คืบหน้าบุกสอบจัดอบรมทิพย์ นพ.สสจ.โคราช ยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ เผยรายงานให้ผู้ตรวจจนถึงปลัดกระทรวงแล้วเพื่อตั้งกรรมการสืบและตรวจสอบข้อเท็จจริง ชี้รอกระทรวงมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ำผิดถูกให้ความเป็นธรรม หากผิดปกป้องไม่ได้
16 มี.ค.2566 - กรณี ป.ป.ท. พร้อมด้วย ปปง. ปปป. จ.นครราชสีมา และป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันแถลงร่วมแถลงข่าวกรณีการเข้าตรวจค้น และยึดอายัดทรัพย์สินข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดโครงการอบรมทิพย์ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ภายใต้แผนปฏิบัติการตรวจค้นคนสาธารณสุข เครือข่ายขบวนการจัดอบรมทิพย์ โครงการการจัดอบรมภายใต้ชื่อควบคุมป้องกันโรคของสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ ปี 61-62 พบการทุจริตหลายรูปแบบพร้อมดำเนินการ ยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบหลายรายการ ทั้ง รถยนต์ รถไถนา ทองรูปพรรณ พระเครื่อง กระเป๋าแบรนด์เนม แว่นตาเรย์แบน เงินสด เอกสารเบิกจ่ายเงิน และต้นขั้วเช็คเงินสด รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
นายแพทย์สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตอนนี้เราได้รับงานไปยังผู้บังคับบัญชา ผู้ตรวจราชการจนไปถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานเหตุการณ์ต่างๆไปแล้ว ซึ่งเดี๋ยวคงจะมีข้อสั่งการลงมาให้มีการตั้งกรรมการสืบหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นส่วนระบบราชการของเรา ส่วนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนนั้น ตรงนี้ฝ่ายกฎหมายและผู้บังคับบัญชาจะได้ดูประเด็นนี้ให้ด้วยความรอบคอบและน่าจะมีข้อสั่งการมาในเร็วๆนี้
ส่วนการอบรมสัมมนาในช่วงนี้จะต้องระงับหรือยกเลิกอะไรนั้น คงต้องเรียนว่าประเด็นที่เกิดในการตรวจสอบจากหน่วยงานส่วนกลางนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 แต่ในแต่ละปีจะต้องมีการดำเนินการโครงการเพื่อประชาชน ซึ่งเรามีระเบียบมีแนวทางก็ต้องทำให้รัดกุมเป็นนไปตามระเบียบไม่ให้ผิดหรือละเมิดระเบียบแต่อย่างไร ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องหยุดโครงการ แต่ทำให้ถูกรัดกุมภายใต้การกำกับดูแลเป็นไปตามข้อระเบียบราชการทั้งหมด และแน่นอนเราให้ความร่วมมือกับหน่วยงานส่วนกลางที่มาตรวจสอบเต็มที่ เพราะว่าโดยข้าราชการภายใต้ระเบียบของ กพ.ที่กำกับดูแลเรา เราต้องปฏิบัติตนให้ซื่อสัตย์ สุจริต ฉะนั้นหน่วยงานที่ตรวจสอบความไม่เป็นปรกติเราต้องให้ความร่วมมือเต็มที่
นพ.สุผล กล่าวว่า เรื่องนี้เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่บุคลากรของเราด้วย เพราะว่าตอนนี้เป็นเพียงแค่สงสัยจาก ปปง. ปปท. ฉะนั้นทางหน่วยงานส่วนกลางที่ได้มาลงตรวจเมื่อวานนี้(15 มี.ค.) ได้ให้โอกาสผู้ที่ต้องสงสัยนั้นมีโอกาสได้ชี้แจงในเวลา 30 วัน ฉะนั้นต้องให้ความเป็นธรรม ซึ่งที่ได้มามันก็คือกระบวนการยุติธรรมเมื่อมีการสงสัยประการใดก็ให้โอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะความจริงมันก็มีอยู่หนึ่งเดียว
ส่วนผู้ต้องสงสัยตอนนี้ถือว่ายังบริสุทธิ์อยู่นั้น ในความหมายเป็นเช่นนั้น ส่วนการตรวจสอบว่าจะผิดหรือถูกการปกป้องอะไรนั้น เรื่องนี้จะไปปกป้องไม่ได้เลย แต่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมในการสงสัยนั้นถ้าพิสูจน์แล้วบริสุทธิ์จะต้องให้คุณค่าผู้ที่ต้องสงสัยว่าบริสุทธิ์ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วมีความผิดก็ต้องรับผิดตามกระยวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม บิดเบือนไม่ได้เลย เรื่องนี้ต้องถือว่าระบบของเรามีทั้งการตรวจสอบ มีทั้งกติกา มีทั้งระเบียบทุกอย่างตนถือว่าเป็นกลไกปรกติ ทุกคนที่เป็นข้าราชการให้ทำตามระเบียบของข้าราชการให้รัดกุมอย่าได้ละเมิดหรือละเว้นประการใด ส่วนความหนักใจนั้น เพียงแต่ว่าเป็นข้าราชการที่ตนกำกับดูแลตนก็ต้องให้ความร่วมมือฝ่ายตรวจสอบและก็ให้ความยุติธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดกระบวนการยุติธรรมให้แม่นยำที่สุดเท่านั้นเอง ไม่ได้หนักใจอะไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศรีสุวรรณ' จี้ ป.ป.ช. สอบโครงการขยายถนน โค่นต้นตาลดาบวิชัย
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดผู้บริหารกรมทางหลวงชนบทที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้ผู้รับจ้างเอกชนทำการก่อสร้างและขยายถนน ศก.3013 ไปทำการรื้อถอน โค่นต้นตาลและไม้หวงห้ามอื่นๆไปกว่าครึ่งร้อย
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดี 44 สส. เขย่าเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน!
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปปช. ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.ก้าวไกล “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรค ปชน. หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน
โฆษกดีเอสไอ แจงยุติคดี 'ธัมมชโย' ขอตรวจสอบข้อมูลให้ชัดก่อน ส่วนคดีแพ่ง ปปง.ยึดทรัพย์แล้ว 1,400 ล้าน
ปปง. แจงคดีแพ่ง “ธัมมชโย” ยึดทรัพย์แล้ว 1,400 ล้าน เร่งเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย แย้มทรัพย์สินบางรายการอยู่ระหว่างขายทอดตลาด ด้าน “ดีเอสไอ” สั่งยุติคดีขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน สส. พ้นเก้าอี้ปี 68
ป.ป.ช.เปิดเซฟ สส.พ้นเก้าอี้ปี 68 "วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์" 19.1 ล้าน "มนพร" 3.2 ล้าน "อดิศร" 15 ล้าน "บุญยิ่ง" รวย 708 ล้าน
'ดีเอสไอ' แจงพัลวัน! คดีเขากระโดงยังไม่ยุติ อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ ป.ป.ช.-ศาล
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น
ป.ป.ช. ฟัน 'อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด' ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา

