พ่อแม่สุดเศร้า-ลูกถูกออกจาก รร.กลางคัน กสม.แนะชะลอส่งเด็ก 126 คนกลับพม่า หวั่นอันตราย ส่วนหนึ่งเคยเรียนในไทย ชี้ควรใจกว้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แก้ปัญหาสังคมไทยสูงวัย
7 ก.ค.2566 - นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Workers Group -MWG) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเด็กไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร์จากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จังหวัดอ่างทอง จำนวน 126 คนกลับพม่า ว่านโยบายการปิดโรงเรียนขนาดเล็กให้ยุบไปรวมกับโรงเรียนขนาดใหญ่ใหญ่นั้น ไม่ตอบโจทย์ด้านการศึกษา “นโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็กเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา เพื่อให้ความผิดแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นสมบูรณ์ โดยตั้งข้อหานำพาคนต่างด้าว ฉะนั้นเด็กๆ เหล่านี้ก็กลายเป็นสถานะผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ในแง่ของกฎหมายต้องรับโทษตามคดีอาญา และต้องส่งเด็กกลับไปยังประเทศต้นทาง การดำเนินการของตำรวจกรณีนี้ไม่ถูกต้องสำหรับหลักการการคุ้มครองเด็ก เพราะเด็กๆ ควรได้เข้ารับการศึกษาในระบบ ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติหรือไม่มีสัญชาติใดก็ตาม เด็กไม่ได้มีความผิด และเด็ก ๆ ก็มีความหวังว่าที่จะได้เรียนหนังสือคือโอกาสของพวกเขา จริงๆแล้ว ไม่ควรส่งเด็กกลับ เพราะพ่อแม่ และครอบครัวต่างก็ยินยอมที่จะให้เดินทางมาเรียน การที่ส่งเด็กกลับก็อาจจะทำให้พวกเขาเกิดความเสี่ยงได้ และอาจจะกลับมาและกลายเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์” นายอดิศรกล่าว
นายอดิศรกล่าวว่า รัฐไทยจะต้องไม่ส่งเด็กกลับไป หากพิสูจน์ได้ว่าอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ตามพรบ.ป้องกันและปราบปราม พ.ศ.2565 การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า บุคคลนั้นจะไปตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหาย โดยหลักการตามกฎหมายต้องยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก การเปิดโอกาสทางการศึกษาคือการลงทุนที่ต่ำที่สุด เด็กๆ เหล่านี้สามารถเติบโตไปเป็นแรงงานที่มีคุณภาพได้ ไทยเรามองเป็นปัญหาของความมั่นคงเป็นหลัก จึงไม่ได้มองเห็นในมิติอื่นๆ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และขาดแคลนกำลังแรงงาน วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งคือการมอบการศึกษาเพื่อให้เข้าสู่ระบบ เพราะฉะนั้นเราต้องมองภาพไกล
ส่วนความคืบหน้ากรณีตำรวจ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำตัวเด็กทั้ง 126 คนส่งไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อส่งตัวกลับประเทศต้นทาง ล่าสุดได้มีการติดต่อผู้ปกครองเด็กจำนวนหนึ่งได้แล้ว ซึ่งได้ทยอยส่งตัวเด็กไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อผลักดันเด็กกลับพม่า
ขณะที่นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนางเตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้เดินทางไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย กรมกิจการเด็กและเยาวชน ในอ.แม่จัน ซึ่งมีที่ถูกออกจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 38 คนพักอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเด็ก
นางปรีดา กล่าวว่า ข้อเสนอ กสม.คือขอให้คัดเรียนเด็กที่เคยเรียนในประเทศไทยออกมา และยินดีประสานกับโรงเรียนที่เด็กเคยเรียน ซึ่งตอนนี้พบว่ามีอย่างน้อย 6 คนที่เคยเรียนในประเทศไทย ขณะที่ทางตำรวจเห็นด้วยกับการระงับการส่งเด็กและคัดแยกเด็กโดยขอให้ประสานกับภาคประชาสังคมในพื้นที่ ขณะที่อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนโทรมาหารือซึ่ง ตนบอกไปว่าเรื่องนี้สลับซับซ้อนและแจ้งว่าควรชะลอส่งกลับขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว แจ้งว่าจะติดตามเด็กที่ถูกส่งกลับไปพม่าว่าได้เข้าเรียนหรือไม่
ในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และปลัด พม. โดยระบุว่าให้พิจารณาไม่ส่งหรือผลักดันเด็กไปยังประเทศต้นทางหากเป็นอันตราย และขอให้ พม.ช่วยเหลือเด็กกลุ่มดังกล่าว
ผู้ปกครองรายหนึ่ง กล่าวว่าตนได้พบลูก 2 คนที่ส่งไปเรียนที่ จ.อ่างทองแล้ว ตอนนี้เราถูกผลักดันกลับเมืองท่าขี้เหล็กฝั่งพม่า ที่ตัดสินใจส่งลูกไปเรียนที่อ่างทอง เพราะอยากให้ลูกได้มีโอกาสศึกษาในระบบของไทยจึงตัดสินใจส่งให้ไปเรียนโดยตนเป็นคนพาลูกไปส่งยังโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สายและการไปเรียนครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
“อยากให้ลูกๆ ได้มีการศึกษาเติบโตมาเป็นคนที่มีคุณภาพ สามารถเลี้ยงตัวเองและมีความรู้ในการพัฒนาชีวิตตัวเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ตอนแรกพอรู้ว่าเด็กๆถูกส่งกลับรู้สึกตกใจและกังวล เป็นห่วงอย่างมากว่าจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงเป็นห่วงความรู้สึกของผู้อำนวยการและครูในโรงเรียนว่าเขาต้องเจออะไรบ้าง เรากินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายวัน แต่ตอนนี้ลูกมาอยู่กับตัวเองแล้วก็สบายใจในระดับหนึ่ง แต่ที่เสียใจคือความรู้สึกของลูกที่มีความฝันที่อยากจะเรียนภาษาไทยในประเทศไทย ลูกคิดว่าอนาคตจะไม่มีโอกาสกลับเข้ามาประเทศไทยอีกแล้ว ตอนนี้ตั้งใจจะโทรศัพท์กลับไปหาผู้อำนวยการที่โรงเรียนเพื่อให้กำลังใจ”ผู้ปกครองรายนี้ กล่าว
ขณะที่ผู้ปกครองอีกรายหนึ่ง กล่าวว่าเดิมทีลูกชายเรียนที่โรงเรียนบ้านอาแบ อ.แม่จัน ต่อมาลูกได้ขออนุญาตไปเรียนที่อ่างทองเพราะเพื่อนๆ ชวน และมีครูที่ไว้ใจได้มารับ พอเห็นข่าวที่เด็กถูกรู้สึกตกใจและกังวลมาก แต่หลังจากที่ทราบว่ามีหน่วยงาน มูลนิธิ เข้าไปดูแลก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปรับเด็กกลับมาอย่างไรเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ถ้าจะเช่ารถไปก็ราคาแพงเพราะต้องลงจากดอยไปรับในเมือง สิ่งที่กังวลใจมากที่สุด คือเป็นห่วงความรู้สึกของเด็กๆ เนื่องจากลูกมีความฝันอยากเรียนหนังสือที่สูงๆอยากพัฒนาตนเองมีอาชีพที่ดีในการมาเลี้ยงดูแลครอบครัว ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะได้เรียนต่อหรือเปล่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อิ่มพุงกางสู้วิกฤตค่าครองชีพ! แม่ค้าปลาทู เจอพิษน้ำมันแพง ผันตัวเปิดร้านข้าวแกง เมนูละ 10 บาท
ครัวพุงกาง ข้าวแกง 10 บาท พร้อมเสิร์ฟ ให้ลูกค้าอิ่มท้องในราคาประหยัด ขายสู้เศษฐกิจ มีเมนูอาหารวันละกว่า 10 อย่าง ตักใส่ถ้วยราคา 10 บาท ข้าวจานละ 10 บาท เติมได้ไม่อั้น แกงใส่ถุงกลับบ้าน 20 บาท เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น.
อ่างทองจัดให้! สั่งปิดห้องประชุม ตรวจฉี่ 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน'
นายเจษฎา ปาลวัฒน์ ปลัดอาวุโส อำเภอเมืองอ่างทอง เป็นประธานการประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการของอำเภอเมืองอ่างทอง หลังจากประชุมเสร็จได้ทำการปิดห้องประชุมและดำเนินการตรวจปัสสาวะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
เดือดร้อนทั้งคนทั้งสัตว์! เจ้าของฟาร์ม ขี่ม้าหาซื้อน้ำมัน เติมรถยนต์-เครื่องตัดหญ้า
อาจารย์สักยันต์สำนักดังอ่างทอง และเจ้าของคอกม้าคาวบอยฟาร์ม ควบม้าคู่ใจไปซื้อน้ำมันใส่รถยนต์ตัดหญ้า หลังน้ำมันหมด ต้องใช้รถม้าขนหญ้าที่ตัดแล้วให้ม้าในฟาร์มได้กินก่อน และออกหาซื้อน้ำมัน
นึกว่าหาเสียง! หนุ่มอ่างทองไอเดียกระฉูด ติดป้ายงานบวชเข้าบรรยากาศเลือกตั้ง
ฮือฮา! ออกแบบป้ายงานบวชให้ดูคล้ายป้ายหาเสียงเลือกตั้ง สส. เจ้าของป้าย เผยจัดทำขึ้นเนื่องจากเห็นว่าอยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง จึงอยากให้คนจดจำว่าวันที่ 25 มกราคมนี้จะเป็นงานอุปสมบทของตัวเอง
ชาวโผงเผง ทนทุกข์น้ำท่วมหลายเดือน ระดับน้ำลดแล้ว แต่ชีวิตสุดลำบากไร้น้ำประปา
ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลโผงเผง เร่งล้างทำความสะอาดล้างบ้าน หลังน้ำลดลง ครวญน้ำประปาไม่มีใช้ วอนหน่วยงานเร่งซ่อม ใช้ชีวิตแสนลำบากขาดน้ำใช้ ด้านยายวัย 66 ปี เผยน้ำพังพุ่งตรงเข้าบ้าน ห้องปูนชั้นล่างพังเสียหายไป
เกินต้าน! คันกั้นน้ำคลองโผงเผง เอาไม่อยู่ ทะลักท่วม 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านเก็บของหนีจ้าละหวั่น
สถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คันกั้นน้ำคลองโผงเผงบริเวณหมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เกินแรงต้านทำให้พังทลายลงมา เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ทำให้น้ำจากคลองโผงเผงไหลท่วมชุมชนทั้งเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านชุมชน หมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง หลังระดับน้ำในคลองโผงเผงเพิ่ม

