
กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง ยืนหยัดต้านโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมหนุนพี่น้องจะนะปกป้องทรัพยากร จี้รัฐต้องปกป้องพื้นที่ปลอดภัย ดิน น้ำ ป่า อากาศ คุณภาพชีวิต
12 ธ.ค. 2564 – ที่ ศูนย์ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง บ้านเชียงเพ็งหมู่ที่ 1 ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้มีชาวบ้านในนาม กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง ประมาณ 20 กว่าคน ร่วมกันทำกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมอ่านแถลงการณ์ยืนหยัดคัดค้านโรงคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมทั้งเสนอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยด้านชุมชน ดิน น้ำ ป่า อากาศ และคุณภาพชีวิต เพื่อแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งประกาศหนุนชาวบ้านจะนะ จ.สงขลา ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ในขณะนี้
น.ส.วาสนา ขันคำ กล่าวว่า ในขณะนี้ ชาวบ้าน อ.จะนะ จ.สงขลา ได้ขึ้นมาทวงสัญญาจากรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลได้ตกลงกับชาวบ้านไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะยุติการดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะไว้ก่อนในทุกกรณี แล้วตั้งกรรมการที่เชื่อถือได้และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายขึ้นมาศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) อย่างรอบคอบ เพื่อสร้างชุดข้อมูลทางวิชาการที่มีคุณภาพสำหรับการตัดสินใจ ซึ่งข้อตกลงนี้ ครม.ก็รับทราบ ดังปรากฏในการประชุม ครม.เมื่อ 15 ธันวาคม 2563 แต่การกลับปรากฏว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ ตามข้อตกลง พร้อมกับเดินหน้าโครงการต่อ และเมื่อชาวบ้านชาวขึ้นมาทวงสัญญารัฐบาลกลับใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามจับกุม
น.ส.วาสนา กล่าวว่า ซึ่งทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง มองว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา แต่กลับเพิ่มความขัดแย้งให้กับชุมชนมากกว่า ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านออกมาแสดงออกในการปกป้องทรัพยากรชุมชน ปกป้องวิถีชีวิตของตนเอง เหมือนกับหลายพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องจะนะนั้น ไม่ได้แตกต่างจาก กลุ่มอนุรักษ์อนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง ที่รัฐพยายามทำลายแหล่งทรัพยากรที่ชาวบ้านพยามปกป้องรักษาไว้เป็นแหล่งหาอยู่หากิน แต่กลับรัฐอ้างนโยบายในการรุกราน ทำลาย
น.ส.วาสนา กล่าวว่า โดยวันนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็งได้จัดกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้น เพราะว่าเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาทางบริษัทฯได้เอาของแจกมาให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงและทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็งได้ทำหน้าที่ในการเอาของจากบริษัทฯมาแจกชาวบ้าน
เธอระบุว่า ทางกลุ่มขอตั้งคำถามว่า ใช่บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลที่จะต้องมาแจกของบริษัทหรือไม่ ที่ผ่านมาก็ควรจะรู้ว่าทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็งคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลมาตลอดระยะเวลามา 4 ปีแล้ว ซึ่งพรุ่งนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็งจะเข้าไปถามปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็งและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่ารับใช้ทุนหรือรับใช้ประชาชนกันแน่
“ทั้งนี้ทางกลุ่มพี่น้องอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง ขอส่งกำลังใจ และยืนเคียงข้าง พี่น้องจะนะที่ออกมาคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะในการปกป้องบ้านเกิด ปกป้องทรัพยากรและวิถีชีวิตเหมือนกับกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายกำลังดำเนินการอยู่ด้วยเช่น” น.ส.วาสนา ระบุ
ด้าน น.ส.นวพร เนินทราย กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็ง ได้อ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีเนื้อหา ระบุว่า เป็นเวลา 4 ปีแล้วที่กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็งได้ยืนหยัดคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ตั้งในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก ในขณะที่โรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีมวลได้ดำเนินการมาปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว เพราะพื้นที่เราอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลได้เปิดดำเนินการเรารับรู้ได้ถึงมลภาวะที่เกิดจากเสียงดังรบกวนวิถีชีวิตปกติสุขของชุมชน
การเคลื่อนไหวของกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเพื่อคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เรามีจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องวิถีชีวิตบ้านเกิด ปกป้องทรัพยากร แต่รัฐบาลไม่เคยที่จะฟังเสียงของชาวบ้าน ในทางกลับกันยังเปิดช่องทางเอื้อให้กับทุน
ตลอดจนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศในครั้งนี้ซึ่งจะทำให้ภาคอีสานมีนิคมอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ มีกลุ่มโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงงานซึ่งเกิดจากอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายประเภทภายในพื้นที่เดียวกันในพื้นที่ 13 จังหวัดของภาคอีสาน
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ขนาดใหญ่จากนโยบายรัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่และสภาพแวดล้อมอย่างกว้างขวาง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญจะต้องมีการประเมินผลกระทบจะต้องมีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ก่อน ไม่ใช่แค่การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นรายโครงการเหมือนที่ผ่านมา
รวมถึงการกำหนดนโยบายที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร จนนำมาสู่ ประชาชนในแต่ละพื้นที่ติดตามข้อมูลโดยยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความกังวลในเรื่องผังเมือง พื้นที่เปราะบางหรือพื้นที่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความมั่นคงทางอาหาร และผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ
ทั้งนี้ บทเรียนสถานการณ์ปัญหาโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการที่ผ่านมาทั้งการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA นั้น ไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่แต่เป็นเพียงพิธีกรรมของบริษัทที่ปรึกษาที่ทำให้ครบกระบวนการเท่านั้น และถึงแม้ว่าโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลจะดำเนินการเป็นปีที่ 3 แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ชุมชนรับรู้ได้ในปัจจุบันคือผลกระทบ
ดังนั้นแล้วทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเชียงเพ็งจึงเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ “ประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยด้านชุมชน ดิน น้ำ ป่า อากาศ และคุณภาพชีวิต” เพื่อแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' เดือดแรงต้านจะนะ ซัดไทยทำอะไรติดกับดักเอ็นจีโอ ลั่น 'แรงมาก็แรงไป'
“พิพัฒน์” สวนกระแสต้านท่าเรือน้ำลึกจะนะ ชี้ค้านได้แต่ต้องมีเหตุผล อย่านึกอยากค้านก็ค้านทุกเรื่อง ย้ำโครงการไม่ใช่ของใหม่ พร้อมเหน็บหากจะมานั่งรับแดดที่กรุงเทพฯ ก็เชิญตามสบาย
กราดยิงปุ๊บ 'ก่อแก้ว' ถอดบทเรียนปั๊บ! โชว์กึ๋นฝากข้อคิดถึงเจ้าของปืน
รองหัวหน้าเพื่อไทยถอดบทเรียนเหตุกราดยิงในโรงเรียน ชี้เจ้าของปืนยากปัดความรับผิดชอบ พร้อมฝากถึง
'ป้าทิชา' สะท้อนปมยิงในโรงเรียน 'ไม่มีใครได้ยินเสียงแห่งความหวาดกลัวของเขา'
“ทิชา ณ นคร” สะท้อนเหตุยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ชี้ก่อนเด็กจะทำให้คนอื่นไม่ปลอดภัย เขาเคยถูกทำให้ไม่ปลอดภัยมาก่อน ย้ำการทำคว
'ประเสริฐ' คุมเข้มอาวุธในโรงเรียนทั่วประเทศ โวโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย
รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี หลังเหตุสลด เตรียมยกระดับมาตรการตรวจอาวุธในโรงเรียนทั่วประเทศ นัดสั่งการ ผอ.เขต 8 ส.ค. พร้อมประสานคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจครูและนักเรียน
สลด! เด็ก 4 คน เล่นน้ำคลายร้อน จมดับต่อหน้าเพื่อน 1 ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร รับแจ้งเหตุ มีคนจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย ที่ลำห้วยสาธารณประโยชน์ พื้นที่บ้านดอนกลาง ต.ค้อเหนือ

