อลังการ! งานศพ 'ลุงเสือขาว' แมวเน็ตไอดอลชื่อดัง

28 เม.ย. 2566 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ที่ศาลาเสียง-พิมพ์ ครูไพศาล วัดทรงธรรมวรวิหาร ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ น.ส.นัชญ์ ประสพสิน อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน “Catster by Kingdomoftigers บ้านพักพิงของแมวจร” เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว และเป็นเจ้าของบ้านพักแมวจร หรือแมวที่ถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย และอุบัติเหตุ ได้จัดงานศพให้กับ “ลุงเสือขาว ประสพสิน” แมวไอดอลชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน 2566 โดยได้สวดอภิธรรมศพมาตั้งแต่คืนวันที่ 24 เม.ย. และมีพิธีรวม 5 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 29 เมษายน 2566 เวลา 16.30 น.

น.ส.นัชญ์ เล่าถึงความเป็นมาของลุงเสือขาวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 9 ปี ลุงเสือขาวถูกรถชนและมีคนเอาไปทิ้งที่ถังขยะและมีนักศึกษาไปเจอและช่วยเอาไว้แต่สภาพอาการสาหัสมา หัวใบหน้ากระดูกแตกดวงตาข้างซ้ายปิ้นออกมาและสะโพกหัก จึงได้เดินทางไปดูตนเห็นแล้วน่าสงสารเลยได้เอาตัวมารักษาดูแล จนค่ารักษาพยาบาลหมดเงินค่ารักษาพยาบาลเท่ากับรถอีโวคาร์คันหนึ่ง ต้องศัลยกรรมใบหน้าตัดโคนลิ้นตัดเนื้อโหนกแก้มและดวงตาออกไป จนรักษาตัวดีขึ้นเลื่อยเป็นแมวขี้อ้อนและเป็นแมวดีที่สุดในโลกตัวนึง ลุงเสือขาวเป็นแมวเพศผู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวโซเชียล ลุงเสือขาวเป็นนักสู้ชีวิต ศูนย์เช่าโซเชียลที่ป่วยเป็นมะเร็งเป็นโรคร้ายส่วนมากจะเอาลุงเสือขาวเป็นตัวอย่างซึ่งเป็นแนวนักสู้ชีวิต ก่อนที่ลุงเสือขาวจะมาอยู่กับตนนั้นอายุน่าจะประมาณ 5-6 ปีแล้ว และมาอยู่กับตนได้ประมาณ 9 ปี ก็รวมอายุลุงเสือขาวอยู่ประมาณ 15 ปี จนมาเสียชีวิตลง เท่ากับครบอายุขัยพอดี

“ลุงเสือขาวมีความรักความผูกพันกันมาก ลุงเสือขาวเหมือนคนในครอบครัวไปไหนมาไหนจะไปด้วยกันเวลา ไปเที่ยวก็จะกาโรงแรมหรือที่พักที่สามารถนำแมวเข้าไปได้ จนมาถึงนาทีสุดท้ายเสียไปเหมือนลุงเเก่คนหนึ่งที่นอนเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ได้ทราบว่าที่วัดทรงธรรมวรวิหาร มีเตาเผาน้องเช่น สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่น ซึ่งเจ้าอาวาสทรงเมตตาอนุญาตให้มาทำประกอบพิธีทางศาสนากับลุงเสือขาว โดยทำวิธีสวดอภิธรรมและฌาปนกิจศพเหมือนคนทั่วไป” น.ส.นัชญ์ ระบุ

เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะฝากถึงคนที่ดูข่าวหรือเห็นเพจของตนว่า อยากให้ทุกคนมีจิตใจเมตตากับสัตว์จรจัด อยากให้เลี้ยงเขาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยากให้มองเห็นว่าเขาเป็นคนในครอบครัว และอยากฝากร้านของตนชื่อว่า Catster อยู่ตรงข้ามบิ๊กซีพระประแดง สามารถรับอุปการะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แมวทุกตัวสะอาด สมบูรณ์ ปลอดโรค ทางเราจะมีการสัมภาษณ์ การสกรีน สามารถเข้าไปสัมผัสได้ถ้าถูกใจหรือถูกชะตาตัวไหน ก็อุ้มกลับบ้านได้เลย

ด้านพระครูพัชรวีราภรณ์(พระครูเขียว) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทรงธรรมวรวิหาร กล่าวว่า เตาเผาน้องหมาน้องแมว ได้ก่อสร้างมาตอนสมัย เจ้าคุณพระราชพัฒนสุนทร (เจ้าคุณหมู) เจ้าคณะอำเภอพระประแดง เจ้าอาวาสวัดทรงธรรมวรวิหาร ได้ดำริให้สร้างเตาเผาน้องหรือเตาเผา น้องสุนัขน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงอื่นที่ญาติโยมมีความประสงค์ที่จะมาทำประกอบพิธีเผาได้ที่วัด สืบเนื่องจากสังคมและคนในชุมชนปัจจุบันเริ่มมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมว หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่เจ้าของมีความผูกพันความรัก เปรียบเสมือนญาติพี่น้องคนในครอบครัว เมื่อเวลาสัตว์เลี้ยงได้เสียชีวิตลง ญาติโยมชอบเอามาฝังที่วัด บางหลุมที่ฝังไปแล้วก็ถูกสุนัขในวัดขุดคุ้ยเขี่ยจนกระดูกของบรรดาน้องๆที่ฝังก็กระเด็นขึ้นมากองเรี่ยราดตามพื้น จากนั้นท่านเจ้าคุณพระราชพัฒนสุนทร จะได้มีดำริให้ก่อสร้างเตาเผาน้องๆ ขึ้นในปี พ.ศ.2558 และใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ จนมีญาติโยมที่นำสัตว์เลี้ยงของตัวเองที่เสียชีวิตลงหรือน้องๆ มาเผาที่เตาเผาน้องที่วัดเป็นจำนวนมาก บางวันต้องเผา 7-8 ศพคือน้องๆ บางทีก็มีสัตว์เลี้ยงแปลกๆ มาเผาเช่นกัน เช่นเต่าหรือตะพาบ งูเหลือมขนาดใหญ่ที่เลี้ยงไว้

ในการที่ทางวัดได้บริการเผาน้องๆแต่ละครั้ง ทางเจ้าอาวาสวัดทรงธรรมวรวิหาร ได้มีดำริห้ามเรียกเงินหรือค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น แล้วแต่ญาติโยมที่มาใช้บริการศรัทธา บางรายก็ถวายน้ำมันหรือมอบทำบุญให้กับเจ้าหน้าที่วัดเอง ส่วนการทำพิธีหรือเผาเสร็จ บางรายก็ให้เจ้าหน้าที่วัดเก็บกระดูกเพื่อไปลอยอังคารและช่วยเก็บกระดูกเพื่อเจ้าภาพหรือญาติโยมเอาไปเก็บไว้ อย่างเช่นปัจจุบันตอนนี้มีศพของแมวที่ชื่อเจ้าเสือขาว ประสพศรี เป็นแมวตัวสีขาวเพศผู้อายุประมาณ 15 ปี ซึ่งได้เสียชีวิตลงทางเจ้าภาพได้มาขอประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัด โดยมีการสวดอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน และจะทำการฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566 เวลา 16.30 น. ที่เตาเผาน้องๆ ณ วัดทรงธรรมวรวิหาร ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งพิธีศพทำเหมือนกับคนทุกอย่าง ทั้งตั้งศพที่ศาลามีดอกไม้หน้าศพ มีการสวดอภิธรรม มีการฌาปนกิจศพ และมีการเก็บกระดูกเพื่อไปลอยอังคาร ซึ่งญาติโยมที่นำร่างของน้องๆไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่มีความผูกพันความรักเหมือนคนในครอบครัว บางรายส่วนมากจะนำร่างน้องมาขอทำพิธีเหมือนกันทั้งหมด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.