ตร. ตั้ง 3 ข้อหา 2 จนท.สรรพสามิตรีดเงิน เตือนหนุ่มจีนหากกลับคำให้การอาจโดนแจ้งเท็จ

20 ม.ค.2566 - จากกรณีที่ MR.WU YIWEN อายุ 31 ปี ชาวจีน เดินทางเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ภายหลังจากชายฉกรรจ์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรรมสรรพสามิต เข้ามาขอตรวจค้นภายในร้าน จำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะจับผู้จัดการร้านและลูกน้องชาวมอญ ขึ้นรถไปพร้อมกับเรียกรับเงินกว่า 3 แสนบาท แลกกับการปล่อยตัว เหตุเกิดที่ตึกแถวเลขที่ 99/110 ซอยอู่ทอง 37/2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ซ้อนแผนจับกุม โดยมีการต่อรองนัดมอบเงินกันจำนวน 50,000 บาท ที่บริเวณปั้ม ปตท.ข้างโรงเรียนนายเรือ ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนที่จะนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมือง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดช่วงบ่าย วันที่ 20 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถาม พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ถึงความคืบหน้าหลังที่เมื่อวาน MR.WU ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ว่าเป็นการเข้าใจผิด และเดินทางไปเสียค่าปรับที่สำนักงานสรรพสามิต พื้นที่สมุทรปราการ 1 แล้ว

พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ขณะนี้ MR.WU ยังไม่ได้มาให้การเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถ้าเขามากลับคำให้การก็จะเข้าข่ายแจ้งความเท็จ ในส่วนสินค้าภายในร้านเป็นอำนาจการทำงานของสรรพสามิต เขาไม่ได้ส่งมาดำเนินคดีที่โรงพัก ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแค่ในส่วนของคดีกรรโชกทรัพย์ที่ MR.WU (ผู้เสียหาย) แจ้งความไว้เท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา 2 คนที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต 3 ข้อหา คือ

1.มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ / 2.มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต / 3.มาตรา 337 กรรโชกทรัพย์ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ

ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน แจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธ และได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อคืนที่ผ่านมาในวงเงินคนละ 150,000 บาท ในส่วนของคดีตอนนี้อยู่ระหว่างส่งให้ทาง ปปช. ดำเนินการต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง

ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ  สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว  จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว

ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567