค. ต่อภาษีรถ พบใบสั่งจราจรค้างชำระ ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางถนน ตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 ราย ต่อประชากร 1 แสนคน