เบตงผวา! ตรวจเข้ม 24 ชม.ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด

หน่วยกำลังในพื้นที่เบตงยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เพิ่มความเข้มตรวจสอบพาหนะทุกชนิดตลอด 24 ชั่วโมง

23 พ.ย.2565 - ภายหลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ แฟลตตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ย.จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะที่ เข้า-ออก เมืองเบตง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ อย่างละเอียด รวมถึงบุคคลที่มีสัมภาระที่น่าสงสัย ก่อนที่จะเข้าไปติดต่อสถานราชการ สภ.เบตง หรือ ที่บ้านพัก แฟลตตำรวจ ของ สภ.เบตง และขอความร่วมมือเปิดเบาะรถจักรยานยนต์ และแขวนหมวกกันน็อกทุกครั้ง จอดรถในจุดที่กำหนด ก่อนจะมาติดต่อราชการ

นอกจากนี้ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถของหน่วยงานราชการทุกคัน ก่อนที่จะขับเข้าไปจอดใน สภ.เบตง. รวมถึง แฟลตตำรวจ และบ้านพักของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยขึ้นมาอีก

ขณะที่หน่วยกำลัง ฝ่ายปกครอง อส. ชรบ.ได้ตั้งด่านตรวจสอบพาหนะทุกชนิดที่เข้า-ออก รอยต่อเมืองเบตงและรักษาความปลอดภัย ครู นักเรียนบริเวนหน้าโรงเรียนและ ลาดตระเวนรอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง และขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ เนื่องจาก อ.เบตง จ.ยะลา นั้น เป็นพื้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้บูรณาการเฝ้าระวังป้องกันการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกหน่วยยกระดับระวังป้องกันสูงสุด ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และปลอดภัย และสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ บุคคลต้องสงสัย หรือรถต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือ 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน น.ส.นูเรีย อาแว ประชาชนชาวอำเภอเบตง กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวทุกคน ขอทุกคนเข้มแข็ง ขอทุกคนช่วยกันเติมเต็มกำลังใจ ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งการก่อเหตุรุนแรงไม่ได้ส่งผลดีต่อใครเลย มีแต่ความสูญเสียเกิดขึ้น พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านเราเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด19 นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเที่ยว เศรษฐกิจกำลังเติบโต พี่น้องประชาชนกำลังกลับมามีรายได้ พอมีเหตุความรุนแรงส่งผลต่อต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว คนทำมาค้าขายก็ลำบาก สิ่งที่เราในฐานะประชาชนจะทำได้ก็คือต้องช่วยกันทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาดูแลพื้นที่ ช่วยเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่งด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กป้อม' ถกหน่วยงานความมั่นคงแก้ไฟใต้ ยืดเวลาใช้พรก.ฉุกเฉิน เร่งขยายผลจับคาร์บอมบ์

'บิ๊กป้อม' ถกหน่วยงานความมั่นคง ประเมินสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืดเวลาใช้ พรก.ฉุกเฉิน 3 เดือน ย้ำเข้มบังคับใช้กฎหมาย เร่งขยายผลจับมือคาร์บอมบ์

แม่ทัพภาค 4 ประณามผู้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ ไร้มนุษยธรรม ไม่เลือกเป้าหมาย ไม่เว้นผู้บริสุทธิ์

พลโทศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่พร้อมด้วย พลตรีไพศาล หนูสังข์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตรีเฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ลอบวางระเบิดแฟลตข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองจังหวัดนราธิวาส