หนุ่มแจ้งความถูกชายหัวเกรียนขับรถไล่ยิง เจอตร.ไล่ไปหาหลักฐานเอง

10 ธ.ค.2564 - นายขวัญชัย มีลาภ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำคลิปกล้องวงปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ตนเองถูกชายหัวเกรียนขาเป๋ขับรถฟอร์จูนเนอร์ใช้อาวุธปืนไล่ยิงเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้จนต้องขับหนีตายเข้าไปหลบที่บ้านพัก เหตุเกิดซอยข้างหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ซอยมังกรนาคดี หมู่ 5 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนหลังจากเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ และตำรวจให้หาหลักฐานเองเพราะไม่มีใครไปหาหลักฐานให้ ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน

นายขวัญชัย ผู้เสียหาย ได้เล่านาทีระทึกว่า เมื่อเวลาประมาณตีหนึ่งของเมื่อคืนวันที่ 10 ธันวาคม หลังจากที่ตนเสร็จงานกำลังขับรถยนต์กระบะเพื่อที่จะกลับบ้านพักซึ่งอยู่ในซอยมังกรนาคดี ระหว่างทางที่ขับรถมา ตนเห็นมีรถสองคันขี่ตามมาอยู่ด้านหน้ารถตน และตนก็แซงขึ้นมาระหว่างที่จะขึ้นสะพาน ฟอร์จูนเนอร์ขับแซงขึ้นมาอยู่หน้ารถตน ในลักษณะคร่อมเลน ตนยังคุยกะแฟนสาวว่าเรารีบกลับไม่ได้แล้วเพราะเขาไม่รู้จะไปทางไหน อยู่ๆเขาก็เปิดไฟเลี้ยวซ้ายและก็ตบเข้าซ้าย และก็เบรกเลย ตนก็ตกใจและหักหลบออกและตนก็รีบเหยียบคันเร่งไปเพราะแฟนปวดท้อง ซึ่งตรงนั้นเป็นโค้งตัวเอสตนก็รีบขับ เขาก็ขับไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิดเข้าก็ขับไล่จี้จะชนรถตนให้ได้

ขณะมาถึงหน้าหมู่บ้านพฤกษา 15 ระหว่างทางเขาก็บีบแตร ตนก็นึกว่าที่เขาไล่มาเพราะของหลังรถตนจะตกหรือเปล่า ตนก็เลยชะลอดูก็ไม่เห็นมีอะไรเขาก็บีบแตรอีก ตนก็ขับมาตามปกติ ตนเห็นท่าไม่ดีแล้ว เขาก็เหยียบคันเร่งส่งขึ้นมาอีก และระหว่างที่ตนกำลังจะเลี้ยวเข้าจะเข้าบ้านซึ่งอยู่หลัง ตรอ. เขาก็ยังเร่งเครื่องจะมาชนรถตนให้ได้ เพื่อให้ตนหยุดรถแต่ตนหักรถหลบได้และตนก็ขี่รถเข้ามาจอดในบ้านตามอย่างที่คลิปปรากฏ

พอตนมาจอดรถที่หน้าบ้านตนก็เห็นเขาเดินลงมาพร้อมตะโกนว่า มึงเก๋านักเหรอ มึงแรงนักเหรอ ตนก็มาคิดว่าตนไปทำอะไรผิด และตนก็กะว่าจะเดินออกมาเคลียร์แต่ตนก็มีคิดในใจว่า เขาตามมาขนาดนี้ต้องมีอาวุธมาด้วยแน่นอน ตนก็เลยลงมาแอบดูอยู่ข้างกำแพง ซึ่งก็มีชายรูปร่างผอมสูงลักษณะตัดผมสั้นเกรียนคล้ายคนในเครื่องแบบ เปิดประตูลงมาจากรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว ก่อนที่จะมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ มาสด้า สีดำขับตามเข้ามาอีกคัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวซึ่งการเดินมีลักษณะขาเป๋อยู่ข้างหนึ่ง

โดยที่ในมือถือปืนแบบแม็กาซีนลงมาด้วยก่อนที่จะกระชากขึ้นลำและเดินมาหยุดอยู่ตรงทางเข้ารั้วบ้านตนและตะโกนเรียกให้ตนออกมา แต่ตนไม่ออก เขาจึงเดินย้อนกลับไปที่รถ ระหว่างที่เขาเดินวนกลับไปที่รถได้ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวยิ่งขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด

ก่อนที่จะเดินขึ้นรถขับออกไปพร้อมรถเก๋งคันดังกล่าว ตนจึงโทรศัพท์ไปแจ้งสายด่วน 191 ก่อนมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ามาและบอกให้ตนไปแจ้งความที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ

แต่พอไปถึงพนักงานสอบสวนที่เป็นหญิงแต่ตัดผมสั้นคล้ายผู้ชายได้ซักถาม ตนก็บอกว่าตนถูกไล่ยิงมาและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และร้อยเวรคนดังกล่าวก็ถามตนว่าเสียหายอะไรหรือเปล่า ตนก็บอกว่าไม่มีอะไรเสียหาย แต่ตกใจกลัว เขามาไล่ยิงตนขนาดนี้ แต่ร้อยเวรกลับบอกว่าตนไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ต้องให้เสียหายก่อนถึงจะแจ้งความได้ ตอนนี้ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันรับเรื่องไว้เฉยๆ และเขาก็บอกว่าให้ตนไปหาหลักฐานเอาเอง ทางตำรวจทั้งชุดสืบหรืออะไรไปตรวจสอบให้ ตนก็เลยงงว่าถ้าเป็นอย่างนั้นตนจะมาแจ้งความทำไม และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยหากคนที่ก่อเหตุเป็นอย่างที่ตนคิด จึงได้เขาร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.